ประยุทธ์ จันทร์โอชา/15.09.2014

จาก วิกิคำคม
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

คำกล่าวของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในการแถลงยุทธศาสตร์ชาติ และ ยุทธศาสตร์ทหาร ของนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร 2556 นักศึกษาวิทยาลัยเสนาธิการทหาร วิทยาลัยการทัพบก วิทยาลัยการทัพเรือ และวิทยาลัยการทัพอากาศ ณ สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดี กรุงเทพมหานคร วันจันทร์ที่ 15 กันยายน 2557 เวลา 15.30 น.

สุนทรพจน์[แก้ไข]

เรียนท่านรองนายกรัฐมนตรี

ท่านรัฐมนตรี

ท่านผู้บัญชาการเหล่าทัพ

ท่านผู้บัญชาการสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ

ผู้อำนวยการวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร

ผู้บริหาร คณาจารย์ นักศึกษา

และท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน

วันนี้ ผมรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมรับฟังการแถลงยุทธศาสตร์ชาติและยุทธศาสตร์ทหารของนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร นักศึกษาวิทยาลัยเสนาธิการทหาร วิทยาลัยการทัพบก วิทยาลัยการทัพเรือ และวิทยาลัยการทัพอากาศ ในวันนี้

จากการรับฟังชั่วระยะเวลาที่ผ่านมา ผมรู้สึกมีความสุข คือ มีความสุขที่เราได้มีแนวร่วมกับเราในการทำงานในระยะนี้ วันนี้อยากจะเรียนว่า วันนี้เป็นวันแรกที่ผมเข้าทำงานที่ทำเนียบรัฐบาล และวันแรกที่ผมออกงานข้างนอกในฐานะเป็นนายกรัฐมนตรี ที่ผ่านมาก็เป็นอยู่หลายตำแหน่งเหมือนกัน

วันนี้ก็มาทั้ง 3 ตำแหน่ง ผู้บัญชาการทหารบก หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)  และนายกรัฐมนตรี วันแรกก็แปลก ๆ อยู่เหมือนกันจากเป็นผู้บัญชาการฯ ลงมาถึงหัวหน้า คสช. วันนี้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกแล้ว แต่ปัญหาก็คือปัญหาเดิม ๆ ทั้งสิ้น ปัญหาที่เราเผชิญหน้ากันอยู่นี้ เป็นปัญหาเดิมทั้งสิ้นที่เราทราบดีว่าเราต้องหยุดปัญหาทั้งหมดให้ได้ เหมือนกับหยุดเลือดที่กำลังไหลหรือว่าหยุดต้นไม้ของเราที่ไม่เจริญเติบโต ใส่ปุ๋ยให้งอกงาม ปรับประชาธิปไตยของเราให้เหมาะสมกับคนไทย ประเทศไทย ให้ได้รับการยอมรับจากสากล

สิ่งที่ท่านพูดมาทั้งหมด ทั้ง 2 ส่วน ผมถือว่าเป็นคำแนะนำอันดียิ่ง และเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานของทั้ง คสช. และรัฐบาล ในเรื่องของการปฏิรูปในด้านต่าง ๆ ที่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน วันนี้อยากจะบอกวาระแรก คือ ยินดีจริง ๆ จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ผมรับราชการมาปีนี้ก็ปีที่ 38 จบมาปี 2519 จะเกษียณอยู่แล้วอีกไม่กี่วัน ก็มีประสบการณ์มาพอสมควร แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นประสบการณ์ทางด้านการทหาร แล้วจากประสบการณ์ในการทำงานจากชายแดน การบริหารกองทัพ อะไรต่าง ๆ ที่ผ่านมา

วันนี้ผมมีความพึงพอใจที่ทั้ง 3 ส่วน ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล ทหาร เหล่าทัพทั้งหมด ทั้งบก เรือ อากาศ  รวมทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เอกชน ประชาชน ทุกส่วน มีความเห็นเป็นแนวทางอันเดียวกัน ก็คือในเรื่องของงานด้านความมั่นคงถือว่าเป็นงานที่ทุกคนจะต้องรับผิดชอบร่วมกันในแต่ละส่วน แตกต่างกันออกไปตามภาระหน้าที่ ทหารก็มากหน่อย ตำรวจก็ภายในเป็นหลัก สำหรับประชาชนก็ต้องดูเรื่องความมั่นคงในฐานะเฝ้าระวัง เพราะฉะนั้นงานด้านความมั่นคงมีหลายประการด้วยกัน ไม่ใช่เฉพาะในเรื่องของป้องกันชายแดนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของความมั่นคงภายใน เป็นเรื่องของภัยคุกคามในปัจจุบันก็มีจำนวนมาก

ในส่วนของการปฏิบัติงานในวันนี้นั้น ผมถือว่าเราจะต้องร่วมกันทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ต้องร่วมกันทำงานในทุกมิติ ทุกมิติที่ว่าก็คือ ด้านความมั่นคง ด้านเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง ด้านสังคม วัฒนธรรม ซึ่งเป็น 3 เสาหลักของอาเซียนในปัจจุบัน และเรากำลังจะก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนในปี 2558 เรามีเวลาจำกัด เพราะฉะนั้นถึงต้องมีวันนี้ ถึงต้องมีวันเวลาแห่งการคืนความสุขให้กับประเทศไทย ถ้าช้ากว่านี้อีกก็แก้ไม่ได้ แล้วเราก็ก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนอย่างมีเกียรติยศและศักดิ์ศรีไม่ได้ เห็นตัวเลขเมื่อสักครู่ไหมครับ ตัวเลขการประเมินค่าทางการศึกษา การแข่งขันอะไรต่าง ๆ อยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำหมดทั้งสิ้น ผมว่าเป็นสิ่งที่น่าทบทวน ผมไม่ได้ว่าใครเก่ง ใครไม่เก่ง ความผิดของใคร แต่เป็นหน้าที่ของเราต้องมาแก้ไข ในวันนี้ต้องแก้ไขให้ได้

นักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร มาจากหลากหลายสาขาอาชีพ ท่านช่วยกันระดมสมองออกมา แล้วทั้งหมดที่มีทั้งทหาร ตำรวจ พลเรือน ข้าราชการ ประชาชนทั่วไป นักธุรกิจ ทั้งหมดถ้าเราเอาความรู้ทั้งหมด นี่เขาเรียกว่าสมองคนไทย สติปัญญาคนไทยทั้งหมดมาร่วมกันแก้ปัญหาในทุกมิติ ผมว่าแก้ได้หมด โดยจะต้องปราศจากสิ่งที่เรียกว่า สภาวะแวดล้อมภายใน ภายนอก ภายในประเทศก็การทุจริตคอร์รัปชั่น ความขัดแย้ง การเมือง อะไรต่าง ๆ ก็แล้วแต่ นั่นละภายในประเทศ ถ้านอกประเทศก็เป็นเรื่องของ super power มหาอำนาจ ภายนอกสภาวะอากาศเปลี่ยนแปลงของโลก การแข่งขัน มาตรการทางการค้าต่าง ๆ มากมาย แล้วก็จะพันกันทั้งหมด ทั้งความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม ทั้ง 3 ด้าน ที่เขาเรียกว่า 3 เสาหลักของอาเซียน

เพราะฉะนั้น วันนี้เรามาพูดกันเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ ยุทธศาสตร์ทหาร ยุทธศาสตร์ชาติก็มาจากสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เขาต้องเขียนร่างมา เสร็จแล้วก็ออกมาเป็นยุทธศาสตร์ชาติ ยุทธศาสตร์ชาติก็มาและยุทธศาสตร์ทหารเข้าไปเสริมยุทธศาสตร์ชาติว่าจะทำอย่างไร ผลประโยชน์ของชาติอยู่ที่ไหน อย่างไร วันนี้ผมอยากจะใช้คำว่า เรามีทั้งวิกฤต ทั้งหมดคือวิกฤตที่เราต้องเผชิญหน้าอยู่ในทุกมิติ วิกฤตและก็โอกาส เรามีทั้งวิกฤตและโอกาส แต่เราจะทำอย่างไร ให้วิกฤตเหล่านั้นกลายเป็นโอกาสสำหรับเรา นั่นละคือความท้าทายของพวกเราในการทำหน้าที่ด้วยกันในขณะนี้ ทั้งในส่วนของรัฐบาล เอกชน ธุรกิจ สังคม ประชาสังคม รวมไปถึงฝ่ายความมั่นคงด้วย คสช.

วันนี้ เราจะต้องแก้ปัญหาให้ได้ นำวิกฤตต่าง ๆ เหล่านั้นมาเป็นโอกาส เราถึงขั้นตอนที่จะต้องแก้ปัญหาให้ได้ทั้งหมด และพัฒนาให้เกิดอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่โดยใคร ไม่ใช่โดยผม โดยรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ทั้งนั้น ด้วยคนไทยทั้งประเทศ ผมพูดมาหลายครั้งแล้ว

เพราะฉะนั้น วันนี้เราต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงมากมาย ความผันผวนต่าง ๆ ธุรกิจพลังงาน สภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศของเราก็ยังไม่ทันเวลา ยังล่าช้าอยู่ การติดต่อสื่อสารก็ยังไม่สะดวกรวดเร็วมากนัก ขณะเดียวกันภัยคุกคามสงครามไซเบอร์ วันนี้เห็นไหมว่ากล่าวให้ร้ายกันไป-มา จนแทบจะเหลือคนดี คนเก่งไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นอันนี้ต้องควบคุมด้วยวิธีการที่ถูกต้อง ใช้กฎหมายอย่างเดียวก็ไม่ได้ จะทำอย่างไร เราจะต้องแก้ปัญหาเหล่านี้ ผมถือว่าเป็นประเด็นหลักเรื่องของการใช้โซเชียลมีเดียในการให้ร้าย หรือในการสร้างความขัดแย้งต่อไป

การนำเสนอเรื่องการปราบปรามทุจริต ผมเรียนไว้แล้วว่า เรามีการปฏิรูป 11 ด้าน เพราะฉะนั้นที่เราไม่ได้ใส่ปฏิรูป ไม่ได้ใส่เรื่องคอร์รัปชั่น เรื่องทุจริตไปในหัวข้อ เพราะว่าทั้ง 11 เรื่องเกี่ยวข้องการทุจริตทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นเป็นหัวข้อหนึ่งใน 11 หัวข้อว่า จะต้องพูดถึงการทุจริตในแต่ละขบวนการ การเมืองว่าอย่างไร ทุจริตกันตรงไหน จะแก้กันได้อย่างไร  การเข้าสู่อำนาจรัฐทำอย่างไร การใช้อำนาจรัฐทำอย่างไร จะควบคุมใช้จ่ายกันอย่างไร การปลดถอด อะไรก็แล้วแต่ ก็อยู่ในข้อการเมือง อย่างศาสนา ศึกษา พลังงาน สังคม จิตวิทยา มีหมด เพราะกระบวนการเกี่ยวข้องกับคนหลายคน มีการใช้จ่ายงบประมาณ เพราะฉะนั้นเราต้องแก้ในทุกมิติ ทุก ๆ เรื่อง ทั้ง 11 เรื่อง

ปัญหาสำคัญในวันนี้ ผมถือว่าสิ่งสำคัญมากที่สุดที่จะต้องแก้ คือ การบริหารจัดการ การบริหารราชการแผ่นดิน การบริหารจัดการในทุกระบบต้องมีการแก้ไขให้เกิดความมีเอกภาพ มีการประสานงาน และมีการบูรณาการอย่างต่อเนื่อง ต้องเข้าใจ 3 คำนี้ให้ถูก เอกภาพ ใครจะเป็นคนสั่ง ใครจะรับผิดชอบหลัก ประสานงาน ประสานกันทุกระดับ ระดับข้างเคียง ระดับเท่ากันว่าจะทำอย่างไร ในงานกลุ่มเดียวกัน บูรณาการเอาทั้งหมดมารวมกันแล้วทำให้เกิดเม็ดงานในเรื่องเดียวกัน เช่น การบริหารจัดการน้ำ ก็ต้องมีการประสานงานกันระหว่างกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงที่เกี่ยวกับการพาณิชย์ ทั้งหมดเพราะมีผลทั้งสิ้น การคมนาคม กระทรวงคมนาคมต้องมาพูดกัน จะทำท่าเรือกันอย่างไร จะทำเส้นทางกันอย่างไร เกี่ยวข้องกันหมด ทางสัญจรทางน้ำ ทางบก ทางทะเล ทางอากาศ พูดหมด เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญอันแรกที่จะฝากไว้ก็คือ ทำอย่างไรเราจะเกิดความมีเอกภาพ การประสานงานและบูรณาการ บูรณาการคือการนำมาบูรณะ การทำขึ้นมาใหม่ ไม่อย่างนั้นก็พูดอย่างเดียว ไม่รู้ว่าทำอย่างไร เพราะฉะนั้นต้องทำให้ได้ทั้ง 3 อย่าง ไม่อย่างนั้นแล้ว งบประมาณต่าง ๆ ของประเทศ เวลาสูญเสียไป บุคลากรสูญเสียไป งบประมาณสูญเสียไป ของประเทศทั้งหมดนี่ละลายไปหมด  วันนี้ผมแก้ไขทั้งหมด แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าปีนี้เราจะใช้งบประมาณกันอย่างไร ให้เกิดผลประโยชน์อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย แล้วเราจะได้แก้ปัญหาต่าง ๆ เราได้โดยเร็ว

ในส่วนของยุทธศาสตร์ชาตินั้น ผมถือว่า เราจะต้องคำนึกถึงว่าผลประโยชน์ของชาติเป็นหลักเราอยู่ที่ไหน ผลประโยชน์ไม่ใช่เฉพาะเราคนเดียว ต่อไปเรามองผลประโยชน์รู้อยู่แล้ว เราต้องอะไรบ้าง เมื่อสักครู่บอกแล้ว แต่ยุทธศาสตร์ต่อไปที่เรามองคือยุทธศาสตร์อาเซียน จะไปกันอย่างไร เราเป็นส่วนหนึ่งของอาเซียน เราอยู่คนเดียวไม่ได้ในโลกนี้แน่นอน ถ้าเราเข้มแข็ง อาเซียนเข้มแข็ง ถ้าเราไม่เข้มแข็ง อาเซียนก็ไม่เข้มแข็ง ถ้าในประเทศอาเซียนไม่เข้มแข็งทุกประเทศในอาเซียนไม่เข้มแข็ง แล้วเราจะไปสู้ต่างประเทศเขาได้อย่างไร จะไปต่อรองเขาได้อย่างไร ถ้าเราคิดว่าเราจะใหญ่กว่าทุกคน ใหญ่กว่าทุกชาติ ผมว่าต้องเปลี่ยนความคิดนี้ใหม่ เราต้องทำให้ทุกชาติในอาเซียนแข็งแรงไปด้วยกัน ใครจะนำ ใครจะเป็นพี่ เป็นน้อง เป็นเพื่อน แล้วแต่ เราต้องเป็นอย่างนั้น วางตัวให้สมดุล งานการเมือง การต่างประเทศ การทูตแบบสมดุล ก็เป็นการใช้คำ คำเดียวกันกับรัฐบาลขณะนี้อยู่แล้ว หลาย ๆ คำที่พูดออกมาเป็นคำเดียวกับที่รัฐบาลใช้ในการทำนโยบายในการจัดทำงบประมาณในขณะนี้

ในส่วนของด้านเศรษฐกิจวันนี้ ทุกคนทราบดีว่าเรามีปัญหาด้านเศรษฐกิจมาก วันนี้เราอาจจะมองว่าตัวเลขการเจริญเติบโตของ GDP ปีนี้เหลือ 2 เปอร์เซ็นต์ ไม่ถึง 2.5 อะไรก็แล้วแต่ แต่ต้องอย่าลืมว่าที่ผ่านมาใน 6 เดือนแรกติดลบ วันนี้มา 4 เดือน ขึ้นมา คาดว่าจะไม่ติดลบเหมือนเดิม นั่นคือสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปหลังเดือนพฤษภาคม 2557 ที่ผ่านมา เราก็พยายามจะขับเคลื่อนตรงนี้ให้ได้ เศรษฐกิจของเรามีปัญหาอย่างเดียวคือความเข้มแข็งในการแข่งขันกับนานาอารยประเทศ ประเทศเราหลักคือส่งออก และสินค้าในการส่งออกของเราก็ไม่ค่อยได้พัฒนา เราไม่มีนวัตกรรมใหม่ เราไม่มีแบรนด์ของเราเองที่เป็นสิ่งที่จะสามารถตีตลาดได้ ส่วนใหญ่บางทีทำไปแล้วก็ไปขายต่างประเทศแล้วนำกลับมาขายเราอีก ยี่ห้อก็ไม่ใช่ของเรา วันนี้เราต้องแก้ไขเรื่องพวกนี้ให้ได้ สร้างความเข้มแข็ง สร้างธุรกิจ SMEs ขึ้นมาให้ได้ ให้แข็งแรงอยู่ในห่วงโซ่ของเศรษฐกิจ ทั้งอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดย่อม วันนี้ทุกคนต้องเข้ามามีส่วนร่วม เพราะฉะนั้นวันนี้เราปรับปรุงทุกระบบ ทั้งใหญ่ กลาง เล็ก ทั้งเรื่องกองทุน เรื่องโอกาสการเข้าสู่ตลาดการค้า

วันนี้คนไทยยังไม่เข้าใจว่า ตัวเองเป็น SMEs หรือเปล่าไม่รู้ แต่เขามีกองทุนให้กู้ก็ไม่รู้อีก คือเข้ามาแล้วกลัวอย่างเดียวคือกลัวเสียภาษี อย่างนี้ผมว่าไม่ได้ วันนี้เราต้องทำให้คนไทยทุกคนเข้ามาอยู่ในระบบภาษีให้ได้ ทำอย่างไร จะมากจะน้อย กำลังหาทางอยู่ พอพูดคำว่าภาษี ก็ตกใจกันหมด คนรวยก็ตกใจ คนจนก็ตกใจ ทุกคนก็ตั้งใจอยู่ เศรษฐกิจผมพูดไปแล้ว

