ประยุทธ์ จันทร์โอชา/13.06.2014

จาก วิกิคำคม
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

คำกล่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ มอบนโยบายการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ2558 ณ สโมสรกองทัพบก ถนนวิภาวดี รังสิต วันที่ 13 มิถุนายน 2557 เวลา 09.00 น.

 บทสุนทรพจน์[แก้ไข]

“ สวัสดี พวกเราทุกคนนะครับ มีทุกภาคส่วนที่มาในวันนี้ก็อยากจะบอกว่ายินดีจริง ๆ ต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน

วันนี้ผมถือว่าเป็นวันประวัติศาสตร์อีกวันที่พวกเราได้มีส่วนร่วมกันในการทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการขับเคลื่อนงบประมาณปี 2558 ให้แล้วเสร็จตามกำหนดให้เป็นไปตามปฏิทินงานงบประมาณของเราในครั้งนี้

ก่อนอื่นขออนุญาตแสดงความรู้สึกของผมกับพวกเราคือเป็นคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่เข้ามาทำงานในครั้งนี้นั้น ทุกท่านทราบดีอยู่แล้วว่าเหตุผลและความจำเป็นคืออะไรบ้าง ผมก็ยังไม่อยากไปกล่าวลงในรายละเอียดว่าปัญหาของเราอยู่ที่ไหน ปัญหาของเราหลัก ๆ คือการบริหารจัดการการทำงานของข้าราชการประจำ ซึ่งคงไม่สามารถจะดำเนินงานได้ตามแผนงานของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย ซึ่งวันนี้เป็นแผนที่ 11

ผมอยากจะเรียนว่าถ้าเราทบทวนมาตั้งแต่แผนที่ 1 – แผนที่ 11 พวกท่านทราบดีว่าเรามีผลสัมฤทธิ์ไปเพียงใด และอะไรที่ยังขาด อะไรที่ยังเกิน วันนี้จะมาแก้ไขกัน ที่ทุกคนต้องร่วมมือร่วมใจกัน อยากให้ทุกคนอยากทำเพราะจะทำ ทำเพราะเราเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทำเพราะเรายังฟังเสียงพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน ทุกพวก ทุกหมู่เหล่า และให้เป็นการดำเนินการทุกอย่างในการพัฒนาทุกด้านอย่างต่อเนื่อง มีการบูรณาการ มีการเชื่อมโยงกันตั้งแต่ปัจจุบันไปถึงอนาคต เราเป็นคนสร้างอนาคตให้กับลูกหลานของเรา ถ้าเราไม่เริ่มต้นทำวันนี้โอกาสจะไม่มีอีกแล้ว นั่นคือเหตุผลที่ผมจำเป็นต้องเข้ามาทำงานในครั้งนี้ ทุกท่านทราบดีอยู่แล้ว

วันนี้สิ่งที่ท่านมีความรู้สึกไม่สบายใจก่อนหน้านี้ อาทิ การถูกกดทับ การถูกบังคับต่าง ๆ ในการทำงาน เราจะไม่บังคับท่านตรงนั้น เราจะไม่มีสิ่งใดที่เป็นผลประโยชน์และไม่ถูกต้อง ไม่ควร และสิ่งที่ทำในวันนี้น่าจะเป็นเจตนาที่ดีของพวกเรา การที่จะกล่าวหาผู้ใดว่าผิดหรือถูกว่าทุจริต ให้กระบวนยุติธรรมใต่สวนมาให้ได้โดยเร็ว ให้ได้ข้อยุติมา เพราะถ้าหากยังพูดกันไปมาโดยที่ยังไม่มีข้อยุติปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ เหล่านั้นก็จะไม่ได้รับการแก้ไข

อีกเรื่องหนึ่งคือในส่วนที่ท่านเป็นข้าราชการ ผมก็เป็นข้าราชการเหมือนกัน ฉะนั้นผมจึงพยายามใช้อำนาจของ คสช. เท่าที่จำเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นอย่าคิดว่าพวกเราไปรังแกพวกท่าน อาจจะทำให้ท่านเสียขวัญ เสียกำลังใจ ขอใช้คำว่า เราจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม จุดใดมีความขัดแย้งมากคนที่อยู่ในความขัดแย้งนั้นเกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจรัฐก็จำเป็นต้องขยับขยายออกไปเป็นการชั่วคราวก่อน เพื่อให้งานใหม่เดินต่อไปให้ได้และก็พิสูจน์ออกมาว่าเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัว มีหลาย ๆ ท่านไปวิตกกังวลต่าง ๆ ถ้าท่านทำดีแล้วก็ไม่มีใครทำอะไรท่านได้ ขอให้ท่านทำให้ดีที่สุดแล้วกัน

วันนี้เป็นการมอบนโยบายผมอาจจะพูดเพิ่มเติมไปเล็กน้อยจะได้ทราบว่า ทำไมเราคิดแบบนี้แบบนั้นที่จริงแล้ว พวกเราไม่ได้เก่งกาจไปกว่าท่าน เพียงแต่ว่าเราบริหารราชการภายในกองทัพ ทุกเหล่าทัพ มาด้วยความตั้งใจในการที่จะดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา เพราะฉะนั้นวันนี้เราต้องมาดูแลข้าราชการ ก็คงเช่นเดียวกันหลักการของผมคือ 1.การทำงานนั้น ผู้บังคับบัญชาที่เหนือกว่าเราต้องเข้าใจเรา ทั้งนี้ ด้วยวินัยการปกครองต่าง ๆ 2. ผู้ใต้บังคับบัญชาเข้าใจเรา 3. เพื่อนร่วมงานเข้าใจเรา และ 4. กำลังพลเป็นผู้ได้รับประโยชน์ในสิทธิอันพึงมีพึงได้ทุกประการที่เขาควรจะได้รับ ฉะนั้นเรามอง 3-4 อย่าง ขณะเดียวกันต้องทำองค์กรเราให้มีความโปร่งใส มีคุณธรรม และจริยธรรม เพราะมีการพูดคำนี้มามาก ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แม้แต่คำว่าปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยที่บางท่านก็ยังไม่เข้าใจอย่างแท้จริง ทำให้ประชาชนสับสน

วันนี้เราต้องมาเปิดช่องทางนี้ให้ได้ สิ่งแรกก่อนที่จะดำเนินการใด ๆ เราต้องสร้างความเข้าใจกันก่อน ผมจะพยายามใช้คำพูดที่ไม่เป็นทหารมากนัก ผมจะใช้คำพูดแบบชาวบ้านเขาคิด เขาต้องการ ที่ผ่านมานั้นเราอาจจะไม่มีเวลา เนื่องจากงานมากบ้าง เหตุผลอื่นบ้าง เราก็ไม่มีเวลาที่จะไปพูดคุยกับชาวบ้านโดยตรง ทำให้การฟังข้อมูลด้านต่าง ๆ ไม่ครบ ชาวบ้านก็ได้ยินไม่ครบเหมือนกัน ก็เกิดปัญหาทั้งคู่ วันนี้เราจะต้องเดินหน้าไปหาเขา รับฟังปัญหาเขาทุกปัญหา เราเข้ามาทำหน้าที่ได้ประมาณ 20 วัน เหตุการณ์เรื่องราวต่าง ๆ มีมากมาย ทำให้พวกผมรู้สึกว่าถึงเวลาแล้วที่เราต้องช่วยกันแก้ปัญหาเหล่านั้น อย่าคิดว่าเขาเป็นเพียงเสียงส่วนน้อย และคนเหล่านั้นก็ร้องเรียนทุกปี ไม่เป็นไร สิ่งต่าง ๆ นั้นก็จะเกิดจากจุดเล็ก จุดน้อยนี้มาก่อน ถ้าเราไม่ทำแบบนี้ เราก็ต้องเผชิญหน้าอยู่กับการเดินขบวน การเรียกร้อง แน่นอนการเรียกร้องไม่มีใครเรียกร้องน้อย ๆ เขาต้องเรียกร้องเรื่องมาก ๆ จะได้เป็นปัญหาและก็ต่อรองกันลงมาในหลักการของการเรียกร้อง ผมเคยคุยกับข้าราชการบางท่าน ท่านก็บอกว่าคนเหล่านี้ก็มาทุกปี ไม่เป็นไร เดี๋ยวปีหน้าเขาก็มาใหม่ เรื่องเดิม ผมว่าเป็นเรื่องที่น่ารำคาญจะเรื่องเล็ก เรื่องน้อยก็น่ารำคาญ ถ้ามา เพราะฉะนั้นต้องหาสาเหตุให้ได้ว่าทำไมเขาถึงมา ถ้าเขาไม่ได้รับความเป็นธรรม เราจะดูแลเขาตรงไหน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ต้องให้ความสนใจ

1. วันนี้มีการปล่อยข่าวไปว่าทหาร ตำรวจจะไปจับกุมแรงงานทั่วประเทศ คราวนี้เราได้จัดตั้งคณะกรรมการนโยบายการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าว (กนร.) ซึ่งมีผู้บัญชาการสูงสุดเป็นประธาน เอาคณะทำงานของทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องที่อยู่แผนงานเดิมเพื่อต้องการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวใหม่ ก็มีทั้ง 3 ส่วน ประจำวัน ฤดูกาล และรายปี พอเริ่มดำเนินการพูดไปก็มีคนไม่เข้าใจ ทำให้เกิดการตื่นตระหนกทำให้แรงงานซึ่งเราขาดแคลนอยู่ในขณะนี้ตกใจ หนีกลับ ทำให้ธุรกิจต่าง ๆ มีปัญหา วันนี้ขอความร่วมมือมีแรงงานนอกระบบอยู่จำนวนพอสมควร จะต้องควบคุมให้ได้อยู่ในระบบระเบียบก่อน เพราะมีส่วนที่ชะลอไว้จำนวนหนึ่ง อันนี้ทางประธาน กนร. จะเรียกประชุม 1-2 วันนี้ เพราะเราพึ่งพาแรงงานเหล่านี้มาตลอดเวลา ธุรกิจต่าง ๆ จะเป็นปัญหา อันนี้ต้องมาคิดทุกแง่ทุกมุมจะจัดระเบียบอย่างไร นายจ้างต้องรับผิดชอบแค่ไหน การดูแล การโซนนิ่งพื้นที่ต้องคิดให้หมด ค่าใช้จ่าย วันนี้ระบบสวัสดิการการรักษาพยาบาลก็พวกนี้ไม่ได้จ่ายเรา แต่เราก็ต้องดูแลเขาในความเป็นมนุษยธรรม

2. เรื่องการเป็นประชาคมอาเซียน และการเข้าสู่การเป็นพื้นที่เศรษฐกิจอาเซียน คือ AEC ทั้งสองอย่างมีความเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยง ผมดูแล้วว่ายังไม่เป็นแนวทางอันเดียวกัน จึงได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อขับเคลื่อนทุกระบบทั้ง 3 เสาหลัก ของอาเซียนและประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ไม่เช่นนั้นเราคงไม่มีความพร้อม ผมว่าทำดีทุกกระทรวง ผมดูออกโทรทัศน์ ทีวี ก็ดีทุกกระทรวง แต่ผมเห็นว่าบางอย่างน่าจะไปด้วยกันได้ บางอย่างทำร่วมกัน บางอย่างทางนี้เป็นหลัก อันนี้เสริม ผมจะพูดถึงหลักการในการจัดทำงประมาณตรงนี้ต่อไป

3. เรื่องมาตรการต่าง ๆ ที่ออกมาผมไม่อยากให้เป็นมาตรการในการประชานิยม หลาย ๆ คนมองว่าที่ทำในขณะนี้เป็นประชานิยม เช่น ชะลอเรื่องของภาษีกำลังปรับโครงสร้างใหม่อยู่ให้เกิดความเป็นธรรม เรื่องน้ำมัน เรื่องพลังงาน วันนี้เป็นการขอความร่วมมือ อันไหนตึงราคาไว้ได้ก่อน อันไหนที่จะลดลงได้บ้าง อันนี้เป็นมาตรการชั่วคราวทั้งสิ้น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ผมไม่อยากให้มองว่า คสช. คืนความสุข คืนจนสำลัก ไม่ใช่แบบนั้น ผมว่ามันยากในการจะสั่งอนุมัติอะไรต่าง ๆ มีผลกระทบทั้งสิ้น ท่านจะหาว่าทหารไม่เข้าใจ ผมเข้าใจดีถึงไม่สั่งอะไร ทุกคนเรียกร้องกับเรามามากมายเป็นร้อย ๆ เป็น พัน ๆ คำถาม ถ้าผมจะเอาดี คสช. เก่ง เยี่ยม มาอนุมัติทั้งหมด แล้วผมถามว่าประเทศชาติจะไปตรงไหน วันนี้ต้องให้ทุกคนเข้าใจ ไม่ว่าจะเรื่องของพลังงาน เรื่องของภาษี เรื่องคุณภาพชีวิตอื่น ๆ ที่ประชาชนเขาเดือดร้อนต้องมองในทุกมิติว่ามีความเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกันอย่างไร ถ้าทำตรงนี้มากไป ตรงนี้ก็จะเสียหาย สิ่งที่ทำต้องทำวันนี้ ผมว่าเราทำกันอยู่แล้ว เพียงแต่เราขาดความชัดเจน ขาดการทำความเข้าใจกับประชาชน อาจจะพูดภาษาราชการมากไป ไม่ได้นำคำถามมาเป็นโจทย์และไม่ตอบคำถามของเขา พอถามเรื่องอะไรที่เป็นปัญหา เราก็แบบอธิบายกันเอง อย่าลืมว่าเขาเข้าใจไม่เหมือนกัน

