ประยุทธ์ จันทร์โอชา/01.08.2014

จาก วิกิคำคม
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
“ สวัสดีพ่อแม่พี่น้องประชาชนชาวไทยที่รักทุกท่าน วันนี้มาพบกันอีกครั้ง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เราได้มีการพบปะพูดคุยกันหลายครั้งแล้ว อยากจะกราบเรียนทุกคนที่กรุณาฟังมาโดยตลอด ขอความกรุณาช่วยชี้แจงเพิ่มเติมให้กับผู้ที่ไม่ได้ฟังด้วย จะได้ทำความเข้าใจด้วยกัน ก้าวหน้าเดินขับเคลื่อนประเทศไปด้วยกัน

วันนี้กว่า 2 เดือน ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เข้ามาบริหารประเทศ วันนี้สถานการณ์โดยรวม ทั้งด้านการเมืองและชีวิตความเป็นอยู่ของพ่อแม่พี่น้องชาวไทย มีความสงบเรียบร้อยดี มีรอยยิ้มอยู่ในพื้นที่ทุกพื้นที่ ถึงแม้ว่าจะมีปัญหาในเรื่องของการทำมาหากินอยู่บ้าง แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าหากเรามองย้อนกลับไปก่อนวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 นั้น พวกเราคงยังจำได้ว่ามีเหตุการณ์ความวุ่นวายต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย ความขัดแย้ง การชุมนุม ประชาชนไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข มีการใช้ความรุนแรง มีการใช้อาวุธสงครามต่อกัน ประชาชนผู้บริสุทธิ์ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิตเป็นจำนวนมากพอสมควร มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวาง มีการใช้สื่อสร้างความเกลียดชังระหว่างคนไทยด้วยกัน เพื่อวัตถุประสงค์ทางการเมืองและทางด้านอื่น ๆ ทำให้ทรัพย์สินประชาชนเสียหาย เศรษฐกิจของประเทศประสบปัญหา มีเรื่องความโปร่งใส และไม่โปร่งใส การทุจริตคอร์รัปชั่นในภาครัฐ ภาคเอกชนที่ร้ายแรง รัฐบาลไม่สามารถให้การบริการประชาชนในเรื่องพื้นฐานต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่ และประเทศสุ่มเสี่ยงต่อการเข้าสู่สภาวะรัฐล้มเหลว หรืออาจจะเกิดการจลาจล และสงครามกลางเมืองได้ตลอดเวลา สิ่งเหล่านั้น อยู่กับพวกเรามาตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี มาแล้ว ตั้งแต่ปี 2549 และก่อนหน้านั้นอีก ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้น มาจากหลายประการด้วยกัน ประเด็นสำคัญคือในเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชั่น การขาดคุณธรรม จริยธรรม ความขัดแย้งทางด้านความคิด อุดมการณ์ทางด้านการเมืองที่แตกต่างกันออกไป และอื่น ๆ เรื่องเหล่านี้พี่น้องทุกท่านคงทราบดี เราจะมาช่วยกันแก้ไขการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เรียนไปแล้วว่ามีการฝังรากลึกมาเป็นเวลานานหลายปี เราต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวด ในการที่จะแก้ไข โดยอาศัยความตั้งใจที่แน่วแน่ ความร่วมแรงร่วมใจ จากพี่น้องประชาชนคนไทยทุกท่านทุกภาคส่วน ที่จะมุ่งมั่นทุ่มเทเพื่อให้ประเทศของเรากลับมาเป็นประเทศที่น่าอยู่ ประชาชนมีความสุข มีระบบการเมืองการปกครองที่เป็นประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์ เอื้อประโยชน์ต่อทุกกลุ่มทุกฝ่ายอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม การดำเนินงานของ คสช. ปัจจุบันอยู่ในระยะที่ 2 ตาม road map คือการประกาศใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราวและการเดินหน้าการปฏิรูปประเทศ ซึ่งมีประเด็นหลายประเด็นด้วยกันที่จะเรียนให้พี่น้องประชาชนทราบ ดังนี้ เรื่องอำนาจตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว คสช. ยืนยันว่า เราไม่ได้มุ่งหวังจะใช้อำนาจเพื่อผลประโยชน์ เราต้องการใช้เพื่อให้การปฏิรูปดำเนินต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดผลสัมฤทธิ์ จะเห็นได้ว่าในระยะที่ 1 ที่ผ่านมา คสช. ใช้อำนาจอย่างระมัดระวัง โดยใช้เท่าที่จำเป็น ไม่ให้กระทบกับสิทธิเสรีภาพของประชาชน การดำเนินการต่าง ๆ เป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชน เคารพศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ และดำเนินการทุกอย่างให้เป็นไปตาม road map ที่ได้วางไว้ และสัญญาไว้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนไว้ตลอดมา การที่มีอำนาจของ คสช. อยู่ในบางเรื่อง อาจจะมีความจำในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ เพราะเรามีเวลาจำกัดที่จะต้องเร่งเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย เพื่อให้ได้มีการจัดการเลือกตั้งได้โดยเร็ว เรื่องการเคลื่อนไหวต่อต้านในประเทศและต่างประเทศ ที่เป็นประเด็นในเวลานี้ คือ เรื่องของมาตรา 112 ขอความกรุณาให้แยกแยะออกจากกันให้ได้ว่าประชาชนทั่วไป เรามีกฎหมายปกติ คือกฎหมายหมิ่นประมาณ ในสำหรับสถาบันเรา ซึ่งเป็นสถาบันที่เคารพนับถือ ถือว่าพวกเราต้องดูแลว่าจะทำอย่างไรให้สถาบันนั้นอยู่ในจุดที่เหมาะสม และปลอดภัยจากการที่จะนำมาเป็นข้ออ้างเพื่อจะทำลายกัน สำหรับใครที่ทำความผิด ใครที่ไปกล่าวให้ร้าย ใครที่ไปทำผิดกฎหมายก็ต้องยอมรับว่าตัวเองนั้นทำจริง ถ้าทำไม่จริงก็ลงโทษไม่ได้อยู่แล้ว เพราะกระบวนการมีหลายขั้นตอนด้วยกัน ตั้งแต่การร้องทุกข์กล่าวโทษ การพิจารณาของคณะกรรมการว่าจะฟ้องหรือไม่ ก่อนจะส่งอัยการ เมื่อส่งอัยการขึ้นไปแล้ว ก็มีคณะทำงานของกระทรวงยุติธรรมดูอีกครั้ง ทั้งนี้ก็เป็นไปตามพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านทรงเคยรับสั่งไว้อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ยังมีคนที่คอยจะละเมิด คอยที่จะไม่เข้าใจ และคอยที่จะนำมาใช้ประโยชน์ในการให้ร้ายซึ่งกันและกัน ต้องมีการพิสูจน์ทราบว่า ใครทำจริงหรือไม่ ถ้าไม่ทำหรือทำโดยไม่เจตนา