ด้านอุตสาหกรรมวันนี้ BOI ก็ปรับปรุงมีคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบใหม่ ประเทศไทยต้องการอะไร ไม่ต้องการเม็ดเงินอย่างเดียว ไม่ต้องการเม็ดการลงทุนอย่างเดียว เราต้องส่งเสริมการลงทุนในประเทศ ขยายการลงทุนของเราเอง และให้ต่างชาติเข้ามาลงทุน แต่ต้องลงทุนในสิ่งที่เราต้องการ เช่น เพิ่มเทคโนโลยี ใช้เครื่องจักรใหม่ พลังงานสะอาด พลังงานทดแทน ระบบมลภาวะ ทั้งหมดต้องแก้ไขให้ได้ วันนี้ก็ได้สั่งการกับกระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องไปแล้ว เราตั้งคณะกรรมการไว้หมด จำนวน 11 คณะ คณะกรรมใหม่ทั้งหมด เรื่องข้าว เรื่องผลิตผลทางการเกษตร เรื่องพลังงาน สาธารณูปโภคพื้นฐาน บริหารจัดการน้ำ ตั้งใหม่หมด วันนี้ตั้งใหม่อีกทีแล้ว เพราะว่าเป็นรัฐบาล 4 เดือนตั้งมาแก้ของเก่า ของใหม่ก็ต้องตั้งใหม่เพราะเป็นรัฐบาลมีกฎหมายต่าง ๆ ออกมา แต่ก็ทำงานแนวทางเดิมทั้งหมด ไม่มีความขัดแย้งอะไรทั้งสิ้น เพราะรัฐบาลปัจจุบันก็สืบทอดงานจาก คสช. มา ต้องทำต่อในอนาคตด้วย

ในเรื่องของการศึกษา ไม่ต้องพูดกัน ผมพูดมาหลายครั้งแล้ว แล้วดูตัวเลขการประเมินผลการศึกษาเราเป็นลำดับที่เท่าไรไม่รู้ งบประมาณใช้มากที่สุดในประเทศไทย 20 เปอร์เซ็นต์ ผมทำงบประมาณ อนุมัติงบประมาณออกไปก็ไม่รู้จะตัดทอนอย่างไร เพราะว่าหนักไปด้านบุคลากร เพราะโรงเรียนเราก็มีจำนวนมาก บางโรงเรียน ท่านผู้รู้บอกว่า บางโรงเรียนผู้อำนวยการมีนักเรียน 30 คน แต่เป็น ซี8 ไม่ได้ ผมไม่ได้ดูถูกเขานะ เพียงแต่ว่าต้องปรับตรงนี้ให้ได้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มาด้วยนี่ จะรวมกันอย่างไร จะได้ลดบุคลากรลงไปได้บ้าง ทำอย่างไรให้เป็นเครือข่ายให้ได้ ทั้งสถานศึกษาของรัฐ สถานศึกษาตามอัธยาศัย การศึกษานอกระบบ นอกโรงเรียน กศน. ไปทำให้ได้ ถ้าไม่สืบต่อกัน คนไม่นิยมเข้ามาเรียนในระบบหรือคนต้องแข่งขัน วันนี้พ่อแม่อยากจน เงินเดือนน้อยต้องมาเสียค่ากวดวิชา ต้องมาซื้อหนังสือแพง ๆ แต่บอกรัฐสนับสนุนเรียนฟรี เรียนฟรีแต่โน้นหมดไปมากกว่าค่าเรียนอีก อันนี้ไม่ได้ หรือใครไม่เดือดร้อนบ้าง แต่เห็นใจคนวันนี้ พ่อแม่ต้องหาเงินหามรุ่งหามค่ำ แต่ผมไม่ได้ตำหนิกระทรวงศึกษาฯ เป็นเรื่องของพวกเรา รัฐบาลต้องแก้ปัญหาทุกปัญหาให้ได้ ผมก็ไม่อยากจะไปว่าใครอีกแล้ว แต่ต้องมีความเข้มแข็งทางด้านการศึกษาก่อน ถ้าศึกษาไม่ได้ ศึกษาไม่ดี คนก็ไม่แข็งแรง สังคมก็อ่อนแอ แล้วก็จะเกิดภาพแบบเมื่อสักครู่ ความขัดแย้ง การถูกชักจูง หรือการไปเป็นเครื่องมือของใครก็แล้วแต่ ผมว่านั่นแหละการศึกษาก็ควรจะคิดให้เป็น

คนไทยเขาวิจัยออกมาว่า สมาธิสั้น ไม่อ่านหนังสือ ไม่ชอบอ่าน อ่านหนังสืออ่านเล่นชอบ นิยาย หนังสือพิมพ์อ่านหน้าดาราส่วนใหญ่ข้างหลัง ข้างปวดหัวไม่อ่าน หรือไม่พอคิดอะไรเป็นระบบ พอบอกให้คิดสิลูก ไม่คิดเลยปวดหัวพ่อ ไม่เคย เพราะวิธีการสอนไม่ใช่แบบเรา ตั้งแต่เด็ก ๆ เขาสอน ครูนักเรียนมีความผูกพัน อันนี้เป็นสิ่งสำคัญ การศึกษาจะทำให้เด็กสนใจครูก็ต้องดี ต้องเก่ง ต้องมีวิธีการสอนที่เหมาะสม มีความผูกพันระหว่างลูกศิษย์กับครู วันนี้ลูกศิษย์บอกไม่เห็นจำเป็นต้องเคารพครูเท่าไรเลย เพราะครูเป็นแต่เพียงแค่ดูแลแทนพ่อตอนกลางวันมาเรียนหนังสือ พ่อไปทำงาน แล้วไม่เห็นต้องเคารพมากมาย ผูกพันอะไรกันมากมาย เพราะว่าครูก็รับเงินเดือนจากพ่อ คือภาษี เขาพูดอย่างนี้ แล้ววันนี้ครูจะมีความภูมิใจกับเด็กไหม เด็กก็ไม่มีความผูกพัน อันนี้น่าเป็นห่วงมากกว่า ไปสร้างระบบความสัมพันธ์ระหว่างครูนักเรียนขึ้นมาใหม่ สิ่งที่ผมพูดมาแก้ไม่ได้หรอกถ้าคนไม่มีค่านิยม ค่านิยม 12 ประการ ผมถือว่าผมเขียนมาน้อย ความจริงคนไทยต้องมี 100 ประการ เพราะไม่ทัน ที่ผ่านมาแก้ไม่ทัน เดิมค่านิยมเขามี 10 ประการ เด็กเอ๋ย เด็กน้อย อะไรนั่น  ตอนนั้นที่เราท่องตอนเด็ก ๆ วันนี้มาใหม่แล้ว 12 ประการ ผมให้กระทรวงศึกษาฯ ไปปรับให้แล้วคล้องจอง เดี๋ยวไปท่องให้ได้หมด บรรจุในการสอบด้วย