วันนี้อะไรหลาย ๆ อย่างทำให้ประชาชนเกิดขึ้นเป็น 2-3 ฝ่าย ผมไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก ท่านก็ต้องทุ่มเท ท่านก็ต้องเสียสละ ท่านก็ต้องใช้สติปัญญา เราจะต้องสร้างประชาธิปไตยของประเทศไทยขึ้นมาใหม่ โดยการใช้สติปัญญาของคนไทยทุกคน คนไทยเก่งทุกคน มีความสามารถทุกคน รวมในห้องนี้เป็นพัน ผมว่ายิ่งกว่าใครที่ไหนทั้งนั้น เพราะเรารู้ว่าคนไทยคืออะไร คนไทยเป็นอย่างไร อย่าให้คนอื่นมาบริหารจัดการทั้งแพงและเปลืองแล้วเขารู้ปัญหาของเราหรือไม่ เรื่องเหล่านี้ผมคิดว่าเราใช้สติปัญญาของเราช่วยกันดีกว่า ภายใต้หลักการของความโปร่งใส มีประสิทธิภาพ มุ่งผลสัมฤทธิ์อย่างยั่งยืน อันนี้เป็นสิ่งที่ผมอยากจะเรียนกับท่านไว้ก่อน และเรื่องใดยังไม่ชัดเจน เราจะยังไม่ประกาศออกไป ถ้าอะไรที่ผมยังไม่ได้สั่งด้วยปากผม หรืออนุมัติด้วยลายเซ็นผมยังไม่ใช่เป็นการพูดคุย เป็นการหารือของคณะทำงานทั้ง 5 คณะที่ทำอยู่ ฉะนั้นบางครั้งประชุมเสร็จข่าวก็ออกมา วันนี้โครงการ 3 แสนล้านได้ผ่านการอนุมัติ ตอนนี้ยังไม่มีสักเรื่องเลย เงินมีหรือยัง ถามสำนักงบประมาณมีเงินเท่าไหร่

เมื่อเช้าเห็นข่าวออกมามี 2 แสนล้าน 3 แสนล้าน ผมว่ามีบางคนที่พยายามปล่อยเรื่องเหล่านี้ออกมาเพื่อที่จะให้ประชาชนเรียกร้อง และเราจะทำอะไรไม่ได้เหมือนเดิม เพราะฉะนั้นท่านก็มาช่วยผมอธิบายกับเขา อันนี้เป็นการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นสิ่งที่ประกาศไปเป็นการประกาศ เป็นคำสั่งชัดเจนนั่นคือสิ่งที่ทำ สิ่งใดที่มีข่าวออกมาโดยยังไม่ได้สั่ง ท่านต้องไปอธิบายสังคมช่วยผมด้วย เดี๋ยวจะเสียหาย

ขอบคุณทุกท่านที่มาประชุมในวันนี้ วันนี้เป็นการมอบนโยบายสำหรับงบประมาณปี 2558 เราต้องตั้งเป้าให้สามารถเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ และจะเร่งรัดกระบวนการต่าง ๆ ทุกขั้นตอนให้มีความโปร่งใสอย่างสูงสุด วันนี้มีการจัดตั้งคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) เพื่อตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินของ คสช. โดย คสช. จัดตั้งมาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สำนักงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์ฯ) จะต้องมีส่วนร่วมเข้าไปตรวจ ปีงบประมาณ 2557 ที่ยังค้างอยู่ บางโครงการที่มีปัญหาก็จะเข้าไปดูให้ ถ้าทำได้ ถ้าอยู่ในแผนงานที่ช่วงสุดท้ายในไตรมาส 4 ที่จะต้องทำให้จบเหลืออีกไม่กี่เดือน

ในส่วนของปี 2557 ที่จะต้องทำใหม่ถ้าเกินพันล้านบาท ก็ต้องไปตรวจไปดูไปช่วยท่าน ตรงไหนยังไม่ดีไม่ถูกต้องก็แก้ ขอให้ทำด้วยความจริงใจต่อกัน ผมไม่อยากจะใช้อำนาจใช้กฎหมายมากนัก แต่ท่านต้องเห็นใจ เพราะจะเดินไปข้างหน้าไม่ได้

วันนี้ในส่วนของการเตรียมการของส่วนราชการ ผมได้ให้นโยบายไปกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัด สภาพัฒน์ฯ ไปแล้ว และท่านก็ได้ไปชี้แจงกับส่วนราชการของท่านบางแล้วว่า แนวทางในการจัดทำงบประมาณปี 2558 เป็นอย่างไร ซึ่งรายละเอียดต่าง ๆ ผมคิดว่าหลังจากนี้จะมีการแถลงพอสมควร ผมจะพูดเฉพาะในเรื่องกว้าง ๆ อยากให้ท่านทราบว่าแนวคิดของผมผิดหรือถูกหรือไม่ เราไม่มีความสุขมา 9 ปี เพราะฉะนั้นจากวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 จะต้องมีความสุขถึงแม้ว่าหลายท่านจะไม่เห็นด้วย หรือเห็นด้วย ผมต้องการให้คนที่ไม่เห็นด้วยในส่วนน้อยให้เขาชะลอประชาธิปไตยไว้ก่อนได้หรือไม่ เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์และไม่เป็นระเบียบไม่ได้ ประชาชนไม่ไว้วางใจ แตกแยกแบ่งพวก แบ่งฝ่าย ผลประโยชน์ต่าง ๆ มากมาย เพราะฉะนั้นผมยังไม่ได้ตำหนิใคร แต่ผลการตรวจสอบการดำเนินคดีต่าง ๆ กำลังดำเนินการอยู่ทั้งหมดในทุก ๆ เรื่อง การร้องเรียนทุกส่วนราชการ ในเรื่องบุคคล เรื่องแต่งตั้ง เรื่องงบประมาณ คงไปตรวจสอบกันเป็นเรื่อง ๆ ฉะนั้นเรื่องเก่าก็คือเรื่องเก่า เรื่องใหม่ก็คือเรื่องใหม่ ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ร่วมมือกับผมด้วย เรื่องเก่าเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขกันไปตามกฎหมาย

สำหรับวงเงินงบประมาณและยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณปี 2558 นั้น ผมได้ลงนามอนุมัติไปแล้ว ในกรอบวงเงินค่าใช้จ่ายทั้งในส่วนของรายจ่ายประจำ งบโอน กู้ต่าง ๆ ท่านคงทราบดีอยู่แล้ว

นโยบายที่ผมอยากเรียนในวันนี้ ฝากประเด็นไว้ให้พิจารณาประกาศแรก ในเรื่องของการเรียกความเชื่อมั่นของประชาชนและนานาชาติกลับคืนมา ท่านต้องกลับไปทบทวนว่าแล้วท่านจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้ ประชาชนในชาติไม่เชื่อมั่นในการปฏิบัติงานของรัฐของเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ทำงานไม่ได้ เกิดความขัดแย้ง และทำอย่างไรให้นานาชาติเข้าใจว่าทำไมเราถึงต้องมีวันนี้ และทำไมถึงปล่อยให้นานขนาดนั้น เกิดจากอะไร ท่านต้องตัดความชอบ ความรักส่วนตัวของท่านออกไปก่อน ประเทศชาติต้องมาก่อน

ในส่วนของวันนี้นั้นคงมุ่งหวังให้มีการใช้จ่ายงบประมาณอย่างทั่วถึงไม่สิ้นเปลือง การกำหนดการใช้จ่ายงบประมาณนั้นจะต้องไม่เกินกรอบวินัย การเงิน การคลังของประเทศ การบริหารหนี้สาธารณะต้องไม่เกินเกณฑ์ปลอดภัยที่เรากำหนดไว้ วันนี้มีข่าวมากมายว่าหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นจากเดิม ทำให้ประชาชนตื่นตระหนก เพราะฉะนั้นท่านต้องไปชี้แจงว่าใช่หรือไม่ใช่ เดิม 53% หรือ 49% กันแน่ และถ้าไม่ไช่ซ่อนอยู่แถวไหน ท่านก็นำมาชี้ให้ชัดเจนขึ้น เพื่อให้ประชาชนจะได้ลดความหวาดระแวง ภาระของเราคือหนี้ระยะยาว ไปอธิบายสังคมว่าวันนี้มีหนี้เท่าไหร่ คือเขาไปพูดกันว่าประชาชนทุกคนต้องแบกหนี้คนละ ครอบครัวละเท่าไหร่ ผมว่าถูกหรือผิด

เมื่อวานมีการรายงานด้านเศรษฐกิจ มีการเปรียบเทียบ มีการสรุปไตรมาสที่ 1 วันนี้ไตรมาส 3 การสรุปต่าง ๆ วันนี้อย่าไปสรุปแบบนั้นผมเสียหาย ท่านต้องสรุปก่อน 22พฤษภาคม 2557 หลัง 22 พฤษภาคม 2557 ให้ผมด้วยทุกกระทรวง ฉะนั้นจะทำอย่างไร การใช้จ่ายต่าง ๆ ต้องสร้างความเชื่อมั่นทั้งในและนอกประเทศ

งบประมาณปี 2558 จำนวน 2.575 ล้านล้านบาท เราก็พยายามควบคุม เพราะการทำรายจ่ายงบประมาณ ถ้าเราทำไว้มากเกินไปก็เกิดปัญหา ซึ่งครั้งนี้ก็เพิ่มขึ้นจากปี 2557 เพียง5 หมื่นล้านบาท หรือประมาณ 2% จากปี 2557 การใช้งบประมาณครั้งนี้ต้องเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ มากกว่าวงเงินให้ได้ ลดการรั่วไหล การใช้จ่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็น และจัดทำงบประมาณให้ตรงตามแผนงานบริหารที่วางไว้ ที่ผ่านมาเรามี 11 แผน วันนี้ปีแรกของแผนที่ 11 ผมให้ย้อนกลับไปที่แผนฉบับ 1-10 อะไรที่ตั้งไว้แล้วต่อเนื่องมาว่าจบหรือยัง ถ้ายังต้องนำมาดูว่าจะทำอย่างไรกันต่อไป เพราะฉะนั้นนำแผนฉบับที่ 11 มา ทุกกระทรวง วันหน้าจะสอบเรื่องแผนที่ 11 ต้องตอบคำถามผมด้าย ผมพยายามอ่านของท่านอยู่ เพราะมีทุกเรื่องของทุกกระทรวงท่านต้องทำตามนั้น เพราะถ้าไม่เดินตามนั้นประเทศก็ไม่เป็นระเบียบงบประมาณก็ไม่เป็นไปตามแผน ถ้าเราทำตามแผนที่วางไว้เฉพาะหน้าประจำปีช่วง 5 ปี 10 ปี ท่านต้องอธิบาย10 ปีข้างหน้าเราจะเป็นอย่างไร ประเทศชาติจะมีอะไรบ้าง วางตรงนั้นแล้วถอยหลังมาถึงจะมาวางแผนตรงนี้ได้ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเขียนแค่ 5 ปี ผมก็สั่งการโดยการบริหารปัจจุบัน ผมบอก 5 ปีใช่ ท่านต้องมองถึง 10 ปี ฉะนั้น 2 แผนต้องเตรียมการต่อกัน 2 แผน เพราะเป็นเรื่องของแผนการต้องใช้ระยะเวลาในการก่อสร้าง ในการสร้างความเข้าใจ ในการทำประชาพิจารณ์ ในการหาวงเงินงบประมาณมาดำเนินการ ฉะนั้นต้องผูกเนื่องสัมพันธ์กัน จัดกลุ่มงานในแผนงานนั้นให้ได้ ในแต่ละกลุ่ม และแต่ละกระทรวงช่วยกัน

สำหรับผมคิดว่าวงเงินกู้จะต้องอธิบายสังคม วงเงินกู้ตั้งไว้เฉย ๆ ตั้งไว้เมื่อมีปัญหามีความจำเป็นที่จะกู้ คนไทยก็ตื่นเต้นคำว่า หนี้ คำว่ากู้ เพราะคนไทย คนรายได้น้อยเขามีปัญหาเรื่องเงิน เรื่องค่าใช้จ่าย ชีวิตเกือบทั้งชีวิตของเขาก็อยู่กับหนี้ ทหารก็มีมาก เขาต้องเป็นหนี้เพราะสังคมโตเร็ว และรายได้เขาน้อย พวกเราข้าราชการระดับล่างเงินน้อย ผมที่เป็นทุกวันนี้เงินเดือนก็ไม่มาก แต่เราก็อยู่กันได้ และเราต้องมาแก้ไขตรงนี้ว่าต้องให้เขาเข้าใจ อย่าให้เขาตื่นตระหนก

หากเศรษฐกิจฟื้นตัวเร็วภาครัฐสามารถจะจัดเก็บรายได้มากขึ้นกว่าเป้าหมายที่ประเมินไว้ เราก็สามารถที่จะทำงบประมาณเพิ่มเติม สำหรับโครงการลงทุนต่าง ๆ ได้ หรือส่วนราชการต่าง ๆ ได้เพื่อสนองต่อการแก้ปัญหาให้ได้โดยเร็ว วันนี้เราต้องช่วยกันอธิบายหรือแสดงให้ต่างชาติเห็นว่า การบริหารจัดการการเงิน การคลังของเราอยู่ในกรอบ ในวินัย ในมาตรฐานสากลโลก ถ้าเราคิดจะทำอะไรมากก็ไม่ใช่เรื่อง ในเมื่อเราเป็นประเทศที่เล็กรายได้ก็น้อย ในขณะนี้ไม่มากนัก เราไม่ใช่มหาอำนาจ ฉะนั้นเราต้องแสดงให้นานาชาติเห็นนโยบายการเงิน การคลังของเราในปัจจุบันมีความรอบครอบ

ประการต่อไปคือ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่องนี้คงต้องสอบกันอีกว่าเข้าใจแค่ไหน อย่างไร กองทัพบก กองทัพต่าง ๆ ได้เน้นเรื่องนี้คือเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลายคนไม่เข้าใจ หลายคนบอกทุกคนต้องประหยัดด้วยปรัชญานี้ ซึ่งไม่ใช่เป็นปรัชญาความพอเพียงในการดำรงชีวิต ไม่ใช่เฉพาะรายได้ รายรับ เป็นปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเริ่มด้วย สามห่วง สองเงื่อนไข ช่วยกันท่องให้ได้ ข้าราชการต้องจำได้ สามห่วง สองเงื่อนไข คือ 1. มีเหตุมีผล 2. พอประมาณ 3. มีภูมิคุ้มกันที่ดี ภายใต้เงื่อนไขความรู้และคุณธรรมที่สำคัญคือการมีภูมิคุ้มกันที่ดี ต้องมีความรู้ มีคุณธรรม ถึงจะทำประกอบการอะไรก็ได้ข้างหน้า ฉะนั้นใช้ได้ทุกอย่าง ทั้งชีวิตประจำวัน ทำงาน อาชีพ ต่าง ๆ ก็ไม่ล้มเหลว ไม่ฟุ้มเฟ้อ ไม่ไปสู่อบายมุข ไม่ไปโกงกิน ทำอะไรต้องมีเหตุมีผล ทำอะไรต้องนึกถึงคนอื่นบ้าง ขยายเล็กน้อยที่ผมบอกว่ามองไปข้างหน้า ก็ไม่เข้าใจกลัวผมจะหกล้ม กลัวผมจะทิ้งข้างหลังไว้ ผมหมายถึงของผม การมองไปข้างหน้า มองให้ออกจากตัวเอง มองไปที่คนข้างหน้าที่เขาแย่กว่าเรา ความหมายของผมคือมองไปที่ลูกน้องว่า วันนี้เราจะทำอะไรให้เขาบ้าง โดยที่ยังไม่ต้องมองตัวเอง นั่นคือสิ่งที่ผมยึดมั่นมาโดยตลอด ไม่ว่าจะจากเล็กจนโต ผมบอกแล้วว่าการทำงานมีอยู่ 3 อย่าง 1. นาย 2. เพื่อน 3. ลูกน้อง จะทำให้หน่วยงานของท่านเป็นมีความปึกแผ่นและงานก็เดิน

