กวนอิม

จาก วิกิคำคม
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

กวนอิม ตามสำเนียงฮกเกี้ยน หรือ กวนอิน ตามสำเนียงกลาง (จีน: 觀音; พินอิน: Guān Yīn; อังกฤษ: Guan Yin) พระโพธิสัตว์ฝ่ายมหายาน เป็นองค์เดียวกันกับพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ในภาษาสันสกฤต ซึ่งมีต้นกำเนิดจากพระสูตรมหายานในอินเดีย และได้ผสมผสานกับตำนานเรื่องเจ้าหญิงเมี่ยวซ่าน ของศาสนาพื้นบ้านจีนจนก่อให้เกิดเป็นพระโพธิสัตว์กวนอิมในภาคสตรีขึ้น เพื่อแสดงออกถึงความอ่อนโยน และแสดงถึงความเมตตากรุณาให้เด่นชัดยิ่งขึ้นดังเช่นความรักของมารดาที่มีต่อบุตร ซึ่งเป็นการผสมผสานกลมกลืนทางความเชื่อที่ปราศจากข้อขัดแย้ง เนื่องจากในสัทธรรมปุณฑรีกสูตรได้อธิบายว่า พระอวโลกิเตศวรนั้นสามารถแบ่งภาคเพื่อโปรดสรรพสัตว์ได้มากมายทั้งปางบุรุษและสตรี และเป็นธรรมดาของพระโพธิสัตว์มหายานที่เมื่อเข้าไปสู่ดินแดนอื่นทั้งทิเบต จีน หรือญี่ปุ่น ย่อมผสมผสานกลมกลืนได้กับเทพท้องถิ่นนั้น ๆ อย่างในกรณีพระอวโลกิเตศวรนี้ Sir Charles Eliot ได้ตั้งข้อสังเกตว่า "คงเนื่องมาจากความสับสนทางความคิดของชาวจีนในยุคนั้น ซึ่งบูชาเทพเจ้าต่าง ๆ ของตนอยู่แล้ว และเมี่ยวซ่านก็เป็นเทพวีรชนดั้งเดิมอยู่ก่อน พออารยธรรมพระโพธิสัตว์จากอินเดียแผ่เข้าไปถึง ได้เกิดการผสานทางวัฒนธรรมเปลี่ยนชื่อเสียงคงไว้เพียงแต่คุณลักษณะต่าง ๆ พอให้แยกออกว่าเป็นพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์"

คำสอน[แก้ไข]

พื้นฐานการบำเพ็ญธรรม

พื้นฐานสำคัญแห่งการบำเพ็ญธรรม คือ

1) ผู้ที่กินเจ ห้ามพูดคำหยาบ หรือด่าทอ มิเช่นนั้นเจขาด

2) ผู้ที่ไม่ได้กินเจ ห้ามกินเนื้อวัว หรือเนื้อสุนัข ผู้ใดละเมิด ฟ้ารังเกียจ

3) เมื่อพบการกุศล ไม่ทำ เพราะยึดมั่นว่าต่างนิกาย ต่างสำนัก ไม่อาจขึ้นสวรรค์

4) ไม่ซื่อสัตย์ต่อชาติ ทำผิดกฎหมาย เป็นการละเมิดกฎสวรรค์ ย่อมห่างไกลธรรม

5) วิพากษ์วิจารณ์ตำหนิศาสนาอื่น เป็นการสร้างวจีกรรม ไม่อาจบรรลุธรรม

6) นั่งรถนั่งเรือ ต้องเอื้อเฟื้อสละที่นั่งแก่เด็ก สตรี คนชรา และผู้อ่อนแอ

7) ไม่เข้าสถานเริงรมย์ มิเช่นนั้น ไม่มีสิทธิ์จุติแดนสุขาวดี

8) ถึงเทศกาลวันสารทวันตรุษ ต้องเซ่นไหว้บรรพบุรุษ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ผู้เปี่ยมด้วยคุณธรรมในอดีต มีความกตัญญูต่อบิดามารดา มิเช่นนั้น หนทางแห่งสวรรค์จักถูกตัดขาด

9) พบคนตกทุกข์ไม่ช่วยเหลือ ไร้เมตตา เมื่อเมตตาจิตสูญสิ้น ก็ไร้ตำแหน่งเทพ-พุทธะ

10) ผู้ไม่เชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ย่อมไม่ได้รับความช่วยเหลือจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือเย่อหยิ่งยโส ไม่เห็นผู้ใดอยู่ในสายตา หรืออวดอุตริมนุษยธรรม อวดฌานญาณที่ไม่มีในตน เป็นการละเมิดกฎแห่งฟ้า ไม่อาจบรรลุธรรม


การบรรลุธรรม[แก้ไข]

1) จะบรรลุธรรม-ต้องเป็นคนมีใจมั่นคง ไม่ท้อถอย ไม่เลิกกลางคัน

2) จะบรรลุธรรม-ต้องเป็นคนที่มีมหาปณิธาน

3) จะบรรลุธรรม-ต้องเป็นคนที่ไม่ยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นตัวเรา ของเรา

4) จะบรรลุธรรม-ต้องเป็นคนที่มีจิตเมตตากรุณา

5) จะบรรลุธรรม-ต้องเป็นคนมีความขยันหมั่นเพียร

6) จะบรรลุธรรม-ต้องเป็นคนที่ถือศีล 5

7) จะบรรลุธรรม-ต้องเป็นคนมีจิตกุศล ทำแต่ความดี หมั่นสร้างกุศล

8) จะบรรลุธรรม-ต้องเป็นคนรู้จักแยกแยะชั่วดี

9) จะบรรลุธรรม-ต้องมีความอดกลั้น อดทน

10) จะบรรลุธรรม-ต้องเป็นคนมีจิตสงบ เป็นสมาธิ

หลักปฏิบัติของผู้บำเพ็ญธรรม[แก้ไข]

1) ต้องเป็นพลเมืองดี เคารพกฎหมาย ซื่อสัตย์ภักดีต่อชาติบ้านเมือง

2) ต้องกตัญญูต่อบิดามารดา อย่าทำให้ท่านโกรธเป็นอันขาด

3) สามีภรรยา ต้องซื่อสัตย์ต่อกัน มิตรสหาย ต้องมีสัจจะเชื่อถือได้

4) มีมารยาท อ่อนน้อมถ่อมตน ขันติอดทน ถ้ายิ่งได้อดกลั้นอดทนในสิ่งที่คนอื่นไม่สามารถอดกลั้นอดทนได้ ก็จักบรรลุธรรม

5) ห้ามแบ่งเขาแบ่งเรา ทุกศาสนาในโลก ล้วนมาจากต้นตระกูลเดียวกัน หลักธรรม และนิกายต่าง ๆ ของทุกศาสนา แตกต่างเพียงข้อปลีกย่อย หลักการใหญ่เหมือนกัน หากเข้าใจหลักธรรมข้อนี้ได้ โลกแห่งสันติภาพก็จักสดใสรุ่งเรือง

6) ห้ามคุยโวโอ้อวด หรือยกตนข่มท่าน ต้องเคารพนับถือผู้อาวุโสกว่า

10 ข้อข้างต้นนี้ คือ เงื่อนไขปัจจัยการบรรลุธรรมของพระโพธิสัตว์ ปัจจัยการบรรลุธรรมเหล่านี้ ชาวโลกมักจะเห็นว่า เป็นเรื่องสุดวิสัยยากจะปฏิบัติ โดยเข้าใจว่า การบรรลุธรรม เป็นเรื่องไกลสุดเอื้อม จึงไม่กล้าก้าวสู่หนทางการบำเพ็ญธรรม ยังมีอีกวิธีหนึ่งที่ปฏิบัติได้ ก็คือ อยู่อย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัว ปฏิบัติตนเป็นอภิมหาซื่อสัตย์สุจริต มหากตัญญู มหาเมตตากรุณา ซึ่งอย่างน้อยก็ยังสามารถบรรลุเป็นเทวดาชั้นมหาราชิกา แล้วไปฝึกบำเพ็ญทางจิตต่อที่สวรรค์ จนรู้แจ้งเห็นจริง ภายหน้าก็สามารถบรรลุอนุตตรธรรมได้ ดังนั้น อุบาสกอุบาสิกา ที่บำเพ็ญอยู่ในบ้าน ไม่ต้องไปกลัวเรื่องการบรรลุธรรมยาก ขอให้มีความพยายาม ไม่ย่อท้อ แม้ปฏิบัติยาก ก็ต้องปฏิบัติ บำเพ็ญยาก ก็ต้องบำเพ็ญ ถึงจะเป็นหลักประกันแห่งการบรรลุธรรม

ลูกอกตัญญูไม่อาจบรรลุธรรม[แก้ไข]

บำเพ็ญธรรม "กตัญญู" ต้องมาก่อน.....

สมบัติเหนือพ่อแม่สอนได้ไฉน?........

รักของพ่อแม่ล้ำค่าเหนืออื่นใด........

คุณพ่อแม่ไซร้ดุจฟ้า "อย่าเนรคุณ"......

ในปลายยุคแห่งการโปรดสัตว์นี้ ทุกบ้านล้วนแต่มี "ลูกบำเพ็ญธรรม" ลูกบำเพ็ญธรรมเหล่านี้ มีสัมมาคารวะต่อพุทธะโพธิสัตว์ ทำให้พุทธะโพธิสัตว์รู้สึกปิติยินดี ลูกบำเพ็ญธรรม จะต้องเป็นลูกกตัญญูด้วย บางคนมาสถานธรรม อุทิศตนปัดกวาด ด้วยความกระตือรือล้น แต่พอพ่อแม่ใช้ให้กวาดบ้านของตนเองบ้าง กลับแสดงกิริยาท่าทางไม่เต็มใจ แบบนี้ก็ใช้ไม่ได้


บางคนอยู่ในสถานธรรม เคารพอ่อนน้อมต่ออาจารย์ผู้อาวุโส ดูแล้วเหมือนกับนักบำเพ็ญธรรมที่ได้มาตรฐาน แต่เมื่อกลับถึงบ้าน พอถูกพ่อแม่ว่าไม่กี่คำ ก็แสดงความไม่พอใจ หาว่าพ่อแม่ขี้บ่นจู้จี้ เหล่านี้ล้วนแต่แสดงออกถึงความอกตัญญู เมื่อพ่อแม่เจ็บไข้ได้ป่วย ผู้เป็นลูก ถ้าไม่หาหมอมารักษา หรือไม่ปรนนิบัติดูแล ล้วนมีความผิดในข้ออกตัญญูทั้งสิ้น ในยุคปลายนี้ "กตัญญูธรรม"-ก็คือ หลักธรรมแห่งสวรรค์ ขอให้ชาวโลกบำเพ็ญธรรม อย่าได้ลืมต้นกำเนิดของตน พ่อแม่-ก็ คือต้นกำเนิดแห่งธรรม ลูกอกตัญญู ย่อมไม่มีทาง

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้ไข]

w
วิกิพีเดีย มีบทความเกี่ยวกับ