เพราะฉะนั้นเราต้องคิดใหม่ เอาปัญหามา คิดแบบชาวบ้าน คิดแบบประชาชนต้องการอะไร นี่รัฐบาลต้องทำอย่างนั้น แล้วเราทำให้ถูกต้อง ไม่ให้เป็นปัญหาต่อประเทศภายหน้า ไม่เป็นหนี้สาธารณะ ถ้าถามว่าทุกคนอยากได้อะไร อยากได้หมด ถามประชาชนสิ อยากได้อะไร อยากทุกอย่าง เว้นปลูกฝีกับฉีดยา เพราะเจ็บใช่ไหม ถ้าเข้าแถวมาละก็แจก เอาหมดทุกอย่าง ต้องแก้ตรงนี้ คนต้องแยกแยะว่า คนรวยจะเอาแค่ไหน คนจนแค่ไหน เป็นเรื่องของเขาจะต้องเสียสละ ผมพูดเสมอว่าต้องมีคนได้และมีคนเสีย คนได้ก็ควรจะเป็นคนมีรายได้น้อย คนเสียคนมีรายได้มาก จะได้เกิดความเป็นธรรม ชอบธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ ภาษาคำนี้พูดมาตลอด “ลดความเหลื่อมล้ำ” แล้วทำอย่างไร ก็ต้องไปซื้อรถคันแรก แล้วเป็นอย่างไร ใช้หนี้อยู่นี่ ทำอย่างไร ไม่รู้ใครคิด ข้าวมีปัญหาหมด เพราะฉะนั้นวันนี้ถ้าเราสามารถลดหนี้สาธารณะได้ ลดหนี้เงินกู้ได้ เราจะได้เอาเงินมาพัฒนาประเทศในสิ่งที่บอกว่าขาดอยู่เมื่อสักครู่นี้ วันนี้เราลดยังไม่ได้สักอย่างเลย

ขณะเดียวกันขีดความสามารถในการแข่งขันก็ลดลงอีก เพราะฉะนั้นต้องไปทุกอย่าง ปรับตัวเอง สร้างความเข้าใจ และยกระดับของเราขึ้นมา เพิ่มมูลค่าสิ้นค้า วันนี้ยางพาราเตรียมตั้งขบวนอีกแล้ว ยางไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะว่าเราก็แก้ปัญหาทั้งระบบอยู่ ต้องใช้เวลา รู้ว่าจะทำอย่างไร แต่ประชาชนจะใจเย็นพอหรือเปล่า วันนี้จะขอราคายาง 90 บาท 100 บาท ผมถามแล้วขายได้เท่าไร ขายได้ 60 บาท 70 บาท ไม่เกินนั้น แล้วจะไปขายให้ใครในโลกนี้ ผมไม่เข้าใจ เป็นอย่างนี้มาตลอด บางทีขึ้นมา 100 กว่าบาท เกือบ 200 บาท ต่อกิโลกรัม แล้วจะไปขายให้ใคร โน้นยังกองอยู่ในคลัง มีใครจะลงทุนเพิ่มไหม เพราะฉะนั้นวันนี้เราก็ใช้วิธีการลดต้นทุนการผลิตบ้าง ช่วยให้ปุ๋ย ให้อะไรต่างๆ ไปบ้าง ลดจนไม่รู้จะลดอย่างไรแล้ว ก็ไม่ได้อีก เพราะไม่ทันใจ เพราะคนเดือดร้อน คนเดือดร้อนคือใคร คนจน

วันนี้ที่ร้องเรียนทั้งหมด ผมว่าไม่ใช่คนจน แต่เป็นคนที่อยู่ตรงกลาง เป็นคนที่รับจ้าง จะขึ้นจะลงอยู่ที่นายทุน อยู่ที่เจ้าของ อยู่ในทั้งหมด ทั้งข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง อ้อย ทั้งหมดมีปัญหามาตลอด เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้ใครที่เป็นเศรษฐีก็ดูแลคนจนเขาหน่อย จะทำอย่างไรมาช่วยรัฐบาล จะช่วยซื้อของ เก็บไว้เอาไปขายไปพัฒนาสูตรอะไร ได้ไหม วันนี้บริษัทต่าง ๆ เข้ามา ผมก็พยายามให้เขาซื้อยางเราไปทำโน้นทำนี่ วันนี้ทำถุงมือยาง วันนี้มีถุงมือยาง เอาไปทำถนน 5 เปอร์เซ็นต์ ไม่ค่อยคุ้มแบบดีแต่แพง ค่าถนนก็แพงก็ขึ้น 15 เปอร์เซ็นต์ โดยเอายางทำถนน แล้วอายุใช้การนาน แต่ต้องมีเครื่องมือในการทำอีก นี่คือปัญหา 