ฉะนั้นมองไปข้างหน้า มองให้พ้นจากตัวเอง ไม่ใช่ผูกเชือกรองเท้าแล้วเดิน มองไปข้างหน้า มองคนอื่น เราจะได้คิดออกว่าเราจะทำอะไรให้คนอื่น แต่ถ้าเรามองกลับ ก็ไม่พ้นตัวเอง นี่คือหลักการของผม นึกถึงคนอื่น เราจะรู้ได้ว่ามีคนอี่นอีกมากมายที่ท่านยังไม่ทำให้เขา ผมทำมา 37 ปี ผมยังทำไม่ได้อย่างที่ผมคิดเลย ตั้งแต่เด็กจนโต แต่ละยศ แต่ละตำแหน่งก็พยายามทำมาเรื่อย ๆ ได้บ้าง น้อยบ้าง ก็รอเวลาไม่ทะเลาะกับนาย ไม่ทะเลาะกับใคร เอางานเขามาจับ ไม่ต้องให้นายมาเมตตาพิเศษ เขาต้องเมตตาเราในเมื่อเราทำงาน เขาจะไม่เลือกเราได้อย่างไร ฉะนั้นถ้านายยังไม่เลือกก็ต้องไปทบทวนตัวเองว่าทำไมนายไม่เลือก อาจจะมีหลายสาเหตุก็ต้องไปดูว่าเราทำเพียงพอหรือยัง และนายเขาดีหรือไม่

ดังนั้นการทำให้ประชาชนเข้าใจ พระองค์ท่านทรงรับสั่งไว้ว่าพระองค์ไม่ได้รับสั่งเรื่องนี้ว่าเป็นเรื่องของการประหยัด ไม่ใช่คนละเรื่องกัน เรื่องนี้เป็นเรื่องของการครองชีวิตดำรงตนพลาดพลั้งให้ไม่ ไม่หกล้ม เป็นต้น ถ้ามีน้อยก็ใช้น้อย ถ้ามีเหลือก็แบ่งปัน มีมากกว่านั้นก็ขายต่อ และถ้ามีภูมิคุ้มกัน มีแนวทาง มีความรู้ต่าง ๆ ก็กู้เงิน หากองทุนมาเพิ่มประกอบกิจการ นี่คือหลักการเศรษฐกิจพอเพียง ทุกคนต้องรู้ คนในชาติต้องรู้ ไม่อย่างนั้นคนจะหาว่าท่านไปสอนประหยัด ทำให้คนจนไม่เข้าใจ ฉะนั้นกรุณานำไปสู่การปฏิบัติด้วย หลักการเหล่านี้ต้องไปอยู่ในทุกกระทรวงนำร่องในการทำงาน สอนให้คนมีความพอเพียง โดยมีเหตุมีผลพอประมาณ มีภูมิคุ้มกันที่ดีแต่ต้องมีความรู้ รู้ยังไง รู้โดยเราถ่ายทอด เขาต้องระวังอะไรข้อมูลข่าวสารถึงเขาไหม ทำให้เหมือนต่างประเทศได้ไหมว่า ให้มันโปร่งใส วันนี้ก็เห็นมีศูนย์โน่นศูนย์นี่ผมเห็นว่าชาวนา ชาวไร่เขาเคยดูไหม ก็ต้องไปฟังจากผู้มีอิทธิพลจากแกนนำ ก็ผิด ๆ ถูก ๆ ไปเรื่อย ทำยังไงสิ่งนี้จะถึงชาวบ้านความรู้ คุณธรรมท่านก็รู้อยู่แล้วว่าอะไรดีก็ทำ อะไรไม่ดีก็อย่าทำ พูดง่าย ๆ อะไรชั่วอย่าไปทำมันนั่นคุณธรรม และประกอบขึ้นมา ถ้าทำดีก็จะเป็นจริยธรรม สิ่งหนึ่งเรื่องหนึ่งที่ผมเข้าใจมา จะมีผู้รู้เขาเขียนไว้ ก็คือสิ่งใดก็ตามที่ทำมาแล้วสังคมเป็นระเบียบเรียบร้อย เช่น ศีลธรรม มันก็เป็นจริยธรรมอันหนึ่ง จะวางแผนไว้ว่าจะซื้อในปีใด ฉะนั้นทุกอย่างจะวางแผนไว้ 10 ปีหมด ขอให้เข้าใจต้องกำหนดความต้องการขึ้นมาก่อน เวลาที่เปิดให้บริษัทหรือใครอะไรต่าง ๆ หรือที่ใครในประเทศมาก็มาขายและเขาต้องมาเสนอ เสนอมาให้ตรงกับความต้องการของเรา เมื่อได้แล้วเราเอาทั้งหมด 2 - 3 บริษัทที่ผ่านเกณฑ์ที่เราต้องการต่ำสุดไปเข้าคณะกรรมการกำหนดมาตรฐานยุทโธปกรณ์ กระทรวงกลาโหม (กมย.กห.) ทั้งหน่วยใช้ หน่วยบัญชาการ หน่วยควบคุม หน่วยศึกษา ต้องเข้ามาหมด ฉะนั้นรับได้หรือไม่ 3 อันนี้ ถ้ารับได้ 3 อันคือผ่าน กมย.กห. คราวนี้ต้องมาดูต่อไปว่าเงินมีเท่าไหร่ ถ้าเงินมีพอที่แพงสุดเรามีหรือไม่ ถ้าไม่มีก็เอาราคากลาง หรือราคาต่ำสุดที่เรารับได้ นี่คือหลักการของเรา แต่เรื่องที่จะไปทุจริตกันตรงไหน ไปรับเงินตรงไหนไปสอบกันมาตรงนั้น ฉะนั้นเราต้องระวังตัวเหมือนกันและต้องอธิบายคนให้ได้ อย่างผม ก็มีเสียงร่ำลือว่าไปซื้อรถถังเก่าอะไรทำนองนี้ ผมไปดูประเทศที่มีการผลิตก็ยังตัดเหล็กแผ่นนั้นอยู่เลยยังไม่ได้ประกอบรถสักคัน เหล็กเป็นแผ่นอยู่แล้วผมไปซื้อรถเก่าตรงไหน แล้วผมจะโง่ ไปซื้อของแบบนั้นมาหรือไม่ สังคมชอบสงสัย ประชาชนก็สงสัยไปทุก เรื่องท่านก็ต้องโดน ผมถามว่าถ้าเราไม่ทำกองทัพให้เข้มแข็ง บางคนบอกไม่ต้องมีทหารก็ได้วันนี้ หรือจ้าง อส. (กองอาสารักษาดินแดน) จ้าง รปภ. (รักษาความปลอดภัย) คุณไปจ้างมาแล้วกันผมจะได้ออก เลิก 250,000 คน ทั้งหมด 300,000 - 400,000 ยังช่วยงานท่านไม่พอจะบอกให้ ทำไมได้ 200,000 เอา 200,000 มาลบได้ทั้งหมดไม่ใช่ มันต้องได้ประมาณแสนกว่า ๆ แสนกว่า ๆ นี่แก่ด้วย 50 - 60 ปี อยู่ตามชายแดน ภาคใต้ อยู่ที่ไหนแต่เขาต้องพร้อมเพราะเราไม่สามารถจะผ่องถ่ายเขาได้ เขาก็ไปไหนไม่ได้ ระบบระเบียบการปรับโอน ถ่ายโอน เราไม่มี มีแต่เออรี่ พอเออรี่ก็แก่เกินไปแล้ว

วันนี้ผมอยากปรับโครงสร้างในกองทัพบกใหม่ เอาเป็นว่าระยะที่ 2 ผมเล่าให้ฟังเฉย ๆ เดี๋ยวจะหาว่ามาป้องกันตำแหน่ง ชี้แจงเรื่องทหารอย่างเดียว ผมยกตัวอย่างว่าคิดอะไรกันอยู่ ถ้าเราไม่มีทหารวันนี้ เราอย่าไปต่อรองกับใครเขา คือความจำเป็นที่ต้องมีทหาร ถ้ามีทหารเข้มแข็ง แข็งแรง ท่านพูดอะไรเขาก็ฟัง วันนี้พอท่านตีกันทะเลาะกันทั้งประเทศ มีปัญหา ผมถามว่าวันนี้เขาคุยกับประเทศเราตรงไหน เขาคุยผ่านช่องทางทหารทั้งนั้น ทุกประเทศ ถ้ามีโอกาสคงคุยให้ฟัง วันนี้เขาคุยเพราะช่องทางทหาร ประเทศเรามีสองช่องทาง หนึ่งช่องทางลัด สองช่องทางทหาร ถ้าเราไม่มีการคบค้าสมาคม ไม่มีทหารประเทศถูกปิดไปโดยอัตโนมัติ วันนี้ที่ว่าต่อต้านอะไรต่าง ๆ ทั้งหมดการติดต่อทางการทหาร การไปเยี่ยมเยือนก็ยังมีบางส่วนเขาต้องลดไป เพราะเป็นนโยบายของประเทศเขาเรื่องการเป็นประชาธิปไตย เราก็ไม่ได้ไปกดดัน ไม่ได้ไปต่อต้าน ไปต่อสู้ แล้ววันหน้าจะไม่เจอกันหรือไง บางคนบอกไม่ต้องไปง้อเขา ผมไม่เคยง้อใคร ศักดิ์ศรีประเทศไทยต้องสุดยอด พี่ไทยมหาอำนาจอยู่แล้ว มหาอำนาจในประเทศ คนเก่งมีมากมาย Doctor เป็นร้อยเป็นพัน พอร่วมกันนั่งเกิน 2 คน ไม่ได้ทะเลาะกัน เพราะต่างคนต่างเป็น Doctor ต้องไปปรับใหม่

การจัดงบประมาณที่มีความพอดี ต้องใช้สินทรัพย์ที่มีประโยชน์อย่างเต็มที่ ของเดิมใช้ได้ก็ Renovate ให้ใหม่ไม่ใช่ทุบทิ้งสร้างใหม่ ทุบทิ้งสร้างใหม่ก็จะหมดไปในเรื่องพวกนี้มากมาย ฉะนั้นเอาเงินที่มีอยู่แล้ว ที่ดีอยู่นี้ไปทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด การจัดหาเพิ่มเติมใหม่ก็ควรเท่าที่จำเป็นและผมขอเวลาในสิ่งที่ต้องสร้างใหม่อะไรต่าง ๆ ขยายไม่ทั่วถึง ไปดูอะไรที่ทั่วถึงให้เขาก่อน ฉะนั้น ผมถึงบอกว่าอะไรที่มันขาดและไม่ได้ทำมาตั้งแต่แผนต่าง ๆ ต้องมีการทบทวน

สำหรับพื้นที่ ท่านรู้ดีอยู่แล้วว่าทำไมปัญหาความขัดแย้งเกิดขึ้น อาจจะด้วยเรื่องการเมือง การประชาธิปไตยที่เป็นแบบเดิม เสียงส่วนใหญ่และมวลชนของแต่ละพรรค แต่ละกลุ่มการเมือง อะไรก็แล้วแต่ ทั้งระดับชาติ ระดับท้องถิ่น ทำให้การจัดทำงบประมาณไม่ทั่วถึง การใช้งบประมาณก็ไม่ทั่วถึง ท่านอาจจะถูกการเมืองในระบอบประชาธิปไตยบังคับท่านมากเกินไป คำว่าบังคับผมว่าผิดถูก แต่ก็น่าจะผิดมั่ง คือท่านต้องสร้างความเข้มแข็งของท่านเองให้เขาสั่งท่านไม่ได้ แต่ท่านก็ติดว่าท่านมีวินัยข้าราชการใช่ เอาเป็นว่าข้าราชการปกครอง ท่านรู้ว่าอะไรดีไม่ดี แต่คราวนี้เราจะป้องกันตัวยังไง ให้ไปดูระยะที่สอง ไปเตรียมปฏิรูปส่วนราชการของท่านเอง ไปพูดกันตรงระบบราชการ ทำยังไงจะป้องกันตัวเอง ทำยังไงที่เขาไม่ก้าวล่วง ไม่มากดทับท่าน ใช้ท่านทำในความคิดของท่านให้ได้แผนที่ทำมาทั้งหมด

เรื่องการบูรณาการ การทำงานร่วมกันเป็นทีมคงเข้าใจแล้วว่า แต่ละกระทรวง ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ เรื่องน้ำมีหลายกระทรวงมากมีทั้งน้ำเล็ก น้ำใหญ่ น้ำบ่อ น้ำขุด น้ำเจาะ อะไรทำนองนี้ วันนี้ก่อนท่านจะไปทำอย่างอื่นท่านเอางบประมาณเรื่องน้ำมาดู เอากระทรวงที่ทำเรื่องน้ำทั้งหมดมานั่งคุยกันก่อนว่า ใครจะทำอะไร อันนี้ใครจะขุด ใครจะเป็นหลัก ใครเป็นจะรอง ใครจะเสริม ไม่ใช่ต่างคนต่างขุดจนพรุนไปหมด ถ้าผมดูแผนงานที่ทำตั้งแต่ 1 ถึง 11 ผมว่าตกน้ำตายไปหลายวัน นับไปเรายังขาดน้ำไม่เข้าใจ หรือปลูกป่าผมต้องโดนงูกัดทั้งวัน ไม่เห็นมีป่าหัวโล้นอยู่นี้ เราเสียหายแบบนี้ไปมากมาย นั่นคือการสูญเสียยิ่งกว่าเงินทอง สูญเสียกำลังใจ สูญเสียปอดของเรา ทรัพยากรของเราที่ทุกคนต้องเข้าถึงทรัพยากรเหล่านั้น ฉะนั้นเรื่องนี้กำลังจะดำเนินการปราบปราม กำลังจะสั่งการจับกุมทั้งหมด นายทุนบุกรุกป่า อย่าไปอยากได้เลยของที่มาขายมาซื้อมาเช่ากัน ที่ไม่มีโฉนด ไม่มีเอกสารสิทธิ์ที่ชัดเจน ท่านอย่าไปซื้อ ลูกน้องเขาก็หวังดี เห็นราคาถูกดี ให้นายซื้อไว้ ติดคุก รีบไปผ่อนคลายเร็ว ๆ ไปบอกคนอื่น ในนี้คงไม่มี

