ธเนศวร์ เจริญเมือง

จาก วิกิคำคม
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

คำพูด[แก้ไข]

  • "ไม่ใช่ของโบราณอยู่แล้ว ก่อนอื่นต้องขอย้อนความถึงประเพณี “ลอยกระทง” เป็นประเพณีที่ถูกสร้างขึ้นมาโดย “รัตนโกสินทร์” ซึ่งอ้างถึง “หลักศิลาจารึก” ทั้งที่ แม้แต่หลักศิลาจารึกเอง ก็ยังมีข้อถกเถียงอยู่ว่าสร้างขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ขณะที่ประเพณีทางเหนือ ไม่มีประเพณี “ลอยกระทง” ทางเหนือมีแต่ประเพณี “ยี่เป็ง” แปลว่า เพ็ญเดือน12 ซึ่งเป็นประเพณีเกี่ยวกับศาสนาพุทธล้วนๆ คือฟังเทศน์มหาชาติ ทั้งคืนตั้งแต่หนึ่งทุ่มถึงสิบโมงเช้า พระสงฆ์จะสลับกันขึ้นเทศน์ สำหรับการเทศน์มหาชาติ จะมีกัณฑ์ต่างๆ ก่อนที่จะเป็นพระพุทธเจ้า และกัณฑ์สุดท้าย คือ เวสสันดรชาดก เป็นกัณฑ์สุดท้ายซึ่งมีความสำคัญมากๆ ประชาชนแต่ละบ้านจึงทำ “ซุ้มประตูป่า” ซุ้มประตูทำด้วยต้นกล้วยกับก้านมะพร้าว เพื่อรำลึกถึงพระเวสสันดรที่ท่านเดินป่า ระยะหลังมีกิจกรรมประกวดซุ้มด้วย นอกจากทำซุ้มแล้ว มีการจุดปรางประทีป ซึ่งเป็นถ้วยไฟเล็กๆ ในท้องถิ่นเรียกว่า “ผางผะตี้บ” ตามจุดต่างๆ เพื่อแสดงความขอบคุณ เป็นการคารวะด้วยไฟ เป็นการเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ดูแลบ้าน จึงมักจะวาง “ผางผะตี๊บ” ที่ประตู หน้าต่าง บ่อน้ำ ต้นไม้ ศาลพระภูมิ ซึ่งทางเหนือเรียกว่า “ธรณีเจ้าที่” ในประเพณียี่เป็ง ยังมีการจุดโคม ประกอบด้วย “โคมลอย” จุดตอนกลางวัน และ ปล่อย “โคมไฟ” ตอนกลางคืน เพื่อคารวะต่อพระธาตุเกศแก้วจุฬามณีบนสวรรค์ การจุดโคมไฟและโคมลอย จะเกิดขึ้นโดยประชาชนรวมตัวกันนำกระดาษสีอะไรก็แล้วแต่ เอาไปรวมกันที่วัด แล้วก็ไปช่วยกันต้มแป้งเปียก เพื่อใช้เหมือนกาวติดกระดาษ ได้โคมกระดาษลูกกลมๆ โตๆ สูง 6 ฟุต มีรูข้างล่าง เพื่อใช้จุดไฟอัดควันเข้าไป ระหว่างช่วยกันทำคนในชุมชนก็ได้พูดคุยกันไป เกิดความรัก ความสามัคคีในชุมชน และยังประหยัดไม่ต้องซื้อหา ส่วนกาละเทศะในการจุด “โคมลอย” จะจุดตอนเช้าก่อนหรือหลังจากพระฉันเพล ส่วนแต่ละวัดจะทำได้กี่ลูกก็ขึ้นอยู่กับกำลังศรัทธาของแต่ละวัด โดยทั่วไปจะจุดโคมลอยประมาณ 6 ลูก และอีก 6 ลูก จะไว้จุดกลางคืน เป็น “โคมไฟ” ลูกที่จุดกลางวันจะมีแต่ควันอย่างเดียว ส่วนลูกที่จุดกลางคืนจะใช้ “ไต้” แขวนด้านล่าง เมื่อลอยขึ้นฟ้าจะมีแสงสว่างด้วย ซึ่ง “โคมไฟ” นี้จะมีการจุดช่วงหัวค่ำ คือจุดก่อนจะมีการเทศน์มหาชาติที่จะเริ่มประมาณหนึ่งทุ่ม จนไปถึงสิบโมงเช้า "

อ้างอิง[แก้ไข]

w