บางคนก็บอกง่าย ๆ เอาอย่างนี้ อย่างนั้น  ทำไมไม่ทำโน่นทำไมไม่ทำนี่ พอเข้ามาทำแล้วจะรู้ว่ามันไม่ง่ายอย่างที่พูดหรอก พูดนั้นง่ายทุกอย่างทำได้หมด สิ่งที่อยากให้ทำนอกจากนั้นก็เป็นที่นอนยาง วันนี้ซื้อที่นอนยางเท่าไร 20,000-30,000 บาทใช่ไหมอันหนึ่ง ทำไมไม่เอามาทำ ยางพาราเรามีอยู่มากในประเทศ แล้วก็ปลูกเข้าไปเดี๋ยวสนับสนุนปลูกอย่างไปอีกสิ วันหน้าก็ไปขายโน่นไหมดาวอังคาร ขายปีนี้ไม่พอแล้วโลกไม่พอซื้อแล้ว วันนี้เราต้องพัฒนาใหม่ โน่นไปดาวอังคาร คิดอย่างนั้นก็แล้วกัน ก็ไม่รู้สนับสนุนตั้งกี่เท่าไรเพิ่มมากี่ล้านไร่ปลูกยาง ผมไม่รู้ใครสั่ง ใครเป็นนโยบาย ป่าก็ถูกบุกรุกยางก็ขายไม่ออก ราคาก็ Subsidize เข้าไป นั่นคือปัญหาที่พันกันเป็นห่วงโซ่ไปหมด ก็ต้องแก้ทั้งระบบนะครับ เกษตรกรรมเป็นหัวใจหลักของประเทศนะครับ ผลิตอาหารส่งออก แต่ทำไมเราย่ำแย่อยู่ขนาดนี้ ทั้งโลกเขากินเขาต้องใช้อาหารทั้งหมด ต้องไปดูสิว่าอยู่ตรงไหน เราจะปรับคุณภาพอย่างไร จะทำให้ราคาสูงขึ้นได้ไหม ขายข้าวเป็นกระสอบกับขายข้าวเป็นแคปซูลอันไหนราคาดีกว่ากัน ก็ไปพัฒนาเป็นอาหารเสริม ที่เราไปซื้อเขามากินทุกวันนี้บางอย่างไม่มีอะไรหรอก สู้ข้าวเรายังไม่ได้เลย ก็ถูกหลอกไปว่าสวยขึ้น หนุ่มขึ้นอะไรทำนองนี้นะ หน้าขาวหน้านวลนี่แหละ เพราะฉะนั้นต้องไปพัฒนาดูว่าจะมี Brand ไทยได้ไหม เอาข้าวเอาจมูกข้าวเอานมข้าวอะไรมาทำประโยชน์ สร้างนวัตกรรมสิ่งใหม่ ๆ ขึ้นมา ช่วยกันสร้างมูลค่าของสินค้าราคาเกษตรที่ตกต่ำขึ้นมาให้ได้ในประเทศแล้วส่งออกต่างประเทศ วันนี้ถ้าดูประเทศจีนเขาทำไมอยู่กันได้ คนจีนยากจนร่ำรวยอยู่ในเมืองใหญ่ เพราะเขามีกลุ่มของเขามีอาหารของเขา มีแหล่งค้าขายของเขา มีใช้ผลิตภัณฑ์ของเขาระดับล่างราคาถูก เราทำได้ไหม ใครอยากรวยก็ไปซื้อแพง ๆ มาใช้ มีตราสวย ๆ คนระดับล่างเขาซื้อของเหมือนกันแต่ถูกกว่า อย่างนี้ผมว่ากระทรวงพาณิชย์หรือกระทรวงใครไปทำมาแล้วกัน ก็ให้เป็นตัวอย่างเฉย ๆ ตั้งตลาดขึ้นมา มีตลาดรับซื้อในพื้นที่ ให้เกษตรกรสามารถเป็นทั้งผู้ผลิตเป็นทั้งผู้ขายด้วยอะไรด้วย ไม่ใช่ต้องไปผ่านคนกลาง ผ่านนายทุน ก็มีปัญหามาตลอด

เพราะฉะนั้นฝากทุกคนด้วยนะครับ นักศึกษาทุกคน ท่านจะต้องไปต่อยอดทุกอย่างให้ได้ ช่วยประเทศไทย ต้องพัฒนาคน คนสำคัญที่สุด ทรัพยากรมนุษย์มีความสำคัญ ถ้าท่านคิดอย่างเมื่อสักครู่นี้ ถ้าคนในประเทศยังเป็นแบบที่ท่านเห็นเมื่อที่ผ่านมานี้ เราไม่ดูถูกเขา เราเป็นหน้าที่เป็นความผิดของพวกเรา ทำไมเขาถึงเป็นอย่างนั้น ทำไมเขาถึงถูกปลุกระดมได้อย่างนั้น ทำไมเขาถึงคิดอย่างนั้น ความผิดของพวกเรานะครับ ผมถือว่าวันนี้เป็นความผิดของพวกเรา ทำให้เขาคิดแบบเราไม่ได้ เพราะฉะนั้นวันนี้เราต้องสร้างความเข้าใจกับเขา ไม่เอารัดเอาเปรียบไม่ดูถูก ให้สังคมให้โอกาสเขาทุกคนด้วย ให้เขาช่วยเหลือตัวเอง เราช่วยเขาด้วย รู้คุณค่าของแต่ละคนเพราะเราคือคนไทยทุกคน ความเป็นเอกลักษณ์ของชาติ ประวัติศาสตร์หน้าที่พลเมือง เรียนแต่สิทธิ หน้าที่ไม่ค่อยพูดถึงกัน ศีลธรรม เบญจศีลเบญจธรรมไม่ค่อยพูดกัน ประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ อุดมการณ์ชาติมีอยู่ตามพวกเรา ข้างล่างไปถามขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างมีไหม อุดมการณ์ชาติว่าอย่างไร ผลประโยชน์ชาติ ไม่รู้ วันนี้ได้กำไร 200 ลูกจะกินพอหรือเปล่า คิดแค่นี้แหละ ทำอย่างไรเขาจะคิดว่าถ้าเขาทำอย่างนี้เขาต้องยกระดับ ไม่ใช่พอเดี๋ยวโตมามีลูกมา มรดกอาชีพต่อไปให้ลูกเอามอเตอร์ไซค์ไปขี่ต่อพ่อ พ่ออยู่บ้าน ไม่ใช่ ต้องปรับคนพวกนี้ไปอยู่ในกระบวนการที่ดีขึ้น ไปสร้างธุรกิจให้เขาอะไรให้เขาก็ได้อะไรสักอย่าง ต้องช่วยกันคิดนะครับ