ที่ผ่านมากฎหมายบังคับใช้ไม่ได้ เกิดปัญหาเราต้องไม่เลือกปฏิบัติ การบูรณาการผมบอกแล้วกลุ่มงานเดียวกันหลายกระทรวงมาช่วยกันบริหารจัดการเอาแผนใหญ่ แผนย่อยมาดูแล้วส่งเสริมกันและมีหัวหน้ากลุ่มงานของรัฐบาลไปตรวจสอบ ไม่ใช่เอาคนที่ไม่ใช่ของรัฐบาลไปตรวจสอบ เหมือนนักการเมืองไม่ใช่หน้าที่ จบไปแล้ว ไม่ต้องไปปรึกษาเขา ผมรู้ไปปรึกษาคนเก่า ๆ อย่างนี้อย่างโน้น นี่มาปรึกษาผมนี่ เขาตั้งให้ปรึกษาโน้น ไม่ต้องปรึกษาคนนอกถ้าไปปรึกษาก็ไปอยู่กับเขาเลย เตือนไว้แล้ว และผมเตือนกับเขาด้วยคนที่เขาให้ไปปรึกษา ท่านบอกว่าท่านหยุดแล้ว ท่านไม่หยุดให้คำปรึกษา แต่ไม่รู้จะห้ามให้เขามาหาได้ยังไง ก็เลยต้องห้ามทั้งสองทางล่ะมั่ง

เรื่องน้ำ อยู่ที่ปัญหาที่ผมพูดไปแล้วเมื่อวานนี้ เราต้องจัดการปรับปรุงบริหารจัดการน้ำทั้งระบบให้ได้ ต้นทุน การระบบบริหารจัดการทั้งเกษตร อุตสาหกรรม ให้เพียงพอ ประชาชนมีพออุปโภคบริโภคปี 57 งบประมาณเหลือแต่ละกระทรวงมากพอสมควร ที่ยังไม่มีแผนของโครงการก็จะปรับไปดู เรื่องน้ำ เรื่องสิ่งที่เป็นปัญหากับประชาชน ใช้จ่ายงบประมาณให้เร็วและเกิดประโยชน์กับประชาชนดีกว่าไปทำอย่างอื่น ดีกว่าไปดูงานต่างประเทศดูอะไรไม่ให้ทั้งสิ้น งบจากตำแหน่งอะไรก็ไม่มี ไม่ให้ซื้อ แผนงานทุกงานต้องต่อเนื่องทุกมิติ 1 ปี 5 ปี 10 ปี

สำหรับมาตรการช่วยเหลือประชาชน ต้องส่งเสริมให้ประชาชนยืนหยัดด้วยความเข้มแข็งในระยะยาว ไม่ใช่ช่วยแล้วอ่อนแอ พระเจ้าอยู่หัวท่านทรงรับสั่งแล้วว่า ไม่ใช่เอาปลาไปแจก ให้เอาเบ็ดไปตก ก็ไปตีความผิดอีก เพราะมันไม่มีปลา จะไปตกได้ไง ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ครั้งก่อนเราเคยนำสิ่งที่พระองค์ท่านทรงแนะนำมาคือเรื่องของเกษตรทฤษฎีใหม่ผมว่าทุกคนเข้าใจ 3331 ตรงไหนทำนา ตรงไหนปลูกข้าว ตรงไหนปลูกพืช ไม้ยืนต้น ตรงไหนเป็นที่อยู่ ตรงไหนเป็นแหล่งน้ำ ปรากฏว่าข้าราชการอธิบายกันไม่เข้าใจ ข้างบนเข้าใจลงไปถึงข้างล่างคนที่อยู่ข้างล่างไปบอกให้คนชาวเขาข้างบนทำแบบนี้ เขาบอกว่ามันจะมีน้ำตรงไหน จะเลี้ยงปลาบนเขาได้ยังไงนี้ง่าย ๆ เราเป็นข้าราชการ เราต้องคิดว่าจะทำยังไงเอาสิ่งที่ท่านรับสั่งมาประยุกต์ให้เกิดขึ้นให้ได้ ฉะนั้นเมื่อ 3331 ถ้าท่านบอกบนเขาทำเหมือนกันตรงกลางก็เหมือนกัน ข้างล่างก็เหมือนกัน ย่อมทำไม่ได้ถ้าตรงไหนเป็นที่ลุ่มที่ราบ ก็เป็นหนึ่งใน 10 ตรงนั้น ตรงกลางทำไม่ได้ก็เป็น 3 ใน 10 ยอดเขาเป็น 3 ใน 10 เป็นแต่ละส่วน ฉะนั้นก็เป็น Sector ของทฤษฎีใหม่ ก็แลกเปลี่ยนไปมา เหลือก็ไปขาย เกิดการหมุนเวียนในพื้นที่มาได้ ไม่ใช่ทุกคนปลูกเหมือนกันทำเหมือนกันแล้ว จะไปขายให้ใคร ฉะนั้นถ้าสามารถทำได้แบบนี้ คือการโซนนิ่งขึ้นมาให้ได้ วันนี้เราบอกจะโซนนิ่ง ผมถามว่าจะทำได้ไหม มีปัญหาหรือไม่ ในเมื่อตั้งราคาข้าวไว้แบบนี้แล้ว ท่านจะโซนนิ่งให้ปลูกอย่างอื่นเขาจะไปได้ไหม ไปคิดแบบนี้ผมคิดไม่ออก เป็นเรื่องของท่าน แต่จะโซนนิ่งยังไง จะไปสั่ง ผังเมืองแบบใด คือท่านจะไปทำในเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ในขณะนี้ วันหน้าทำได้แน่นอนต้องช่วยกันคิดต่อไป เหมือนเมื่อวาน ผมพูดไปแล้วน่าจะยุบผังเมืองกรมผังเมืองหรือไม่ ทำไมสับสนอยู่แบบนี้ ที่ต่างชาติ เขาชอบเมืองไทยและมาเดิน ตามถนนเอาแผนที่มาถาม เพราะถนนเลี้ยวไม่รู้กี่เลี้ยว go straight ahead ไม่ได้เลย turn the left , turn the right ท่านต้องตีกรอบเมืองใหญ่ไว้ ในนี้เป็นเมืองเก่าไป ค่อย ๆ ทำไปข้างใน ให้มีความเป็นวัฒนธรรมไทยอะไรต่าง ๆ ให้คนเข้ามาเที่ยว แต่รอบสี่เหลี่ยมนั้นท่านทำใหม่ ทำเส้นทางให้ตรงกันตอนสมัยที่เราไปตีกรอบ ด้านไหนที่เราทำไว้นอกเมือง ด้านฝั่งธนฯ ที่ตีกรอบไว้ วันนี้ก็เป็นแบบนี้อีกแล้ว เพราะไม่ได้วางไว้ล่วงหน้า พอวางล่วงหน้าทำไม่ได้ ต้องเคารพกติกา ระบบปฏิรูปส่วนราชการจะดู กรมไหนควรอยู่ กรมไหนไม่ควรอยู่ ดีไหม อยู่เถอะแต่ทำให้ดี ให้เป็นระบบคิดแบบผมคิด ถ้าไม่คิดแบบนี้ทำไม่ได้แน่นอน ประเทศเกาหลีรกยิ่งกว่าเราตลาดทงแดมุน ผมเคยไปมาหลายปี ตอนนั้นเกาหลีไม่ได้เป็นแบบนี้ เมื่อ 30 ปี 40 ปี ผมเป็นร้อยตรี ร้อยโท รับประธานาธิบดีเกาหลีมาเยือนประเทศไทย พระเจ้าอยู่หัวทรงพาไปดูโครงการที่ปราจีนบุรี เขาชื่นชมเรามากมาย ประมาณ 20 ปี ที่ผมต้องพาไปดูไม่เกิน 30 ปี วันนี้กลับกันไทยไปดูงานเขาทุกวัน ผมก็ไม่เข้าใจดูกันยังไง ดูเสร็จกลับมา บางส่วนกลับเอาศิลปินเขากลับมา วันนี้คนในประเทศคลั่งเกาหลีมากว่าคลั่งไทยอีก ผมก็ไม่เข้าใจ ใครไม่รู้บอกว่าไม่ได้ต้องไปเกาหลีตลอด ไปฟังเพลง ไปกินอาหารเกาหลี อาหารไทยยังไม่กินเลย เป็นคนไทยหรือเปล่า เดี๋ยวมีคนมาว่าผมอีกไปไล่คนออกนอกประเทศอีก หาว่าใช้เผด็จการอีกแล้ว คือต้องคิดแบบคนไทยคิด

ฉะนั้นการจัดสรรงบประมาณลงพื้นที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะหน่วยงานที่ใกล้ชิดกับประชาชนทั้งภาคกลางทั้งการปกครองส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น ต้องเปิดช่องทางให้ประชาชน ผมเคยพูดไปแล้ว ประชาชนจะติดต่ออะไรซักเรื่อง ถามทางโน้นบอกไปกรุงเทพฯ นี่ผมไปฟังจากหูเลยที่ใต้ อยู่นราธิวาส ไม่ได้หรอก ไม่เป็นธรรม สร้างความขัดแย้ง คนมุสลิมไม่ได้สิทธิเท่ากันพอไปถึงคนตอบกลับเป็นไทยพุทธ โน่นไปกรุงเทพฯ วิ่งรอกไปกรม กรมบอกสิทธิที่นั้นเขาทำได้กลับมาอีกรอบ ตอนนี้บอกทำได้ ๆ เปิดหลักฐานแต่ต้องไปเอาหลักฐานที่กรุงเทพฯ มาบอกสองรอบ แบบนี้ต้องไม่เกิดขึ้น ถึงได้มีการแบ่งแยกดินแดน เพราะคิดแบบนี้เล็ก ๆ น้อย ๆ แค่นี้ท่านต้องทำให้ได้

วันนี้คิดจะไปทำไอซีที จะทำทาง Line ทาง internet อะไรก็แล้วแต่ให้ถึงชาวบ้าน ผมถามว่าจะถึงไหมพูดถึง แต่ถ้ามีคนดี ๆ ไปมีปากมีเสียงไป ไอ้นั่นก็ทำไป ไม่ใช่ของบประมาณ 1,500 ล้าน จัดระบบนี้ขึ้นมาเพื่อให้ถึงประชาชน ผมตอบคำถามนี้ไม่ได้ ถามว่าเหมือนเดิมไหม เหมือนเดิม ผมว่าเอาเงินเหล่านี้ไปตั้งจอให้ชาวบ้านเห็นดีกว่า อยากบอกอะไรก็ดูจอเอา ขออย่างเดียวอย่าดูจอน้ำเงิน แดง เหลือง ถูกชักจูงโดยแบบนี้หมด เพราะท่านไม่ถึงเขา เมื่อท่านไม่ถึงเขา เขาก็ไม่รู้ว่าจะฟังใคร มาพูดดีกับเราก็ไปทางนี้ บางคนแยกอยู่แบบนี้ใช่ไหม

ฉะนั้น ท่านต้องทำให้เขามาหาเราให้ได้ หาเราตรงกลางเราจะดูเขาทั้งหมดทุกพวก จะเกิดความเป็นธรรม ชอบธรรม ทั่วถึงไม่เลือกปฏิบัติ ประเทศเดินไปข้างหน้า ไม่มีความขัดแย้งเราก็ไม่เสียหาย กฎหมายก็ไม่เสียหาย เรื่องการจัดสรรงบประมาณลงพื้นที่แล้วฝากให้ไปต่อเนื่องเชื่อมโยงกับท้องถิ่นด้วย ผมเห็นแล้วว่าบางครั้งท้องถิ่นก็ต้องมาอยู่ในแผนเราด้วย เพราะแผนพัฒนาต่าง ๆ เขียนไว้ทุกอันซึ่งทุกส่วนต้องระดมทั้งแผนงาน โครงการ งบประมาณ คน ลงไปช่วยกันจะได้เสริมกัน

วันนี้เราถอยหลังไม่ได้ จะไปยุบกำนัน ผู้ใหญ่บ้านผมว่าไม่ใช่เวลานี้ ทำอย่างไรไงให้เขาทำงานหน้าที่เขาให้ดีที่สุด ทำอย่างไรจะมีงบประมาณให้เขาและทำไงเขาจะมีมาตรฐานที่ดีขึ้น เขาโกงไม่เข้มแข็ง ต้องทำให้เขาเลิกโกง ทำให้เขาเข้มแข้ง ทำให้เขามีจิตสำนึกเพราะเขาเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น ไม่ใช่มัวแต่แกล้งควรจะยุบไหม นี่ควรจะเอาเงินมากเกินไป ผู้ว่าฯ ไม่มีเงินแต่ผู้ว่าต้องสั่งได้ สั่งตามแผนงาน เขาต้องเชื่อ ตรงนี้ถ้าทุกอย่างเป็นอิสระกันหมดไม่ได้หรอก บางคนเสนอให้มีการเลือกผู้ว่าฯ เอาตำรวจจังหวัด เมืองนอกทำได้ เมืองไทยผมว่าประเทศเราใหญ่ขนาดนั้นไหมแล้วเอาเงินที่ไหนมาดูแลกัน ถามว่าอีกหน่อยก็จังหวัดนี้จังหวัดโน้นก็รบกัน มีกำลังของตัวเองก็รบกันไป ถ้าเราคิดอีกแบบก็ดูดีนะ ไม่ต้องมียศ