ผมคิดว่ากฎหมายก็มีข้อยกเว้น หรือมีข้อพิจารณาเป็นพิเศษให้อยู่แล้ว ขอความร่วมมือกับทุกท่านด้วย ชาวต่างชาติอาจจะยังไม่เข้าใจสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย พระองค์ท่านทรงอยู่เหนือการเมือง อยู่เหนือทุกอย่าง อยู่ที่คนที่จะทำให้ท่านทรงเสื่อมเสีย อันนี้ต้องช่วยกันระมัดระวัง และสร้างความเข้าใจด้วย การปฏิบัติงานของ คสช. ที่ผ่านมา ถ้าสรุปโดยสั้น ๆ ช่วงแรกคือช่วงนี้ประมาณ 3 เดือนที่จัดระเบียบโดยการใช้การบริหารโดย คสช. ก่อนจะมีคณะรัฐมนตรี (ครม.) ระยะกลาง จะมีรัฐบาลที่ผมเคยเรียนไว้ว่า ประมาณเดือนกันยายนเราจะต้องมีรัฐบาล ในการที่จะเป็นรัฐบาล อาจจะเรียกว่ารัฐบาลเฉพาะกาล แต่ต้องมีอำนาจเต็ม ในการบริหารราชการแผ่นดิน อันนี้เราต้องนำระยะที่ 1 มาสู่การแก้ปัญหาที่ต้องใช้เวลา ใช้กฎหมายมากขึ้น และจะต้องนำไปสู่การปฏิรูป และการจัดทำกฎหมายใหม่บ้าง และเตรียมกติกาการเลือกตั้งต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ เมื่อจบระยะที่ 2 เราจะส่งต่อให้ระยะยาว คือรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ผมเรียนไปหลายครั้งแล้ว ใจเย็น ๆ เล็กน้อย ถ้าท่านใจร้อนผมก็ใจร้อน จะเร่งรัดต่าง ๆ ให้เร็วขึ้นไปเรื่อย ๆ ผมว่าอันตรายในการที่จะทำงาน บางอย่างต้องแก้ปัญหาใช้เวลามากพอสมควร เพราะเกิดขึ้นมาหลาย 10 ปี แล้วบางอย่าง ประเด็นสำคัญคือ เราต้องไว้วางใจซึ่งกันและกันระหว่างประชาชนทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องคือเรียกว่าผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับเรา คือกับประเทศชาติ เพราะ คสช. ถือว่าเราทำเพื่อประเทศชาติ ไม่ได้ทำเพื่อพวกเรา ทำเพื่อเราคือคนไทยทุกคน เราไม่ได้หวังผลประโยชน์ใด ๆ ถ้าทำดีก็แค่เสมอตัว พวกเราทราบดี ถ้าไม่ทำอะไรก็ปล่อยให้ประเทศล้มเหลวไป เราก็ปล่อยไม่ได้เหมือนกัน เพราะว่าเป็นหน้าที่ ชีวิตจิตใจของพวกเราก็เหมือนกับทุกท่าน รักชาติ รักแผ่นดินเหมือนกัน ฉะนั้นเรามีหน้าที่ด้านความมั่นคง เราคงปล่อยให้ประชาชนเดือดร้อนไม่ได้ เราต้องไว้วางใจซึ่งกันและกันก่อน ถึงจะทำอะไรต่อไปได้ ไม่ใช่จะต้องแบบนี้ จะต้องเป็นแบบนั้น จะต้องเป็นเหมือนวันนั้น วันนี้ ถ้าคิดแบบนี้ก็ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง วันนี้เราพยายามคิดใหม่ทำใหม่ บางอย่างเป็นปัญหาเก่า บางอย่างเป็นปัญหาใหม่ บางอย่างเป็นเรื่องของความขัดแย้ง ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย ทุกคนต้องไปย้อนดูว่าเกิดขึ้นเพราะอะไร โดยใครบ้างที่มีส่วนเกี่ยวข้อง มีความจำเป็นที่ต้องแก้ปัญหาให้ได้ ถ้าทุกคนคิดว่า คสช. ต้องการใช้ อำนาจหรือต้องการผลประโยชน์ คสช. ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องจัดตั้งรัฐบาล เราบริหารโดย คสช. แบบระยะแรกไปดูจะดีกว่า ไม่ยุ่งยาก แต่เราก็ทำไม่ได้ เพราะต้องการแสดงให้ทุกคนเห็นว่าเราไม่ต้องการอำนาจ เราต้องการให้การปฏิรูปดำเนินการไปได้ โดยมีทุกภาคส่วนเข้ามาเกี่ยวข้อง ถ้าไม่อย่างนั้น ถ้าทำไปแล้วท่านก็ไม่รับอีก วันหน้าก็เกิดปัญหา ถ้าใครยังไม่ร่วมกันปฏิรูปท่านก็คิดแล้วกันว่าเมื่อถึงเวลาที่เขาทำกันเสร็จเรียบร้อย แล้วท่านไม่เข้ามา และวันหน้าท่านจะมาปฏิเสธความรับผิดชอบว่าท่านไม่รู้เรื่อง ท่านไม่ได้เข้ามา ผมว่าท่านไปคิดใหม่ วันนี้เราพยายามทุกอย่างที่จะลดความกดดันทั้งในและต่างประเทศ แม้จะมีคนบางส่วนไม่พอใจอยู่บ้าง ผมเข้าใจ ในส่วนที่ยังต้องการให้มีการเลือกตั้งโดยเร็วอยู่เช่นเดิม ผมไม่เข้าใจว่าไม่รู้สึกอะไรกันเลยหรือว่า จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาในบ้านเมืองของเราว่าอันตรายแค่ไหน อย่างไร วันนี้ทุกประเทศในโลกรบกัน ทำไมเราต้องกลับไปสู่แบบนั้นอีก วันนี้เราต้องเตรียมการอพยพผู้คนอีกมากมาย หลายประเทศมีการสู้รบ สงครามการเมือง เราจะกลับไปสู่แบบนั้นหรือ จะมาพูดอีกครั้งแล้วกัน ส่วนของความพึงพอใจของประชาชน ในห้วง 2 เดือนที่ผ่านมา เกือบ 3 เดือนนี้แล้ว การแก้ปัญหาในเรื่องของความเดือดร้อน อาชีพ รายได้ ความเป็นอยู่ อันนี้เราแก้เร่งด่วนเท่านั้น ระยะยาวยังทำอะไรได้ไม่มากนัก เพราะปัญหาสะสมมานาน การแก้ไขปัญหาที่เป็นระบบ ยังไม่มีผลชัดเจนที่จะลงมาสู่ แต่ละกลุ่ม แต่ละครอบครัว แต่ละบ้าน ไม่ได้มากนัก มีผลกระทบในวงกว้าง การที่เราจะแก้ปัญหา ต้องแก้ปัญหาทุกระดับ ต้องมีมาตรการต่าง ๆ เพราะเราเป็นสังคมที่มีคนอยู่มากหลายกลุ่ม หลายหมู่เหล่า ที่อยู่ด้วยกัน มีความเป็นอยู่หลายระดับด้วย ฉะนั้นเราต้องแก้ทั้งทางด้านนโยบาย การปกครอง การบริหารจัดการ การใช้จ่ายงบประมาณที่เหมาะสม ระเบียบข้อบังคับ กฎหมาย ระบบข้าราชการที่จะต้องเอื้อต่อการให้การบริการเหล่านี้ เมื่อเราแก้ทั้งระบบได้ก็จะกลับมาสู่ประชาชนให้มากยิ่งขึ้น วันนี้ต้องอดทน เราพยายามแก้ไขปัญหา เราจะแก้ปัญหาเร่งด่วนให้ จะส่งผลกระทบให้สิ่งที่ดี ๆ ต่อประชาชนในระยะยาว ถ้าเราเร่งด่วนทำไป ก็ได้วันนี้ แก้วันนี้ วันหน้าก็เกิดขึ้นมาอีก ทำอย่างไรจะไม่เกิดขึ้นมาอีก ในส่วนของการทำงานการบริการให้กับประชาชนจากข้าราชการน่าจะดีขึ้น ถ้าปฏิรูปได้ทุกระบบ อย่างที่ตั้งใจไว้ต้องใช้เวลาในระยะที่ 2 ในการที่จะจัดระเบียบ วันนี้การจัดระเบียบสังคมในเรื่องต่าง ๆ อาจจะทำให้บุคคลบางกลุ่มเดือดร้อนอยู่บ้าง ท่านใดก็ตามที่ไปเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมาย ถึงแม้ท่านจะได้เงินมา ท่านจะได้รายได้มาเลี้ยงครอบครัว บุตร ภรรยา แต่ผิดกฎหมาย และไม่ยุติธรรมกับคนที่ไม่ทำผิดกฎหมาย เขาไม่สามารถมาหากินได้ ไม่สามารถจะประกอบสัมมาอาชีวะได้ เจ้าหน้าที่ทุจริตก็เกื้อกูลซึ่งกันและกัน สมยอมกัน บ้านเมืองไร้ระเบียบ ไร้กฎเกณฑ์ ไม่เรียบร้อย ถ้าเราปล่อยสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไว้เกิดความไม่เป็นธรรม ประชาชนเดือดร้อน คนส่วนน้อยได้ประโยชน์ คนส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ประโยชน์ ก็มีผลกระทบ มีความขัดแย้งกันเหมือนเดิม เราต้องแก้สิ่งเหล่านี้ให้ได้ แก้ที่ใคร แก้ที่เราทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งข้าราชการและประชาชน ต้องใช้ความมีคุณธรรมและจริยธรรมในการจะอยู่ร่วมกัน การปฏิรูประยะที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 มีดังนี้ ระยะที่ 1 คือการเตรียมการ ได้ดำเนินการไปแล้ว ที่มีสำนักงานปฏิรูปของ คสช. ที่ผมกล่าวว่าต้องมีการเตรียมการก่อน บางคนบอกว่าไม่ต้องเตรียมอะไรเลย และจะรู้เรื่องหรือ ทำกันแค่ 3 เดือนจะปฏิรูปได้อย่างไร เขาเตรียมการ และจะเข้า ระยะที่ 2 คือเมื่อมีสภาปฏิรูป ประมาณหลังจากมีที่การแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี แล้วประมาณเดือนกว่า ๆ เกือบสองเดือน กว่าจะเลือกตั้ง กว่าจะคัดสรรเลือกตั้ง กว่าจะเรียบร้อย โปรดเกล้าฯ ลงมาได้สภาปฏิรูปต้องใช้เวลา ถึงจะเริ่มทำงานได้ ปัจจุบันผมอยากจะกราบเรียนทุกคนที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่มีส่วนได้ ส่วนเสียกับประเทศนี้ นักการเมืองทั้งในอดีต ปัจจุบัน อนาคต ท่านต้องยอมรับก่อนว่าในปัจจุบันบ้านเมืองไทยเรามีปัญหา มีมายาวนานแล้วด้วย ระบบประชาธิปไตยที่เราว่าดี เลือกตั้งกันมา ก็มีปัญหาอีกต้องแยกแยะออกจากกัน เอาตัวเองถอยออกมา มองปัญหาของตัวเองเก็บไว้ข้างนอกก่อน และมองปัญหาส่วนรวมไว้อีกซีกหนึ่ง ประเทศชาติอยู่ทางด้านซ้าย และวิธีการแก้ปัญหาอยู่ทางซีกขวา และเราจะช่วยกันนำซ้ายกับขวามาแก้อย่างไร ปัญหาหาวิธีทางแก้กันซะ เมื่อหาข้อยุติได้แล้ว นำตัวเราเข้ามา ถ้านำตัวเราเข้ามาตั้งแต่ต้น พอเริ่มซ้าย พอจะทำขวามา แล้วเราจะอยู่ตรงไหน เราจะได้อะไร ก็แก้ไม่ได้อยู่ดี ฉะนั้นท่านนำตัวของท่านออกมาก่อน ถ้าท่านมาพูดว่าเรื่องนั้นเป็นแบบนั้น เรื่องนี้เป็นแบบนี้ ทำไมท่านไม่แก้ สมัยก่อน ท่านก็แก้ไม่ได้ วันนี้ถึงได้มี คสช. จะบอกว่านำประชาธิปไตย ต้องการประชาธิปไตยเวลานี้ เวลาก่อนหน้านี้มีประชาธิปไตย ทำไมท่านไม่ทำ วันนี้ขอร้องอย่าเพิ่งพูด พูดไปก็ไม่เกิดผลดี มีเวลาเป็น 10 ปี ท่านไม่ทำกัน วันนี้ถึงได้มาช่วยกันทำ ไม่ใช่ผมทำคนเดียว ท่านต้องมาช่วยผม ไม่ใช่มาเป็นห่วงเรื่องต่าง ๆ ท่านรู้ปัญหาทุกอย่าง เพราะท่านเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องปัญหามาโดยตลอด แต่ท่านแก้ไม่ได้ ฉะนั้นการที่จะทำให้การเมืองของเราก้าวหน้า เราต้องนำตัวออกมาก่อน เมื่อไหร่ก็ตามที่เราแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ แก้กระบวนการได้ แก้วิธีการได้ แก้การบริหารจัดการได้ เราเข้ามาและให้การบริการต่อประชาชน แล้วจะเรียกว่าการปฏิรูปที่สำเร็จ แต่ถ้าหากทุกคนห่วงว่าออกอะไรมากไป มีกฎหมายมากไป วันหน้าเราจะอยู่อย่างไร เราจะปกครองได้อย่าง เราจะเข้ามาบริหารได้อย่างไร เราจะมีผลประโยชน์ได้อย่างไร ถ้าแบบนี้ผมถือว่าไม่น่าใช้คนไทย คนไทยต้องเอาประเทศชาติมาก่อน พวกผมคิดแบบนั้น ใครจะมองอย่างไร ผมไม่ทราบ แต่พวกเราคิดแบบนี้ เพราะเราเป็นทหารของประชาชน หากทุกคนมองว่าถ้าไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่มีการเลือกตั้ง หรือโดยปัจจุบัน ถ้าหากวันข้างหน้าต่อไปไม่มีนโยบายเรื่องประชานิยมแล้ว พรรคเราจะไม่ได้คะแนนเสียง ประชาชนจะไม่เลือกพรรคเราเข้ามา ผมว่ามีวิธีการอีกร้อยแปดพันเก้าวิธี ที่จะทำให้ประชาชนเลือกท่านเข้ามา ไม่ต้องกลัว ถ้าท่านทำดี มีแต่คนเลือกท่านแน่นอน ท่านเสนอแนวทางของท่าน พรรคของท่านใครก็ต้องเลือกท่าน ท่านทำให้ดีแล้วกัน อย่ามาทำให้เกิดความวุ่นวาย สับสน เกิดความขัดแย้ง ไม่โปร่งใส ผมว่าใครก็เลือกท่าน อย่ากังวล การปฏิรูปทรัพยากรบุคคล เป็นเรื่องสำคัญ เรามีอยู่ในหัวข้อของ 11 เรื่องอยู่แล้ว การบริหารจัดการทุกอย่างมาด้วยคน ถ้าคนใน 11 เรื่อง ไม่ได้เรื่อง ก็ไปไม่ได้อีก เพราะว่าคนคือทรัพยากรสำคัญของทุกประเทศในโลกนี้ แผ่นดินนี้ เกิดขึ้นในประเทศล้วนมาจากคน เพราะว่าคนมีความคิดที่แตกต่าง มีความเชื่อ มีทัศนคติที่แตกต่างกันออกไป ถ้าหากว่าเราปรับค่านิยมของคนไทย หรือทัศนคติต่าง ๆ ให้กลับมาเป็นคนไทยโดยสมบูรณ์ ที่มีความน่ารัก ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ถ้อยทีถ้อยอาศัย มีรอยยิ้ม ที่ผมก็ยิ้มอยู่ในขณะนี้ พยายามยิ้มอยู่ คุณธรรมจริยธรรม รู้จักหน้าที่ มีความรับผิดชอบ เห็นแก่ประโยชน์ของส่วนรวมของประเทศชาติเป็นหลัก ดังที่ผมเคยกล่าวไปแล้ว ในเรื่องค่านิยมของคนไทยทั้ง 12 ประการ การปลูกฝังค่านิยมนี้ ต้องปลูกฝังตั้งแต่เด็ก ๆ ไม่ใช่เรื่องที่ยาก ผู้ใหญ่ต้องทำตัวเป็นตัวอย่าง คนไทยโดยธรรมชาติแล้วเป็นคนรักพวกพ้อง รักตัวเอง บางครั้งก็หลงลืมไป จนดูขาดความเมตตา แต่ถ้าใครจะมาทะเลาะเบาะแว้งด้วย ตรงนี้เราจะรวมกันสู้ เป็นมาตั้งแต่อดีต ถ้าอยู่ด้วยกันก็ทะเลาะกัน ใครจะมารังแกเรา เราก็จะรวมสู้กัน นี่คือคนไทย ไม่ใช่นิสัยหรืออะไรที่เสียหายเป็นสิ่งที่ดีด้วยซ้ำไป เพียงแต่ยามปกติอย่าทะเลาะกันเลย วันนี้ทะเลาะกันไม่ได้แล้ว ประเทศมี 2 ร้อยกว่าประเทศ ทั้งโลก ถ้าในชาติเราทะเลาะกันจะไปสู้อีกเกือบ 2 ร้อยประเทศเหล่านั้นได้อย่างไร เราต้องมีความเมตตา ห่วงใยผู้อื่น อย่าเป็นคนเห็นแก่ตัว โกรธแค้นชิงชังผู้อื่น บางทีไม่รู้จัก ใครเขาบอกว่าคนนี้ดี คนนี้ไม่ได้ก็ไปรักคนนี้ ไม่รักคนนี้ ทั้งที่ไม่รู้จักเขา หรือไม่ก็ไปทุ่มเทให้เขาเพราะเขาอาจจะรักเรา เขาก็ให้นั้น ให้นี่ ก็ได้ประโยชน์ บางทีก็ลืมไปว่าที่เขาให้เราถูกต้องหรือไม่ เอาเงินจากที่ไหนมาให้เรา ฉะนั้นทำให้เกิดการแบ่งกลุ่ม แบ่งพวก แบ่งเรา ผลประโยชน์ไม่ทั่วถึง ถ้าจะมาแจกจ่ายกัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับสั่งไว้ว่า อย่าให้แต่ปลา ให้เบ็ดตกปลาเขาด้วย ถ้าหากเราอยากให้ทุกคนรับอย่างทั่วถึง เราต้องเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน มองในภาพรวมให้เกิดการยอมรับให้มากขึ้น ถ้าเป็นแบบนั้น สังคมต่อไปก็แหลกเหลว คนดีอยู่ไม่ได้ ทุกคนก็ไปทำความไม่ดีมาทั้งหมด ทั้งประชาชน ข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร ทัศนคติก็จะเปลี่ยนไป เขาจะยอมรับอิทธิพลนอกระบบ ทำไม่ดี โกง แต่แบ่งปัน เท่ากับไปส่งเสริมการทำนอกระบบ ทำผิดกฎหมาย และไปเรียกมาปกป้องซึ่งกันและกัน ทำให้เกิดความขัดแย้ง และทำร้ายซึ่งกันและกันทั้งด้วยวาจาบ้าง ด้วยกำลังบ้าง ด้วยอาวุธบ้าง ทำให้บาดเจ็บล้มตาย หรืออย่างน้อยเสียชื่อเสียง สำหรับคนดี ๆ เขาก็หมดกำลังใจบางคนบอกว่าการเมืองไม่ค่อยดีนัก ไม่อยากเข้ามา ไม่อยากมาเลือกตั้ง ทำไมเป็นแบบนั้น ทำไมไม่ทำให้เขาคิดว่าการเมืองของเราเป็นการเมืองที่ส่งเสริม สร้างสรรค์ทุกคนอยากเข้ามา ไม่มีเงินก็เข้ามาได้ มาให้การบริการมาช่วยเหลือ ถ้าคิดแบบนี้การเมืองเราจะดีขึ้น เรื่องที่อันตรายที่สุดคือการฉ้อฉล ยุยง ปลุกปั่น ทุจริตผิดกฎหมาย รักพวกพ้อง และร่วมกันทำสิ่งไม่ดี เป็นบ่อเกิดของความวุ่นวาย บ้านเมืองเป็นของศักดิ์สิทธิ์ การที่เราจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนจากสิ่งที่เราโกงเขามา ให้พวกนี้ พวกนั้นเป็นการเฉพาะ แต่ส่วนใหญ่นำไปแล้ว ประชาชนก็ได้แต่เพียงส่วนน้อย อันนี้ผมคิดว่าประชาชนต้องเข้าใจ มองให้กว้างขึ้น เฉลี่ยความสุขที่เคยได้รับมามากกว่าคนอื่น ให้คนอื่นที่เขาไม่ได้ด้วย เพราะเขาไม่ใช่พวก ตรงนี้เป็นหน้าที่ของประชาธิปไตยที่ต้องดูแลคนทุกพวก ทุกฝ่าย ถึงแม้จะไม่ใช่ฝ่ายรัฐบาล เป็นฝ่ายค้านก็ตาม ทุกคนต้องมีสิทธิเท่าเทียมกัน อันนี้คือเรื่องของการเมือง เรื่องของระบอบประชาธิปไตยไทย สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ครม. สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ยังไม่ได้ทำ อยู่ในขั้นตอนทั้งสิ้น มีการต่อว่าไม่เป็นประชาธิปไตย ทำไมกลุ่มนี้มาก กลุ่มนี้น้อย ก็วันนี้ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งไม่ใช่หรือ วันนี้เราจะแก้ปัญหาการปฏิรูป ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งประชาธิปไตย 100% อยู่แล้ว เราต้องการทำอย่างไรให้กลไกเดินไปข้างหน้าได้ เราไม่ใช่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เราไม่ใช่นักการเมือง เราเป็นทหารและเป็นข้าราชการ เป็นประชาชนอีกส่วนหนึ่ง ดูก่อนว่าเขาจะมาทำอะไรที่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติ อย่าไปดูบุคคลนี้ บุคคลนั้น ไม่มีใครดีที่สุด ไม่ดีที่สุด เอาดีมากกว่าไม่ดี ถ้ามองแต่เรื่องไม่ได้ไม่ต้องคบใครหรอก ไม่ดีมาก ไม่ดีน้อย มองกันไปเรื่อย ๆ เกลียดกันไปเรื่อย ๆ กลายเป็นไม่มีใครสักคน ฉะนั้นมีดีอยู่คนเดียวคือตัวเองก็ไม่ใช่ ผมว่าอยู่กันไม่ได้ ขอให้ดูผลงานที่จะเกิดขึ้น โดยความร่วมมือของท่าน การบริหารของเรา สิ่งต่าง ๆ ที่เราจะทำจะเป็นสิ่งที่ประชาธิปไตยที่ผ่านมาทำไม่ได้ตลอดมา กฎหมายบางอย่างออกไม่ได้เป็น 10-20 ปี บางอย่างไม่ทันสมัย บางอย่างเป็นข้อตกลงที่ทำไม่ได้ เพราะมีผลประโยชน์เข้าไปเกี่ยวข้องทั้งสิ้น ในการบริหารราชการแผ่นดิน ต่าง ๆ ทุกท่านทราบดี ท่านต้องลดเรื่องเหล่านี้ให้ได้ หรือต้องเลิก สนช. ที่กำหนดมา 200 คน ไม่ใช่ระบบโควต้า ผมไม่อยากให้ใช้คำว่าโควต้า เป็นการให้ทุกพวกทุกฝ่ายเสนอชื่อมา ถ้าไม่บอกว่าเสนอมา ถ้าไม่บอกว่าเสนอมา 10 คน 20 คน มาคัดเลือกกัน ก็จะเสนอมาเป็นพันคน ผมถึงบอกว่าตรงนี้เสนอมา 20 30 40 ทั้งหมดก็มาคัดกัน ท่านก็คอยดูแล้วกันคงไม่ใช้คำว่าโควต้า ให้เสนอมาเพื่อพิจารณาได้เท่าไหร่ไม่รู้เป็นเรื่องของคณะกรรมการที่จะต้องพิจารณาในภาพรวม จะมีทหารมากน้อยก็เป็นเรื่องธรรมดา เป็นห้วงที่ไม่ปกติ ถ้าปกติก็ทะเลาะกันเหมือนเดิม การทำงานในระยะที่ 2 เป็นหัวใจสำคัญในการปฏิรูป เพื่อจะนำไปสู่จุดสุดท้ายคือการมีรัฐบาลที่ถาวร รัฐบาลที่มาจากรัฐธรรมนูญฉบับถาวร ที่จะทำ ถ้าตรงกลางเกิดไม่ได้ ตรงปลายก็เกิดไม่ได้ต้องเข้าใจ อย่าตำหนิกันมากนัก รอดูกันวันนี้ยังต้องบริหารราชการแบบไม่ปกติอยู่ระยะเวลาหนึ่ง ถ้ามีรัฐบาล มีรัฐธรรมนูญชั่วคราว มี ครม. ถือว่าเป็นประชาธิปไตยเหมือนกัน แต่เป็นประชาธิปไตยแบบไทยบ้างวันนี้เรานำประชาธิปไตยแบบสากลมามาก อาจจะต้องมีประชาธิปไตยแบบไทยชั่วคราวไปก่อน อย่างไรก็ตามต่างชาติ ก็ยอมรับมากขึ้นของการเดินสู่ระยะที่ 2 ของเราตรงนี้ นอกจากการคัดจากคนที่มีความรู้ความสามารถแล้ว ความไว้วางใจ และมีองค์ประกอบหลาย ๆ อย่าง จะต้องเร่งรัดดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อจะได้มีการเปิดประชุมสภานิติบัญญัติให้ได้โดยเร็ว เราต้องการให้เกิดความเป็นเอกภาพและตอบสนองภารกิจหลัก คืองานปฏิรูปให้เป็นผลสำเร็จได้ ในระยะเวลาอันรวดเร็ว ทุกคนคงจะเข้าใจ ขอร้องเรื่องกฎหมายที่ล้าสมัย เป็นอุปสรรคต่อการบริหารราชการแผ่นดิน การบริหารจัดการ ระบบราชการ การศึกษา กฎหมายกระบวนการยุติธรรม สาธารณสุข หรือเรื่องอื่น ๆ 11 เรื่อง อาจจะมากกว่า 11 เรื่องก็ได้ ทั้งหมดก็ต้องไปแก้กันให้ได้ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของงานหลัก ๆ ของการปรับปรุงกฎหมายหลัก ๆ ที่สำคัญทั้งหมดจะต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ เพราะถ้าเราออกกฎหมายไปเร็ว ๆ บางครั้งการมีส่วนร่วมอาจจะไม่ครบ

”
“ {{{1}}} ”