เมื่อสักครู่เรื่องนักโทษเหมือนกัน วันนี้เรามีนักโทษอยู่เท่าไร หลายแสนเป็นล้านคนเมื่อสักครู่นี้ แล้วก็กลับเข้ามาในวงจรใหม่ทุกที เกิน 60% กำลังให้แก้อยู่กระทรวงยุติธรรมอาจจะต้องทำอย่างที่ว่าเป็นสถานที่ฝึกงาน เป็นสมาคมเป็นอะไรหางานให้เขาทำ ให้โอกาสเขา ไม่อย่างนั้นก็วนอยู่อย่างนี้ นักโทษยาเสพติดเข้าไปแล้วก็เข้าอีกอยู่นั่น วันนี้เข้าเสร็จ วันหน้าเข้าไปอีกทีเป็นคนขาย วันสุดท้ายเป็นคนผลิต ก็เพิ่มวิทยฐานะขึ้นไปเรื่อย เจอเพื่อนเข้าไปไม่คิดจะลงน้อยกว่าเดิมหรอก

เพราะฉะนั้นวันนี้เราต้องช่วยกันแก้ไข กลุ่มผลประโยชน์การเมือง กลุ่มอิทธิพล วันนี้เรื่องการบุกรุกทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมมากมาย วันนี้ได้คืนมาหลายหมื่น เป็นหมื่นไร่แล้ว แต่ก็เจ็บปวดเวลาต้องไปเจอกับชาวบ้านไปเจออะไรที่เขาน้ำตาไหล ไม่รู้จะทำอย่างไร เขาไม่มีที่ทำกิน แล้วก็ถูกคนฉลาดกว่าไปหลอกมาเข้าชื่อเข้าสมาคม เสียเงิน 3,000 – 4,000 ไปกู้เงินมา แล้วมาถึงก็มาจับจองตรงนี้ ถึงเวลาทหารไล่ออก วันนี้ทหารกับป่าไม้ต้องมาไล่เขาออก เพราะเขาถูกหลอกมา แต่เราจะให้เขาอยู่ก็ไม่ได้อีก ผมก็ให้ไปแล้วว่าจะทำอย่างไรให้มีที่ทำกิน ไปเป็นสหกรณ์ได้ไหม หาที่หลวงให้ทำกินได้ไหมไม่ต้องเช่าไม่ต้องเป็นเจ้าของ เป็นสมาชิกแบ่งปันผลประโยชน์กัน ทำแบบญี่ปุ่น  หรือประเทศอื่นเขาก็ทำแบบนั้นทั้งนั้น หาที่หลวงที่มีน้ำท่าให้เขาทำกิน ที่ราชพัสดุมีไหมอะไรทำนองนี้ ท่านลองคิดดูนะครับ

การส่งเสริมให้คนดีวันนี้บอกว่ามีคนดี คนไม่ดี เขาบอกคนดีเป็นอย่างไร คนดีคือคนไม่โกง คนสุจริตใช่ไหม วันนี้หนังสือพิมพ์บอกเป็นอย่างไรคนดี  คือสรุปว่าทำอะไรก็ไม่ดีหมดเลย ถูกไหม จากดีกลายเป็นไม่ดี ดีน้อยกลายเป็นไม่มีดีอีกเลย อะไรอย่างนี้ คนไทยต้องปรับแก้ใหม่ ต้องมองโลกให้สวยขึ้นมาสักนิดไม่ใช่สวยมาก มองคนให้ดีรู้จักว่า  ถ้าเรามองคน ๆ นี้ไม่ดีตลอดก็จะไม่ดี เพราะไม่ชอบขี้หน้า ไม่อยากเจอกันไม่อยากคุยกันเพราะนี่ไม่ดี สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถท่านทรงสอน สอนพวกเราไว้หลายคน สอนบอกว่าถ้าเราเห็นใครไม่ดี เราลองหาส่วนที่ดีของเขาสิ เติมส่วนที่ดีให้กับเขาหน่อยสิ เติมจนกว่าเขาจะพอใจจนกว่าจะหมดแล้ว หมดแล้วถ้าเขายังไม่ดีแสดงว่านี่ไม่ดีจริง แต่ถ้าเราบอกไม่ดีตั้งแต่ต้นไม่อยากมองหน้า หน้าไม่อยากจะมองเลย ยิ้มก็ไม่อยากยิ้ม ผมก็พยายามเติมตลอด บางคนก็ยังไม่ดีสักที ไม่รู้จะทำอย่างไร เลยกลับมาที่เราว่าเราไม่ดีเองหรือเปล่า แก้ใครก็ไม่ได้ แก้ตัวเองดีกว่าไหม เป็นอย่างนั้นตอนนี้ เพราะฉะนั้นต้องสอดแทรกทั้งหมด สิ่งสำคัญไม่ใช่พวกเราแล้ว อนาคตของชาติไม่ใช่พวกเรา ลูกหลานเรา วันนี้ถ้าเราไม่ช่วยกันทำวันนี้ ไม่ช่วยกันทำยุทธศาสตร์ชาติแบบเมื่อสักครู่นี้ ไม่ดูแลภาคสังคมวันนี้ ลูกหลานอยู่ไม่ได้ อยู่ไม่ได้แน่นอนวันหน้า จะเละยิ่งกว่านี้จะตีกันยิ่งกว่านี้อีก แล้วเราก็กลายเป็นที่สุดท้ายในอาเซียน ที่สุดท้ายในสังคมโลก วันนี้เรามีสิ่งที่ดีอยู่หลายอย่าง มีสถาบันพระมหากษัตริย์ มีวัฒนธรรมที่งดงาม บางคนบอกว่าไม่ต้องมีแล้ว โลกใหม่ต้องปรับใหม่เท่าเทียมกันหมดอะไรกันหมด ผมถามว่าที่เขามาประเทศไทยนี้เขามาเพราะอะไร เขามาเพราะเราเป็นประชาธิปไตย 100% เมืองไทยดีมาก ให้สิทธิเสรีภาพทุกคน เขามาเพราะอย่างนั้นเหรอ ไม่ใช่ เขามาเพราะเรามีบ้านเมืองที่งดงาม มีสถาบันพระมหากษัตริย์ มีอุดมการณ์ที่แน่วแน่ มีวัฒนธรรมที่น่าเยี่ยมน่าชม ไปประเทศแต่ละประเทศไปไหน ไปซื้อของ ไปดูบ้านเมืองสวยงาม แค่นั้นเหมือนกันหมดทั้งประเทศ ฝรั่งเศส อังกฤษ เราช้ากว่าท่านไปหน่อยเดียวเท่านั้นเอง เวลาผมบอกต่างประเทศผมบอกเราตีกันช้าไปหน่อย ท่านตีกันมา 200 กว่าปีแล้วท่านเลิกไปแล้ว ท่านเจริญไปแล้ว เราสงบมาตลอดเพิ่งมาตีกันปีนี้ ก็เลยช้าหน่อย ให้เวลาเราบ้างให้เวลา ก็อธิบายเขาไปอย่างนั้น ผมโกรธเขาไม่ได้อยู่แล้ว คือไม่รู้จะไปอย่างไร จะไปกำปั้นทุบโต๊ะแล้ว ไม่ไหว ประชาธิปไตยยันเลย