ประเทศไทยกลัวอย่างเดียว กลัวคนมียศ เพราะคนมียศอยากจะใช้อำนาจ อำนาจไม่ได้มาง่าย ๆ ไขว่คว้ายังไงก็ไม่มา และถ้ามีแล้วใช้ไม่เป็นก็อยู่ไม่นาน ที่พูดเพราะผมอยู่ตรงนี้ ผมก็รู้ว่าอยู่ไม่นานหรอก Honeymoon Period แต่ผมก็พยายามอยู่ให้นาน ให้กำลังใจผมบ้าง เพราะงานปกติก็ไม่ได้ทิ้ง กองทัพก็ทำงานอยู่ภายใต้คำสั่ง

วันนี้ผู้ว่าฯ บอกไม่มีเงินต้องไปเดินตามเขา ก็เกิดความรู้สึกที่ไม่ดีขึ้นมา ความรู้สึกข้าราชการไม่ดีทางเกิดแบ่งแยก ท่านต้องไปแก้ด้วย

ฉะนั้น งบประมาณจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ในส่วนที่ผมพูดไปทั้งหมดสภาพัฒน์ฯ (สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ) สำนักงบประมาณและหัวหน้ากลุ่ม ทำเสร็จแล้ว

ผมอยากจะพูดให้ทุกท่าน 1,200 กว่าคนฟังว่า บ้านเมืองเราต้องแก้ไขด้วยกันเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ที่ถูกต้อง ไม่ใช่เรื่องเลือกตั้งอย่างเดียว ถ้าเรื่องเลือกตั้งแล้วมีการฆ่ากันมากมายผมทำอย่างนั้นไม่ได้ การยอมรับก็ไม่เกิด จะยิ่งกว่าผมออกมาอีก ผมจะตอบให้ถ้าเลือกตั้งครั้งนี้ เพราะไม่มีใครยอมใครปี 57 ก็ใช้งบประมาณไม่ได้ปี 58 ก็ทำงบประมาณไม่ได้ ผมถามว่าประชาธิปไตยจะทำได้ไหม เลือกตั้งออกมาได้รัฐบาลก็ประท้วงอีก นี่คือคำมั่นสัญญาที่เขาให้กับผมไว้ในการประชุมของกลุ่มต่าง ๆ ก่อนวันที่ 22 รัฐบาลบอกถ้าแบบนี้ไม่ได้ ก็ไม่ได้ปล่อยไปแบบนี้ ต้องเข้าใจด้วยหาว่าผมไม่ได้แก้ตัว เดิมก็ทรมานอยู่แล้วไม่มีความสุข เพราะกดดันด้วยเวลา ด้วยสถานการณ์ ด้วยต่างประเทศ ในประเทศ ผมคิดทุกอย่าง เรียกว่าเก็บทุกเม็ดมาแก้ก็เลยรุมเร้า อย่าโกรธกัน

แผนการทำงานของ คสช. ผมต้องกราบเรียนท่านอีกครั้งหนึ่ง เมื่อวานผมก็พูดไปกับสื่อไปบ้างแล้ว ผมพูดไป 3 ขั้นตอนของ คสช. ขั้นที่ 1 คือ 3 เดือน ต่อไปอีกปีหนึ่งหรือเร็วกว่านั้นมากกว่านั้น ว่าปฏิรูปไหมกฎหมายต่าง ๆ แก้ทันหรือไม่ที่เร่งด่วนเพื่อจะไปเลือกตั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิรูปทางการเมือง ผู้ใช้อำนาจจะเอามายังไง มีอำนาจแค่ไหน ข้าราชการจะเป็นอิสระในการทำงานแค่ไหน ต้องไปทำตรงโน้นโดยคณะที่เหลือ สภาปฏิรูปรวมแล้วประมาณปีกว่า ๆ นี่ก็ถามทุกวันถึงเมื่อไหร่ เมื่อวานก็ถามผ่านสื่อ ตกลงเราถือปฏิทินคนละฉบับไหม ก็ตอบทุกวัน 3 เดือน เดือนอะไร วันที่เท่าไหร่ อีกหน่อยก็ วินาทีไหน ใจร้อนจริง ๆ คนไทยอยู่ที่สื่อจะปรับเร่งยังไงจะทำให้คนตีกันก็ได้ ให้คนรักกันก็ได้วันนี้บอกจะตัดสิทธิ์เสรีสื่อ ที่ผ่านมาเป็นยังไง วันนี้ก็ต้องควบคุมไว้บ้าง ไม่ให้บานปลาย วันนี้ทุกคนยังคิดว่าลืมไปหรือผมใจดีเกินไปไม่รู้ สมัยก่อนเขาปิดสำนักพิมพ์หมดเลย ผมกลัวคนตกงาน กลัวคนเดือดร้อน แต่ก่อนนี้แตะไม่ได้เลย วันนี้อยู่ในอำนาจแต่ผมก็ลดระดับพยายามไม่ไปใช้อำนาจ ผมไม่ไปไหน ผมก็ทำงาน ประชุมกับท่าน ยิ่งกว่าติดคุกอีกผมจะบอกให้ ผมไม่เคย ไปไหนได้ไปเลยและไม่ได้ ไหนมา 7 ปีแล้ว ตั้งแต่ 49 เก้าปีแล้วก็ไปไหนไม่ได้ไม่รู้ใครชอบไม่ชอบ ลูกน้องต้องไปป้องกันให้เดือดร้อนไปหมด

ฉะนั้น ผมขอย้ำทวนอีกครั้งว่าวันที่ 22 เดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นเดือนแรก อาจวุ่นวายไปบ้างที่ต้องคลี่คลายสถานการณ์ให้นิ่งสงบ ต่อไปเดือนมิถุนายน กรกฎาคม สิงหาคม ต้องทำทุกอย่างให้เรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปกครอง การตั้ง สอช. ต้องเป็นระบบปฏิทินของผม เมื่อตั้ง สอช. เสร็จก็ตั้งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และบริหารราชการต้องให้ทันในเดือนกันยายน หรือสิงหาคมโดยประมาณ แต่ขั้นตอนต้องเสนอเรื่องโปรดเกล้าฯ ลงมา ต้องมีเวลาในฝ่ายธุรการด้วย ผมว่าต้องตั้งรัฐบาลได้ภายในเดือนสิงหาคม หรือต้นกันยายน เพราะเราต้องเผื่อเวลา 15 วัน สำหรับนำขึ้นทูลเกล้าฯ เรื่องต่าง ๆ ขึ้นไปใน 15 วันสุดท้ายของเดือนกันยายนเป็นอย่างน้อย ตกลงตรงกันหรือยังจะเอาวินาทีไหน ตอบทุกวันผมคิดไม่ไหว ปฏิทินเดียวกัน

ฉะนั้นงบประมาณของเราจะไปสอดคล้องกับที่จะมีรัฐบาล อย่าพึ่งไปวิพากษ์วิจารณ์ว่า จะเป็นใครมาจากไหน ใครผมก็ยังไม่รู้เหมือนกัน ไปว่ากันตรงโน้น ฉะนั้นเมื่อถึงเดือนตุลาคม เรามีรัฐบาลก็จะเดินไป พอมีรัฐบาลเรียบร้อยเสร็จจะเริ่มตั้งสภาปฏิรูป คำว่าปฏิรูปที่ว่าจะเอาทุกภาคส่วนทั้งผู้ขัดแย้ง ทั้งการเมือง ตามหัวข้อที่ท่านคิดขึ้นมา ถามว่าระบบราชการทุจริตคอร์รัปชั่น ท่านอยากจะตั้งอะไรบ้าง จะไปคุยที่สภาปฏิรูป สภาปฏิรูปก็จะไปคัดมา ถ้าต้องการเท่านี้อาจจะสมัครมาเลือกมาสองเท่าสามเท่า และเลือก เอามาที่เหลือในจำนวนที่ต้องการ แต่ให้ครบจำนวนให้ครบภาคส่วนจะได้คุยกัน เอาเรื่องที่ผมให้คุยกัน จะได้ปรองดอง บางคนบอกว่าไปจัดดนตรีจะปรองดองกันอย่างไร ผมไม่สนใจ ผมให้มาเจอกันมาคุยกัน ตรงนั้นให้เขาสนุกสนานไป เพราะที่ผ่านมา 9 ปีกับอีก 6 เดือนไม่เคยคุยกันเลย เจอเมื่อไหร่ชกกันเมื่อนั้น ผมต้องการแค่นั้น เอาเรื่องต่าง ๆ ที่ท่านคุยไว้ทั้งหมด คิดไว้ทั้งหมดส่งให้เขาอ่าน เพราะที่ผ่านมาเขาฟังข้างเดียว วันนี้เขาเห็นทั้งสองข้าง แต่ผมไม่สรุปเกิดเขาสรุปกันขึ้นมาบอกต้องอย่างนี้ คสช. ต้องทำตามนี้ผมไม่รับ ผมไม่ได้สรุป ให้เข้าใจประเด็นตรงนี้ด้วย ให้เขามาพบปะช่องทางประนีประนอมกันอะไรกันบ้าง ไม่อย่างนั้น ในสภาปฏิรูปไปชกกันอีก ถ้าชกกันนานแก้ไม่ได้ ท่านก็เกลียดผมอยู่นานอีกใช่ไหม นี้คือสิ่งที่ผมทำให้ลดเวลาให้เร็วที่สุด ท่านรู้แล้วคนไทยชอบเถียงกัน ชอบโต้แย้งเอาชนะกันเล็กน้อย นับแต่วันนี้ไม่ได้แล้วเวลาเหล่านั้นจนกระทั่งกล้าแข็งจนเกินไป แต่ก่อนโต้กัน แย้งกัน เกลียดกันครู่เดียวก็เลิก วันนี้ฝังไว้ในตัวในหัวสมองหมดแล้ว ต้องแก้เขา ค่อย ๆ ทำ ฉะนั้นระยะที่สองนี้ เราจะใช้ทันทีตอนนั้นก็ยังไม่รู้ว่าใครจะ เป็นแต่ผมว่าจะใช้สิ่งที่ผมวางไว้ไปให้เขาดู เหมือนเดิม ไม่ว่าใครจะเป็นต้องเดินอย่างนี้

ต่อไปด้านเศรษฐกิจ ท่านต้องพัฒนาภาคเกษตร บ้านเรามีภาคเกษตรเป็นหลัก ฉะนั้นที่ว่าเศรษฐกิจทำอย่างไร สร้างมูลค่าเพิ่มวัตถุดิบต่าง ๆ ที่เราขายไปข้างนอกมหาศาล ราคาก็ตก ทำอย่างไรจะสร้างระบบเศรษฐกิจขึ้นมาให้ยั่งยืน ให้ความรู้เกษตรกร ลดต้นทุนการผลิต ช่วยเหลือการผลิตปัจจัยขั้นพื้นฐาน สิ่งที่ผมคิดคือเราจะช่วยดูแลชาวนา ชาวไร่อย่างไร ผมคิดเร็ว ๆ แบบทหารคิด เราก็พยายามคิดอยู่ในค่ายทหาร เราทำไมไม่เอาระบบสหกรณ์ของท่านมา วันนี้ถ้าผมรื้อระบบสหกรณ์ กระทรวงเกษตรรับไปการประกันราคาข้าว ไม่มีการจำนำข้าวเลย แน่นอน เกษตรด้วย ไม่มีต่อ เมื่อมี โปร่งใส ประชาชนได้รับจริง ๆ 100 เปอร์เซ็นต์ เดี๋ยวพิสูจน์มา วันหน้าค่อยว่ากันใหม่ แต่วันนี้ไม่มีแน่นอน ไม่ต้องมาพูดกับผมอีก จำนำข้าวหรือประกันราคาข้าว มีแต่การจะทำอย่างไรเพื่อลดต้นทุนการผลิต ต้นทุนการผลิตวันนี้เริ่มตั้งแต่การเช่านาแล้ว ชาวนาไม่มีนาของตัวเองเท่าไรหรอก ค่าเช่านาตั้ง 6,000-7,000 บาทต่อไร่ต่อปี และพวกนี้คือราคาต้นทุนของเขา ถ้าลดตรงนี้ได้ก็โอเค เพราะฉะนั้นทุนต่าง ๆ ต้องลดลง ช่วยกัน แล้วทำอย่างไรจะส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์มากกว่าใช้ปุ๋ยเคมี ดินมันเสีย ผมว่าก็ต้องทำอย่างไรไม่รู้ละ กรมวิชาการเกษตรไปว่ามา ถ้าเราสามารถมีธนาคารเหมือนธนาคารข้าวเป็นธนาคารเมล็ดพันธุ์ คือถ้าเรามีธนาคารในแต่ละพื้นที่ในเขตชนบท อำเภออะไรก็ได้ ที่ทุกคนสามารถมา ถ้าเราไม่ให้เขาเบิกยืมเมล็ดพันธุ์อะไรไป เบิกยืมปุ๋ยอะไรไป อาจจะต้องสูญบ้างอะไรบ้าง คือไม่มีปัญญาใช้ ทำอย่างไรก็ไม่มีทางเอามาใช้ได้ ไปหาทาง แต่ถ้าบอกทำอย่างนี้เดี๋ยวก็เจ๊งอีก เหมือน กยศ. เงินกู้เหมือนกัน เพราะเขาไม่รู้จะเอาที่ไหนมาใช้ท่าน เพราะเราไม่ได้สร้างว่าเขามีงานทำหรือเปล่า ถ้าเขามีงานทำเขาก็ต้องมีกำลังผ่อนชำระ ชำระวันนี้ไม่ได้ก็วันหน้าต้องชำระ แค้นนี้ต้องชำระ หนี้ก็ต้องชำระเหมือนกัน ใช่ไหม วันนี้ไม่มีงานทำจะเอาที่ไหนมาผ่อน เดี๋ยวเตะฟุตบอลอีกแล้ว ก็คิดว่าจะเอาเงินมายังไง ต้องเอาเงินไปทำให้งอกเงย ความคิดแบบเด็ก ก็เป็นภาระครอบครัว ก็ไม่ได้ใช้เงิน ลืม คิดเร็ว ๆ นะลองดูสิว่าจะทำอย่างไร จะลดเอาเปรียบคนกลาง ตลาดกลางผลิตผลการเกษตรโดยตรงได้ไหม ให้ชาวนาชาวไร่เขามาเขาจัดขึ้นมาเอง แล้วจัดในที่เขาอยากจัด ไม่ใช่ไปสร้างแล้วเขาไม่มา มาแล้วก็แพง ก็อย่าไปทำให้แพงมากนัก ไปหาที่ที่สร้างแล้วใกล้ ๆ ชาวบ้านเขา ใครอยากซื้อไปซื้อตรงนี้ เหมือนตลาดกลางหรือตลาดไท สมัยก่อนดูโหรงเหรง ๆ ตอนนี้เป็นอย่างไร เป็นตลาดเขมร ลาว ไปหรือยัง วิ่งไปก็หนีกันเพียบหมดเมื่อวานนี้ ไม่ได้ไปจับไม่ได้ไปอะไรสักอย่าง หนี กลัวจับ ปรากฏว่าเศรษฐกิจประเทศไทยหงอยเลย พี่เลี้ยงเด็กทั้งหมด อาชีพเสริม อาชีพพวกนี้เขา เอาละ ผิดก็คือผิด คอนโทรลให้ได้ก่อน แล้วเดี๋ยวจะต้องจัดระเบียบนะครับ

การพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศต้องเชื่อมโยงกับการลงทุนต่างประเทศ ผมได้บอกกับประเทศใหญ่ ๆ ที่เขามาพบ ต่อไปนี้การมาตั้งโรงงานของท่าน ไม่ใช่ท่านตั้งของท่านเอาส่วนประกอบมาจากท่านแล้วเรามานั่งประกอบ บอกเรียกถ่ายทอดเทคโนโลยี ผมว่าไม่ใช่ วันนี้สถิติการผลิตรถในประเทศไทยสูงที่สุดในโลก น่าภูมิใจ แล้วไปไหน ได้เงินกับเราทุกคันไหม เราได้แต่อะไร ภาษีในการประกอบการ แถมแรงจูงใจไม่มากอีก พอมากอีกก็ไม่ได้อะไร แทบจะไม่ได้อะไร แต่ได้คนงานไปทำ ผมบอกว่าต่อไปนี้การจะเสนอตั้งโรงงานหรือ BOI กำหนด ต้องเข้าหลักเกณฑ์ 1 2 3 4 5 1. ต้องสร้างแรงงานของคนไทย 2. ใช้วัสดุที่ผลิตในประเทศเรา ถ้ายังเป็นยางดิบอยู่ จะทำอย่างไรให้ไปส่งท่าน ก็ตั้งโรงงานย่อย โรงงานยาง โรงงานในเครือของท่านมาแล้วเอายางผมไปทำ ไปส่งเขา เพราะฉะนั้นส่วนประกอบควรจะต้อง 30 เปอร์เซ็นต์ 50 เปอร์เซ็นต์หรือเปล่า เหมือนเวลาเราไปบ้านเขาเราถูกเขาบังคับแบบนี้หมด แต่เราไม่เคยบังคับใครได้เลย ทั้งที่บ้านเราเป็นแหล่งที่น่าจะดีที่สุดในภูมิภาคแถบนี้ อยู่ตรงกลาง North South East West ใช่ไหม เราเป็นศูนย์กลางเลย ทำไมทุกคนอยากมา แต่ทั้งหมดอย่างไร ไปขายกันไปตรงไหน วันนี้ต้องให้ออกมาให้ได้และให้เป็นประโยชน์กลับมาคนไทยให้ได้ ไปคิดเอา เพราะฉะนั้น BOI ที่ว่าตั้งมาแล้ว ทั้ง SME อะไรไปเสริมให้ จะได้เอาใหญ่ไปช่วยเล็ก เล็กก็ไปสร้างแรงงาน เล็กก็ไปเป็นฐานการจำหน่ายอะไรก็ว่าไป ไม่ใช่มีใหญ่ มี Central แล้วไม่ต้องมีเล็ก ๆ ข้างล่าง เดี๋ยวเสียหายเขาอีก ต้องมีทั้งหมด เพราะบางคน เหมือนจีน ผมเห็นถ้าไปอีกที่จะเป็นตลาดของคนที่รายได้น้อย ก็มีข้าวมีอะไรกินเหมือนกัน ไปดูมาสิ ผมเห็นท่านไปดูมาเยอะแยะ เขาทำอย่างไรเขาบริหารจัดการอย่างไร ที่เป็นชาวไร่ชาวนาทำไมเขาอยู่ได้ ในเมืองราคาขนาดนี้คนละราคาหรือเปล่า ถ้าคนละราคา เขาทำอย่างไร เขา Subsidize กันอย่างไร พวกนี้เขาจะมาใช้จ่ายของอย่างนี้ได้อย่างไร มี Subsidize โดยใช้บัตรทองไหม ส่วนนี้มีบัตรทอง ไปเอาปุ๋ย อันนี้ไปเอาเมล็ดพันธุ์ อาจจะฟรี อาจจะผ่อนทีหลังอะไรก็แล้วแต่ หรือไปซื้อของในราคาถูก ทำให้เขาเถอะครับ ไม่ใช่บัตรทองรอแจกเงิน ๆ อยู่แบบนี้ ไม่ใช่ ให้เขาเรียนรู้ที่จะอยู่กันอย่างไร เพื่อให้เขามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ความน้อยอกน้อยใจเขาก็หายไป ความกดดันเจ้าหน้าที่ก็ลดลง ประเทศชาติก็เดินไปข้างหน้า ผมว่าถ้าคิด มากกว่าผมอีก

เรื่องกระบวนการวิจัยและพัฒนา ผมไม่อยากให้มุ่งเน้น วันนี้วิจัยพัฒนาบอกเงินน้อยไม่เท่าไร ศูนย์จุดเท่าไรเปอร์เซ็นต์ไม่รู้ ผมบอกให้เพิ่มขึ้น แต่เพิ่มขึ้นอย่างไร ก็ต้องไปใช้ในการผลิตในสิ่งที่เราต้องการ อะไรที่ทำมาจากวัตถุดิบที่เรามีอยู่ ไปวิจัยพวกนี้ ไม่ต้องไปวิจัยเครื่องบิน วิจัยรถ อะไรที่เขามีอยู่แล้ว สู้เขาไม่ได้หรอก กองไปกี่ห้องแล้วผลงานวิจัย คงมีใครถามแล้วหละบอกไม่ได้ใช้หรอก เพราะฉะนั้นวันนี้ไปจัดกลุ่มงานวิจัยที่ไม่ได้ กำหนดความเร่งด่วนว่าจะทำอะไรก่อน แล้วสนับสนุนงานวิจัย แล้วต้องเอามาใช้งาน เอามาผลิตทดลองใช้งาน แล้วเมื่อไรเราจะมีรถของเรา มีเครื่องบินของเรา มีแต่ของคนอื่นทั้งนั้น ไม่เคยมีอะไรได้เลย ถ้าพูดย้อนกลับไปสมัยรัชกาลที่ 5 ตอนก่อนมีตั้งหลายอย่าง ทำเครื่องบิน ทำเรือดำน้ำ ทำไมต้องไปตามไล่ซื้อเขาอยู่ ต้องคิดใหม่

สาธารณูปโภค ผมรู้ว่าทุกคนอยากได้ แต่เป็นภาระหรือเปล่า เพราะฉะนั้นอะไรที่ทำได้ ทำ เช่น รถไฟรางคู่ ผมเล่าไปแล้ววันนั้นชาวบ้านเขายังไม่เข้าใจเลยว่ารางคู่คืออะไรเลย แต่อยากได้ เพราะเชื่อม 8 เลน เขาบอก เข้าใจว่าอย่างไร อ๋อ รางคู่มีรางสองราง ถ้ารางเดี่ยวคือรถไฟตรงกลางที่มีรางตรงกลาง วันนี้ยังไม่เข้าใจเลย วันนี้รถไฟรางเดียววิ่งสวนทางกันต้องหยุดรอใช่ไหม เสียเวลาใช่ไหมวันนี้ เราก็ทำรางคู่ไป คือสองรางคู่กัน ใช่ไหม ไม่ต้องไปติด ต่อไปเราก็อาจจะแยกของเก่าขนผักก็ได้ ของใหม่จะได้ขนคน เอาง่าย ๆ บอกเขาอย่างนี้แล้วกัน ไม่อย่างนั้นไม่เข้าใจ และรถไฟฟ้าถ้าเราทำใช้เงินกู้มาก ๆ จะคุ้มทุนหรือเปล่า วันนี้กว่าจะคุ้มทุนไม่ใช่ง่าย ๆ ต่างชาติก็เสนอมาที่จะร่วมมือ ประเทศโน้นประเทศนี้จะให้ฟรี มีอะไรที่ฟรีไหมโลกนี้ ไม่มี จะต้องดูว่ากติกาเขาว่าอย่างไร ถ้าเขาให้เราฟรี เขาทำให้ท่านเขาได้สัมปทาน 50 ปี 100 ปี ท่านรับได้ไหมละ นั่นละคือสิ่งที่เขายื่นไว้ ถ้าร่วม บางคนบอกว่าก็ฟรีดีนะไม่ต้องเสียตังค์ แต่เขาสัมปทาน 50 ปี ตัวเลขคือ 50 ปี ต่อไปขอพื้นที่สองข้างทางอีกข้างละ 2 กิโลฯ ทั้งหมดทำธุรกิจของเขา สาม เอาคนเข้ามาในพื้นที่เหล่านี้ประมาณ 200,000 คนเพื่อมาทำงาน ขอถามท่านรับได้ไหม นี่ของฟรีละ เรื่องอะไรครับที่ทุกคนอยากจะมาทำให้ อยากจะลงทุนให้ในขณะนี้โดยใช้อำนาจผม ทำไปเลย ไม่ต้องมีการวิจารณ์แล้ว ไม่อย่างนั้นทำไม่ได้ จะขุดคอคอดกระ ขุดไปเลย ผมถามว่าแล้วขุดไปแล้วได้อะไร ได้ประโยชน์ใช่ไหม ได้ เขาคิดมานานแล้วรู้ว่าประโยชน์ สอง ถ้าขุดไปแล้วอย่างไร มาตรา 1 รัฐธรรมนูญไทยเขาเขียนว่าอะไร แบ่งแยกมิได้ ห้ามแบ่งแยก แบ่งแยกทั้งคน แบ่งแยกทั้งการปกครอง แบ่งแยกทั้งดินแดนใช่ไหม ไม่เป็นไรหรอก อินโดนีเซียยังเป็นเกาะเขายังอยู่กันได้เลย นี่ไม่เป็นเกาะ จะทำให้เป็นเกาะ ผมก็ไม่เข้าใจ ขุดได้ก็ได้ ดีก็ดี ประโยชน์แน่นอน แต่ไปดูเสียก่อน ดินเป็นอย่างไร Landslide ทำอย่างไร มีปัญหาตรงไหน ถ้าผ่านทั้งหมดประชาพิจารณ์ EAIA อะไรของพวกท่านทำไปเถอะครับ ทำเสนอมาได้เลยแผนงาน อย่าให้ผมเป็นคนสั่ง ผมสั่งไม่ได้

เรื่องพลังงานเหมือนกัน วันนี้มีรถรางคู่กับรถไฟฟ้าใช่ไหม ที่ส่วนต่อ 1 ต่อเชื่อม อะไรที่เขามาอยู่แล้วอยู่ในแผน ถ้าพิจารณากันมาแล้วโอเคก็เสนอขึ้นมา ก็ต้องคุยกันว่างบประมาณจะทำอย่างไร เริ่มปีไหน ๆ อะไรที่ทำจุ๊ดจู๋ไว้ตรงนี้ไปต่อเสียให้จบไป รังสิต วิ่งด้วน ๆ ไปอย่างไรไม่รู้ วิ่งไป เสาโฮปเวลล์จะทำอย่างไร เลี้ยงนกเขาหรืออย่างไร หรือไปทาสีให้สวย ๆ เป็นต้นไม้ได้ไหมไม่รู้

ในเรื่องของพลังงานวันนี้ปัญหาบ้านเราคือให้คิดร่วมกัน ปัญหาความมั่นคงด้านพลังงานเราน้อยมาก เพราะทุกคนสัมพันธไมตรีกับเพื่อนบ้าน แก๊สซื้อจากนี่ ไฟฟ้าที่นี่ ผมถามว่าถ้าเขาปิดท่อแก๊สทั้งหมด แล้วเขาปิดสายส่งหมด เราอยู่ได้เท่าไร โรงงานเดินได้ไหม คนอยู่ได้ไหม ทีวีดูได้ไหม ผมถามท่านอยู่ได้กี่วัน กี่นาทีดีกว่า ไปแก้ไข ท่านต้องเร่งพลังงานทดแทนให้ได้ มันจะต่อเนื่องไปถึงเชื่อมโยงไปถึงภาคการผลิต ถึงการปลูกพืช เชื้อเพลิง อ้อย หญ้าเนเปียร์อะไรของท่าน ไปทำกันเถิดอย่างนี้ดีกว่า เป็น Loup ขึ้นมาให้ได้แล้วก็ทำ จะได้เกิดความมั่นคงด้านพลังงานเกิดขึ้น เราถึงจะได้อยู่ได้ด้วยตัวเอง ทุกคน ถ้าทุกบ้านทุกคนทุกส่วนราชการ ทุกสถานที่มารับส่วนนี้ไปโดยไม่โกง อย่าโกง แผงโซล่าร์เซลล์ให้มันถูกให้มันดี ดี ทน ถูก ไปติดเสีย แล้วก็คืนไฟเข้าสายส่งใช่ไหม ขายเข้าไปสายส่ง ก็มีพลังสำรองการผลิตมากขึ้น ๆ โดยไม่ต้องพึ่งพาพลังงานอย่างอื่น เพราะนี่สร้างอะไรก็ไม่ได้ สร้างโดยใช้ ก็เกิดเอาไปใช้หมด ทำไมไม่สร้างในส่วนที่ทำได้ก่อน ถ้าเริ่มตรงนี้ก็จะไปสู่ในอนาคต บางคนเห็นว่ามันดีนะ อย่างนี้นะ ยังไม่พอนะ หลังจากเราช่วยกันแล้วยังไม่พอรัฐไปทำ รัฐก็ต้องไปทำ โรงไฟฟ้าลิกไนต์อะไรก็ว่าไปให้มีคุณภาพ ถ้าท่านไม่เริ่มเหล่านี้ไม่มีทางทำได้ ผมบอกให้เลยทุกเรื่อง ถ้าไม่เริ่มจากง่าย ไม่เริ่มจากประชาชนมีส่วนร่วมตั้งแต่แรก นี่คือคำว่าประชาชนมีส่วนร่วม มีส่วนร่วมในการใช้ ในการคิด ในการผลิต เขาก็จะรักของเขา ถ้าเขารู้ตัวว่าเขาทำได้ไม่พอ เขาเดือดร้อน เรามาคิด เพราะฉะนั้นการเข้ามาของบริษัทต่าง ๆ ในต่อจากนี้จะต้องมีการทำพลังงานทดแทนของเขาเอง มีราคา ไม่ใช่เราต้องลงทุนพลังงานทั้งหมด ให้เขาหมด เขาใช้หมด สาธารณูปโภค ไฟฟ้า ประปา ถามพวกเอกชนสิใช้ตั้งกี่เปอร์เซ็นต์ที่ผลิตออกมาวันนี้ พลังสำรองที่ออกมาสำรองให้กับคนหรือสำรองให้อุตสาหกรรม ไปหาคำตอบมาให้ได้นะครับ

