ดร.สุวินัย ภรณวลัย

จาก วิกิคำคม
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

รองศาสตราจารย์ ดร. สุวินัย ภรณวลัย อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จบการศึกษาระดับปริญญาตรี โท และเอก จากมหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ในปี ค.ศ. 1984 ได้รับปริญญาเอก รอมบุนฮาคาเซะ จากมหาวิทยาลัยโฮเช ประเทศญี่ปุ่น เจ้าของรางวัลที่ 1 บทความส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศเรื่อง อนาคตของการพัฒนาเศรษฐกิจกับบทบาทของบริษัทญี่ปุ่น (เขียนเป็นภาษาญี่ปุ่น)

คำคม[แก้ไข]

“ มันก็จะเป็นด้านมืด คือตอนนั้นก็ได้บทเรียน เลยปล่อยวางไม่อยากได้อะไรแล้ว มันชืดชา ทำให้มันเข้าถึงภาวะไร้ใจ ตอนนั้นคิดว่าจะเป็นเสรีชน ถ้าจะทำเพราะว่าเราอยากทำ จะไม่ทำ เพราะว่าใครมาเรียกร้อง ก็คือไม่มีอะไรติดค้างสังคมแล้ว เพราะสังคมกระทืบผม ทั้ง ๆ ที่มันไม่ใช่

ผมก็เลยเป็นอิสระ แปลกดี งานกลับดีขึ้น มันไหลเหมือนไม่กดดัน เรารู้ว่าเราจะเหลืออะไรให้กับสังคม งานที่เขียนโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนมันมีพลังมาก (เน้นเสียง) ผมเข้าใจว่างานเขียนผมหลังกรณีอาจารย์กู้ พลังในเชิงบวกมันสูงมาก ถ้าใครมีสมาธิจดจ่อลองอ่านดู มันมีพลังสูงมันแค่ผ่านผมเท่านั้น

”
ยอดคนปฏิวัติการเรียนรู้ ดร.สุวินัย ภรณวลัย

อธิบายเรื่องสมาธิ[แก้ไข]

“ อย่าไปนั่งเลย มันควรเป็นดาบสุดท้ายของคนคนนั้น เป็นวิชาสุดท้ายของคนคนนั้น

ถ้าไปหัดก่อน ถ้าคุณล้มเหลว คุณจะไม่กลับไปหามัน คือสมาธิภาวนาในฐานะที่เป็นวิถี เรื่องเทคนิคไม่ใช่เรื่องสำคัญ สำคัญที่ทัศนคติท่าที เพราะถ้าหากคุณยังไม่พร้อม แล้วไม่มีเสียงเพรียกจากภายใน อย่าไปหัด เพราะหัดไปคุณจะไม่ได้ จะล้มเหลว

ถ้าคุณยังอยากได้เงินก็ไปเอา ทำให้มันหนำใจ อยากได้อำนาจ อยากได้ชื่อเสียงก็ไปทำให้มันหนำใจ แต่ตอนนั้นคุณไม่ได้อยู่บนวิถีของสมาธิภาวนา

ชีวิตเรามันจะมีรอบ รอบหนึ่ง 12 ปี คือถ้าครั้งนี้คุณพลาด ล้มเหลว อย่างเร็วสุดก็ต้องอีก 12 ปี ถึงจะมีโอกาสลุ้นอีกที เหมือนกับหน้าต่างแห่งโอกาส เพราะถ้าเล่นแล้วมันไม่ได้ ถ้ามันล้มเหลว คุณก็กลายเป็นคนล้มเหลว

เพราะฉะนั้นแล้ว สมาธิภาวนามันจะแนบแน่นกับสิ่งที่คุณอยากเป็น อยากทำอย่างนั้นจริง ๆ ถ้าคุณอยากรวย ทุ่มเทอันนั้น อันนั้นก็เป็นสมาธิภาวนาของคุณ แต่สิ่งสูงสุดของคุณมันคือเงิน อยากรวยมันก็ต้องใช้สมาธิ แต่มันเป็นโลกียะสมาธิ (หัวเราะ)

ก็ต้องหาตัวเองว่าอะไรเป็นความปรารถนาสูงสุดในตอนนั้นในวัยนั้น แล้วต้องควรจะมาจากแรงปรารถนาที่บริสุทธิ์ หรือความสนใจที่บริสุทธิ์ อันนั้นจะเป็นสมาธิ พอโลกียะเต็มปั๊บ มันถึงจะถึงโลกุตระได้ มันข้ามไม่ได้หรอก ข้ามไม่ได้

เพราะนั่งมันก็หลอกตัวเอง หรือนั่งสมาธิเพื่อคลายเครียด อันนี้ก็คือมันเป็นการลบหลู่สมาธิ เอาสมาธิมารับใช้กิเลสซึ่งมันไม่ได้ เหมือนกับไก่ได้พลอย เพราะฉะนั้นแล้ว สมาธิภาวนาควรจะเป็นวิชาสุดท้าย เพราะไม่มีอะไรสูงสุดไปกว่านั้นแล้ว

”
ยอดคนปฏิวัติการเรียนรู้ ดร.สุวินัย ภรณวลัย

คำอธิบายการอ้างถึง[แก้ไข]

w
วิกิพีเดีย มีบทความเกี่ยวกับ
  • ยอดคนปฏิวัติการเรียนรู้ สำนักพิมพ์มังกรบูรณา