เรื่องภาวะค่าครองชีพ วันนี้ต้องเร่งแก้ไข ธุรกิจขนาดกลาง ขนาดใหญ่ ขนาดเล็ก ต้องดูแดโดยทั่วถึง สร้างแรงงาน จ้างงานต่าง ๆ ในประเทศกันให้ได้ ราคาพลังงานต่าง ๆ มีผลกระทบมาก ผมกำลังให้ทางหัวหน้ากลุ่มไปดูสิว่าจะแยกบริษัทที่มีปัญหาจะทำอย่างไรให้เกิดความชัดเจนขึ้น อะไรเป็นรัฐวิสาหกิจล้วน ๆ ถ้าล้วนก็เหมือนรถไฟ ก็เป็นแบบนั้นตั้งแต่เด็กจนโต พ่อผมก็เป็นอย่างนี้ สมัยพ่อก็ขบวนนี้วิ่งเหมือนเดิม เดี๋ยวจะส่งมาถึงลูกหลานอีก อีกสักสองยุคสองระยะก็แล้วกัน เพราะฉะนั้นต้องไปทบทวนอะไรที่เป็นรัฐวิสาหกิจล้วน ๆ เป็นอย่างไร ต้องปรับปรุงแก้ไขอย่างไร อะไรที่เป็นรัฐวิสาหกิจบวกกับเอกชน มีสองส่วนบวกกันอยู่แล้วใช่หรือเปล่า เช่น ปตท. ส่วนหนึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ ส่วนหนึ่งเป็นบริษัทมหาชน เพราะจดทะเบียนลงไปเรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นกำไรที่ว่าไปทั้งหมด ผมก็ไม่รู้ มันจะผิดจะถูกผมไม่รู้ สั่งให้ไปไล่ทั้งสองทาง เพราะฉะนั้นอันไหนเป็นส่วนนี้ อันไหนเป็นส่วนนั้น แล้วได้ประโยชน์สู่ประชาชนเราอย่างไร กติกาของธุรกิจก็อันหนึ่ง รัฐวิสาหกิจก็อันหนึ่ง ถ้ามารวมกันอย่างนี้ก็ตีกันอยู่อย่างนี้ การจะดูแลปรับบอร์ด ปรับบริหาร กฎหมายทุกตัวเยอะไปหมด เราก็จะต้องขอความร่วมมือให้ช่วยกันปรับปรุงในระยะนี้ไปก่อน หลายท่านก็เข้าใจนะ จะหาว่าเราไปบังคับเขาอะไรเขา ถ้าคิดว่าเขาไม่สบายใจเขาก็ต้องขอลาพัก ลาพักผ่อนก่อน อะไรก่อน เพื่อความสบายใจ คือผมไม่อยาก สามารถนั้นสามารถ แต่ไม่อยากจะไปอะไรมากมายนัก ใช้อำนาจมากนักก็ไม่ได้ ท่านต้องรู้ตัวของท่านอยู่แล้วว่าเราจะช่วยกันอย่างไรได้บ้าง ถ้าอย่างนั้นก็น่ารักกันดี

คราวนี้ถ้าสมมติว่าเราเคลียร์ตรงนี้ได้ คนจะได้เลิกพูดเสียที วันนี้มีเละเทะไปหมด เงิน 100,000 กว่าล้านไปไหนหมด เข้ากระเป๋านักการเมืองหรือเปล่า มันใช่หรือเปล่า ไปตอบเขาสิ ไปตอบเขาแบบนี้ ไม่ใช่มาอธิบายมีกราฟ มีอะไรต่าง ๆ ผมฟังยังไม่รู้เรื่องเลย ชาวบ้านจะรู้เรื่องไหมละ ผมต้องใช้สติปัญญานานกว่าจะรวบรวมสติได้ อธิบายข้อเดียวนะ พลังงานไทยนำเข้า ส่งออกด้วยตัวเองหรือไม่ ตอบมาให้ได้ก่อน หรือนำเข้าทั้งหมด – นำเข้าบางส่วน ตอบคำถามมา รายได้จากพลังงานน้ำมันที่ขุดภายในประเทศมาจากที่ไหน ตอบคำถามมา ให้ตอบในลักษณะนี้ ตั้งโจทย์มา เดี๋ยวขอเวลาไปตอบใหม่ คือไม่ต้องการนำสิ่งที่เราปฏิบัติ เราคิด เราพูดคุย ต้องการให้เขารู้อะไร ไปทำอย่างนี้ไม่ได้ สร้างการเรียนรู้กับประชาชน ใช้ภาษาเดียวกัน ไม่ใช่ให้ประชาชนมาใช้ภาษาราชการไม่ได้ ฉะนั้นกำลังทำความเข้าใจให้โปร่งใส ซึ่งคณะทำงาน คสช. กำลังดำเนินการอยู่ว่าจะเพิ่มหรือลดส่วนไหนบ้าง กองทุนพลังงานจะเป็นอย่างไร ถ้าลดส่วนนี้อะไรจะเพิ่มขึ้น ถ้าลดส่วนนี้แล้วแก๊สโซฮอล์เพิ่มขึ้นจะพอรับได้ไหม แล้วควรทำอย่างไร สิ่งนี้ถูกบิดเบือนมาตลอดเนื่องจากนโยบาย ประชาชนจึงไม่ทราบว่าที่จริงแล้วควรเป็นอย่างไร เมื่อนำมาเทียบกับประเทศที่ราคาถูกกว่า แต่ประเทศที่ราคาแพงกว่าก็ยังมี ฉะนั้นต้องรับฟังทั้งสองทางให้ได้ คิดว่าใครก็อยากได้ ใครก็อยากทำ ผมก็อยากทำให้ท่าน ซึ่งวันนี้ก็ลดลง 14 สตางค์ ต้องไปขอร้องว่าให้ช่วยลดส่วนนี้ส่วนนั้นเล็กน้อย และค่อย ๆ ลดลงไป เพราะถ้าลดลงมากอาจจะติดลบได้ วันนี้ก็ติดลบ 7,400 ทำให้ไม่มีเงินไปอุดหนุน ส่วนที่อุดหนุนอยู่ในขณะนี้คือดีเซล ราคาต้องมากกว่านี้ก็ให้ตรึงไว้ที่ 30 วันนี้ลดไป 29 นอกจากนี้ยังมีแก๊สที่ราคาจริงคือ 22 บาทกว่า แต่มาขายในราคา 30 บาท ซึ่งถ้าหากลดหลาย ๆ อย่างพร้อมกัน แล้วแก๊สโซฮอล์เพิ่มขึ้น 50 บาท ขอถามว่าโรงงานแก๊สโซฮอล์ทั้งหมดในประเทศไทยจะล้มไหม เศรษฐกิจต่าง ๆ จะล้มไหม พนักงานจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ต้องคิดให้กว้าง ๆ อย่ามองข้างเดียว ไม่ได้หมายความว่าใครผิดใครถูก

วันนี้หากประเทศไทยมีแหล่งน้ำมันเอง ทำไมประเทศไทยไม่ขุดเอง ขายเองให้คนในประเทศ ขอถามว่าบริษัทที่มาขุดเจาะอยู่นี้ เป็นบริษัทของคนไทยไหม บริษัทต่างประเทศทั้งนั้น เพราะประเทศไทยขายสัมปทานให้ ตามข้อมูลที่ได้รับทราบมา ไม่ได้แก้ตัวแทน นอกนั้นเป็นรายได้ของการประกอบธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกันเรื่องน้ำมัน เป็นส่วนของภาคมหาชนที่ลงมือทำได้กำไรมากมาย เราน่าจะดูว่าควรให้สัมปทานอีกไหม ถ้าไม่ทำแล้วจะทำอย่างไร ใครจะขุด ใครจะเจาะ หรือจะเก็บไว้เอง เพื่อสำรองพลังงาน ในอนาคตถ้าประเทศอื่น ๆ ใช้พลังงานหมด เราค่อยมาขาย หรือจะขุดมาใช้ให้หมด หรือจะใช้ให้สามารถอยู่ได้อีก 10 ปี ต่างประเทศรับทราบกันหมดแล้วเรื่องแหล่งน้ำมัน เพราะว่าค้นหาผ่านดาวเทียม ไม่ใช่คิดเองว่ามีกี่หลุมกี่บ่อ เว้นแต่โลกจะบิดเบี้ยว เกิดเหตุแผ่นดินไหว สายน้ำมันเหล่านั้นอาจจะมาอยู่ใต้ดินประเทศไทย

เขากล่าวในคำทำนายไว้ว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่มีคนดี ๆ ข้าราชการที่ดีอย่างเช่นพวกท่าน อะไรก็จะดีขึ้นให้กับประเทศไทย นี่กล่าวไปตามความเชื่อทางพระหรือหมอดู วันนี้ก็เริ่มดีแล้ว เพราะเจอทองที่จังหวัดพัทลุง นี่เป็นสิ่งที่ฝากให้ทุกคนได้คิดเกี่ยวกับค่าครองชีพ พลังงานสำรอง ราคาพลังงาน การจัดสรรพลังงานทดแทน การท่องเที่ยว ตามที่ได้กล่าวไปแล้ว 1. ความเชื่อมั่น/ศรัทธา ทำอย่างไรให้มีทั้งสองอย่าง ถ้าบอกว่าให้คนไทยต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบให้เป็นเหมือนเกาหลี ซึ่งทำไม่ได้ เพราะจะต้องมีทั้งส่วนใหม่ ส่วนเก่า ส่วนไหนทันสมัย ก็จะต้องกระจาย เคยมีแนวคิดว่าจะสร้างเมืองหลวงใหม่ โดยจะต้องดูอีกที เนื่องจากเป็นเรื่องของอนาคต คงไม่ใช่สมัยผม ถ้าไม่คิดวันนี้วันหน้าอาจจะคิดไม่ได้ ให้คิดอะไรที่น่าจะเป็นไปไม่ได้ สุดท้ายจะเป็นไปได้ เหมือนออร์วิลล์ ไรต์ (Wilbur-Orville Wright) ที่กล่าวว่าจะบินได้อย่างนก ครั้งแรกก็โดนหัวเราะเยาะ สุดท้ายก็บินได้ เสียชีวิตไปหลายคน แต่ปัจจุบันนี้ก็มีเครื่องบิน เช่นเดียวกันวันนี้เขาว่าผมบ้า พูดจาอะไรเรื่อยเปื่อย ถ้าไม่คิดอย่างนี้ ประเทศก็ไม่สามารถเดินไปข้างหน้าได้ จะจมอยู่กกับอดีต จมอยู่กับปัจจุบันไม่มีอนาคต

การศึกษาเป็นเรื่องที่สำคัญ ฉะนั้นต้องพัฒนาให้มีระเบียบวินัย หากเราไม่สร้างระเบียบวินัยในเด็ก ไม่ทำให้เขาเป็นผู้ใหญ่ที่เข้มแข็งในอนาคต ก็ไม่สามารถเดินหน้าไปได้เช่นกัน การนำแนวคิดของต่างประเทศมาใช้ทั้งหมดก็พัฒนาด้านการศึกษาให้เดินหน้าต่อไปไม่ได้เช่นกัน เพราะไทยคือไทย ต่างประเทศคือต่างประเทศ ใช้สติปัญญาของเราในการจัดระเบียบด้านการศึกษาให้ได้ โดยต่อเนื่องเชื่อมโยงตั้งแต่ ประถมศึกษา มัธยมศึกษา อุดมศึกษา และสายวิชาชีพ วันนี้ต้องเน้นด้านวิชาชีพ เนื่องจากจบอุดมศึกษามาแล้วไม่มีงานทำ ต้องลองประเมินดูว่าจบมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏ หรือมหาวิทยาของรัฐมีกี่แห่ง ทั้งหมดจบมาปีละเท่าไหร่ คนที่มีงานทำหลังจบกี่คน และจบมาแล้วมีคุณธรรม จริยธรรมไหม สร้างคุณประโยชน์ให้กับแผ่นดินไหม มีความรู้ คิดเป็นไหม สมาธิสั้นหรือยาว สิ่งเหล่านี้ต้องถูกแก้ไขทั้งหมด ทุกคนรู้ดีอยู่แล้ว ไม่ต้องดูใครที่ไหน ดูลูกในบ้านเรา ถามว่าครูเป็นอย่างไร “ครูก็ไม่เก่ง สอนก็ไม่ดี ครูกูเกิล (Google) ดีกว่า” จะถามอะไรกูเกิลรู้ทุกคำตอบ แต่ถ้าถามครูที่โรงเรียนอาจตอบไม่ได้ในเรื่องนี้ สิ่งนี้เปลี่ยนแปลงไป ความสัมพันธ์ระหว่างครูกับเด็กก็เปลี่ยนไป เมื่อครูห่างจากเด็ก เด็กกลับบ้านก็ไม่เจอกับพ่อแม่ เนื่องจากต้องทำงานหาเงินเลี้ยงดูลูก เด็กก็จะไปหาเพื่อน ไปอยู่กับกลุ่มติดยาเสพติดหรือกลุ่มนักเลง ซึ่งจะเป็นอยู่อย่างนี้ นี่คือปัญหาสังคมที่ตามมา ขอให้คิดกันอย่างต่อเนื่อง อาจารย์ผู้สอนทราบดีอยู่แล้วเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ ต้องการให้มุ่งเน้นงานฝีมือ ช่างกลหรือช่างฝีมือของเรามีเรื่องต่อยตีกันทุกวัน ต้องการให้เหมือนอย่างวิทยาลัยเทคโนโลยีฯ ไทย –เยอรมัน ทำไมเขาเป็นอย่างนั้น ส่วนของเรามีเวลาว่างกันมากหรืออย่างไร คงต้องให้ทหารไปช่วยฝึก ซึ่งอะไรก็ทหาร แต่บอกไม่เอาทหาร

วันนี้ทำไมต้องมีทหาร ทำไมต้องสิ้นเปลืองเงินเดือน ทำไมต้องให้เงินกำลังพลถึง 2 แสนบาท เนื่องจากเรียกใช้ทหารเมื่อไหร่ก็เรียกได้ ทำไมต้องมีที่พัก เพราะสามารถเรียกใช้ได้ทุกนาที แล้วทำไมต้องมีรถจอดไว้ ทำไมถึงต้องมีน้ำมันเตรียมไว้ เพราะเมื่อเกิดเหตุการณ์อะไรสามารถเดินทางไปได้หมด คุณสามารถไปได้ไหม นอกจากคนในพื้นที่ ดังนั้นทหาร ตำรวจ จึงต้องมีการดูแลอย่างนี้ จึงสิ้นเปลืองงบประมาณ แต่มีไว้ดีกว่าไม่มี เพราะหากมีเหตุการณ์ขึ้นมา ไม่ใช่มีไว้มากมายเพื่อจะปฏิวัติ คิดกันคนละเรื่อง ถ้าไม่มีปัญหากับใคร แล้วจะมาทำอะไรอย่างนี้ไหม ต้องไปคิดใหม่ ถ้าทำไม่ดีห้ามอะไรก็ไม่ได้ ขนาดห้ามต่อยตีกันยังไม่ได้เลย

ความมั่นคงด้านการเมือง ต่างประเทศทราบดีอยู่แล้ว ได้ให้นโยบายไปแล้ว ต้องดำเนินการควบคู่กันไปให้ได้ ทั้ง เศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง เสถียรภาพทางการเมือง และคุณธรรมที่เข้มแข็ง เที่ยงตรงตรวจสอบได้ วันนี้หลายคนเร่งรัดให้ผมทำหลายอย่าง เป็นสิ่งที่ได้จัดระเบียบไว้แล้ว การทำงานไม่ใช่อยู่ดี ๆ ก็ทำเลย จะต้องวางปฏิทินของตนเองไว้ก่อนว่าจะต้องทำอะไรอย่างไร

เรื่องความขัดแย้ง เรื่องทางกฎหมาย ให้ไปดำเนินการมา ประมวลกฎหมายผมได้จัดทำแนวทางให้แล้ว ไม่ว่าจะเป็น ศาล บริษัท ตำรวจ ทหาร ต้องทำให้เกิดความเป็นธรรม ความชอบธรรม ปฏิบัติตามกฎหมาย ถ้าไม่ปฏิบัติตาม จะดำเนินการตามกฎหมาย ไม่อย่างนั้นก็จะทะเลาะกันอยู่แบบนี้ไม่เลิก ไม่มีวันพ้นเรื่องดังกล่าวไปได้ หากกระทำผิดก็ต้องลงโทษ จับกุม ดำเนินคดี ซึ่งกฎหมายจะต้องได้รับการยอมรับ ให้ความชอบธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ ท่านอัยการสูงสุดได้กล่าวว่าพร้อมจะปฏิบัติตามทุกอย่าง ซึ่งผมให้ความเคารพแก่ท่าน ปัญหาคือตรงไหนที่มีความขัดแย้งท่านต้องถอยมาก่อน ให้คนที่เหลือทำงานไป ไม่ได้ไปโกรธเคือง เพราะไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว ส่วนการกระทำทางกฎหมายต้องปรับทัศนคติใหม่ ทำอย่างไรเจ้าหน้าที่จะไม่ไปขัดแย้งกับประชาชน นั้นคือต้องรู้กฎหมาย ป้องกันตนเองให้ได้ ต้องมาที่กระทรวงศึกษาธิการ ผมขอถามท่าน สมมุติว่าถ้าจอดรถแล้วถูกล็อคล้อ สิ่งแรกท่านนึกถึงอะไร โทรหาตำรวจที่เรารู้จักเพื่อให้ช่วยเหลือใช่ไหม ถ้าใช่ก็เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ไม่ต้องล็อคล้อ จริง ๆ แล้วเสียค่าปรับได้ 200 – 400 บาท ผมก็เคยเสีย แต่พักหลังผมไม่โดนจับเท่านั้นเอง ทำไมจะไม่กลัวตำรวจ ตำรวจเป็นผู้ที่น่ากลัว แต่ทำอย่างไรให้เป็นทั้งที่รักทั้งน่ากลัว ไม่ใช่กลัวและเกลียด กลัวคือกลัวผิดกฎหมาย เราต้องเป็นตัวอย่างกับประชาชน อะไรผิดถูกเรารู้ สิ่งที่ผิดก็อย่าไปทำ ถ้าอย่างนั้นจะไปสอนคนอื่นได้อย่างไรถ้าเรากระทำผิด ฉะนั้นหากเราปรับทัศนคติได้ ไม่ต้องไปปรับอะไรมาก แค่ปรับว่าจะทำอย่างไรให้ตำรวจสามารถใช้กฎหมายได้ อำนาจจะมีแค่ไหนแต่ละพวกแต่ละฝ่าย หากมีอำนาจเหมือนกันอาจจะทะเลาะกัน

เห็นตำรวจต่างประเทศสบาย ยืนหน้าขาว นั่งยิ้ม ดื่มกาแฟได้ นั่งเฝ้าดูในรถ ไม่เห็นต้องมีปัญหาอะไรมากมาย เพราะประชาชนเขาดูแลกันเอง จะมีระบบต่าง ๆ ตรวจสอบขั้นต้น ตำรวจก็จะไม่มาบังคับใช้กฎหมาย ไม่ได้กระทำผิด เพราะมีระบบต่าง ๆ จึงไม่ทำให้เกิดการปะทะกันขึ้น และลดความขัดแย้ง ต่างคนต่างเคารพซึ่งกันและกัน ต้องการให้เป็นอย่างนั้น ไม่ต้องการให้มีทัศนคติที่ว่า มีตำรวจหรือเปล่า มีทหารหรือเปล่าแล้วหนี วันนี้ต้องปลูกฝัง ฝากกระทรวงศึกษาธิการ และทุกส่วนราชการด้วย วันนี้เริ่มไปเสียค่าปรับได้แล้ว ตำรวจจะได้ลดภาระลง

วันนี้คงเท่านี้ก่อน เดี๋ยวคืนนี้ก็ต้องฟังผมอีก อาจจะดูซ้ำไปซ้ำมา แต่พูดครั้งเดียวก็ไม่ได้ พูดน้อยไปก็ไม่ได้ ไม่มีคำอธิบายก็ไม่เข้าใจ สิ่งที่ตั้งใจจะให้คนฟังคิดตาม ส่วนใหญ่จะไม่คิด แต่สิ่งที่คิดคือการหาจุดผิด และหาจังหวะโจมตีในสิ่งนี้ คนไทยมักจะเป็นเช่นนี้ ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไร หรือสมองพิการข้างหนึ่งก็ไม่ทราบ น่าโมโห เพราะพยายามทำ คิด ทุกอย่าง เหน็ดเหนื่อยกันทุกคน พยายามทำเพื่อบ้านเมือง เพื่อประชาชน จะผิดจะถูกผมก็รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวอยู่แล้ว วันนี้ผมให้เขามารับผิดชอบด้วยทั้งหมด แล้วผมได้อะไร ในเมื่อสตางค์ผมก็ไม่ต้องการ อำนาจก็ต้องการใช้น้อย ๆ ที่อยู่ก็นี่ก็ไม่นาน 10 วันก็เบื่อแล้ว แต่ที่ยืนอยู่ เพราะเห็นว่าอนาคตไปไม่ได้ ใครจะเป็นประชาธิปไตยผมไม่ทราบ แต่ประชาธิปไตยที่เป็นแบบไทย ๆ เช่นนี้ไม่ได้ ต้องไม่เกิดขึ้น ประชาธิปไตยคือการใช้คนส่วนใหญ่กับคนส่วนน้อย สู้กันทั้งข้างนอก ข้างใน ประชาชนแบ่งฝ่าย ขอถามว่านี่คือประชาธิปไตยแบบไหน จะไม่โทษผู้นำ แต่อยู่ที่ตัวเรา เราจะให้เขาชักจูงไปอย่างไร ถ้าคิดแบบเดิมบางคนก็ไม่เห็นด้วย บางคนก็บอกทหารมี 2 พวก 2 ฝ่าย มาสิอีกฝ่ายหนึ่งมา ผมว่าฝ่ายดีมีมากกว่าฝ่ายที่ไม่ดี ไม่ต้องห่วงว่ามีกี่ฝ่าย มีฝ่ายเดียวคือฝ่ายสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน นั้นคือพวกผม ไม่มีฝ่าย ถ้ามีฝ่ายจะอยู่มาถึงทุกวันนี้ไม่ได้ ผมคงโดนย้ายตั้งแต่ปีแรก แต่ผมทำด้วยงาน ใครจะใช้ก็ได้ แต่ขอให้ถูกต้องเป็นหน้าที่ของผม แล้วผมจะทำให้ แต่ถ้าใช้ผมทำในสิ่งที่ผิด ก็จะบอกว่าทำไม่ได้ ขอให้ทุกคนได้ยืนยันอย่างที่ผมได้ยืนยันกับทุกคน

ขอบคุณสำหรับการรับฟัง อาจจะหนักนิดเบาหน่อยต้องขออภัย เพราะมีสุภาพสตรีจำนวนมาก ปกติจะไม่มีสุภาพสตรีมากมายขนาดนี้ ถ้าอยู่ใกล้ผมส่วนใหญ่จะมีอายุหน่อย ถูกควบคุมเล็กน้อย หมายความว่าหนุ่ม ๆ สาว ๆ มีจำนวนมากอาจจะจีบกัน ฉะนั้นสุภาพสตรีในสำนักงานผมจึงมีอายุ 50 ปีขึ้นไป มีใครจะถามอะไรไหม ถ้าไม่มีก็ขอบพระคุณจริง ๆ ขอให้อดทนอีกสักเล็กน้อย เราใช้ปฏิทินอันเดียวกัน แต่ปีที่ว่าต้องไปทำทุกอย่างให้ดี ถ้าทุกคนคิดว่ามาสู้กันในระหว่าง 1 ปี ก็ไม่จบอีก หรือจะย้อนกลับไป 6 – 9 ปีที่ผ่านมา ต้องการอย่างนั้นไหม ให้ไปคิดเอง ถ้าเชื่อตามเว็บไซต์ที่เขียนมาต้องลบแน่นอน วันนี้ยังลบอยู่เลย เพราะด่าข้างนี้ด่าข้างโน้น ด่าทหารก็มี ทำแบบนี้เพื่ออะไร ไม่เข้าใจว่าหลักการ/เหตุผล และความมุ่งหวังคืออะไร ไม่ใช่สร้างปัญหาเพิ่ม ปัญหาเก่าก็แก้ไขกันมาให้ได้ ให้ชัดเจน การดำเนินการทางกฎหมายควรจะทำให้ได้ คดีความเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องของผมที่จะไปชี้ว่าใครผิดใครถูก เป็นหน้าที่ของกระบวนการยุติธรรมที่ต้องดำเนินการ ขอบคุณอีกครั้งหวังว่าการสัมมนาครั้งนี้คงเป็นประโยชน์กับการจัดทำงบประมาณปี 2558 ขอบคุณ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) สำนักงบประมาณ คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) หัวหน้าส่วน หัวหน้าฝ่ายของ คสช. ที่ทุกคนได้ร่วมมือกันปฏิบัติหน้าที่ วันนี้ต้องสร้างความเข้าใจ และคืนความสุขให้กับประชาชนทุกกลุ่ม ทุกพวก ทุกฝ่าย ด้วยความทั่วถึงและเป็นธรรม จะไม่ทำอะไรให้เป็นผลกระทบต่องบประมาณในระยะยาว ไม่ทำอะไรให้เสียหาย เรื่องวินัยการเงินการคลัง อะไรที่ผิดมาบอกผม ผมฟังทุกอย่างไม่ใช่จะใช้แต่อำนาจ ถ้าผิดก็มาบอก แต่ขอให้มาบอกทีหลังได้ไหม เดี๋ยวเสียหน้า แต่ไม่น่าจะผิด เพราะไม่ได้ลงรายละเอียด เป็นการพูดถึงแนวคิดของผม ท่านจะนำไปใช้ก็ได้ เพราะฉะนั้นหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราคงทำงานร่วมกันด้วยดีจากวันนี้จนถึงรัฐบาลชุดต่อไปและต่อ ๆ ไป เราจะวางรากฐานให้กับแผ่นดินผืนนี้อันเป็นที่รักยิ่งของเราด้วยมันสมองของเรา อย่าพึ่งชาติอื่น อย่าให้เขามากำหนดชะตาชีวิตประเทศชาติเรา อย่าให้ใครก็ตามมาทำให้ข้าราชการเราเกิดความเสียหาย ทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้าไม่ได้ จนละทิ้งกฎเกณฑ์ กติกา ทั้งหมดทั้งปวง อย่าให้เกิดขึ้นอีกเลย แล้วประชาชนจะได้มีความสุขอย่างแท้จริงอย่างยั่งยืน ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์มีพระชนมายุมากแล้ว วันนี้ต้องถวายท่าน ไม่ใช่เอาอะไรจากท่าน เพราะพระองค์ให้มาเพียงพอแล้ว มากมายแล้ว

ขอบคุณ สวัสดี

”
[1]

อ้างอิง[แก้ไข]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้ไข]

ประยุทจงจำไว้นะโว้ยว่าการมาเก็บภาษีร้านวัสดุก่อสร้างอย่าพวกตูไห้หมันหนักหนักเดี๋ยวจะเจอดีโดนปัดตีวัดท่าไม่รีบออกฉโนดให้จังหวัดที่เป็นสป23เดี๋ยวโดนรอบสังหานแน่มึงอะ