เพราะฉะนั้นวันนี้สิ่งที่ผมอยากจะบอกพวกเราก็คือเราพร้อมรับทุกอย่างที่ท่านพูดมาทั้งหมด พูดมาทั้งหมดเมื่อสักครู่นี้ แล้วก็ชื่นใจตรงที่ว่าหลาย ๆ อย่างที่มีความตรงกันอยู่แล้ว อะไรที่ฝ่ายไหนเอาไปทำได้ผมก็จะให้แจกจ่ายไป ให้ดำเนินการ เรื่องสำคัญอื่นมีอะไรอีกไหม นอกนั้นก็คงไม่มีอะไร  ไปดูสิว่าเรื่องทะเลาะกันเรื่องอะไรบ้าง วันนี้การเมือง พลังงาน สาธารณูปโภคพื้นฐาน บริหารจัดการน้ำ เรื่องก๊าซ เรื่องน้ำมัน เรื่องพลังงาน นี่จะชี้แจงนี่ก็ไม่ฟัง ไปชี้แจงข้างนอก ไม่เข้าใจแล้วจะรู้เรื่องกันตอนไหนก็ไม่รู้ เพราะฉะนั้นไปดูด้วยนะครับ ในสื่ออะไรต่าง ๆ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงทั้งหมด

เดี๋ยวจะล้ำเส้นเกินไป วันนี้เขาบอกว่าเป็นนายกฯ แล้วพูดน้อย ๆ หน่อย ก็อดไม่ได้ เพราะท่านพูดเป็นทางการกันแล้วเพราะฉะนั้นผมจะพูดในทางปฏิบัติ ผมคงเป็นนักปฏิบัติ เรื่องขยะวันนี้ยกให้เขานำร่องไปแล้วที่สระบุรี อยุธยา เห็นบอกว่าประชาชนบางส่วนยังไม่เห็นชอบ ก็ไปคุยกันต่อไป ถ้าไม่จำกัดขยะให้ได้ ไม่สร้างโรงไฟฟ้าพลังงานขยะได้ หรือแยกขยะอะไรก็แล้วแต่อย่างที่ผมเคยบอกแล้ว แยกไปเถอะครับ ถึงเวลาก็รวมไปทิ้งที่เดิม ไม่รู้จะทำอย่างไร เราก็พยายามสอนคนสอนลูกน้อง ครอบครัว แยกขยะ ตั้งถังตั้งถุง แยกสีดำสีขาว ถึงเวลารถขยะมาถึงกวาดทีเดียวลงไปด้วยกัน จะทำอย่างไรดีไม่รู้ จริง ๆ แล้วก็หนักใจอยู่นะครับในการทำงาน ระยะต่อไปเป็นเรื่องของระยะที่ 2 ที่กำลังทำอยู่ปฏิรูป 11 เรื่อง อะไรที่ทำได้ก็ทำก่อนทำทันทีทำจริง แล้วมีผลสัมฤทธิ์ภายใน 1 ปี และส่งต่อยั่งยืน คือเกิน 1 ปีไปแล้วจะส่งใครก็รับไปเถอะ ทำให้ได้ ใครจะทำก็ต้องทำ แต่เราจะต้องวางพื้นฐานประเทศไว้ให้ได้ เรามาช่วยกันก่ออิฐถือปูนใส่เหล็กเข้าไปให้แข็งแรง ที่กำลังจะยุบลงมา ประชาธิปไตยที่กำลังยุบลงมา 3 อำนาจกำลังจะยุบยังไม่ทันล้ม เพราะว่าเป็นรัฐบาลชั่วคราวใช่ไหม ก่อนหน้านี้ก่อน 22 พฤษภาคม รัฐบาลชั่วคราว ผมไม่ได้ไปแย่งอำนาจใครมา เพราะรัฐบาลไม่มีอำนาจเต็มเท่านั้นเอง เราก็เลยมาทำแทนเท่านั้นเอง ไม่ได้แย่งอำนาจใคร

วันนี้ไปไหนก็ถ่ายรูปหน้าจืด ถ่ายจนหน้าแบนหมดแล้ว มีแต่รูปติดทั่วไปหมด ไปไหนก็ไม่ได้ ก็ระวังตัว ก็ต้องระมัดระวังตัวไม่ทำอะไรให้เสื่อมเสียเท่านั้นเอง ก็ขอให้มั่นใจในการทำงานของพวกเรา ทั้ง คสช. ทั้งรัฐบาล และข้าราชการ ภาคประชาชนประชาสังคมทั้งหมดช่วยกัน ประเทศชาติ วันนี้อย่าเพิ่งโทษใครเป็นความผิดอะไรของใคร ผมถือว่าวันนี้เราต้องเดินประเทศชาติไปข้างหน้าให้ได้ โดยใช้หลักของความพอเพียงปรัชญาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ใช้ความเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ปัญหาใต้เยอะแยะต้องแก้ บางคนไม่เข้าใจ วันนี้ท่านไม่เข้าใจกองทัพไปซื้อนี่มาโน่นมา หรือว่าใช้งบประมาณไป มากไปแล้วไม่จบ ไม่ได้แก้ปัญหาที่งบประมาณ งบประมาณเป็นการรักษาสภาพ เป็นการใช้จ่ายของกำลังพลที่เขาไปทำงาน ไม่มีเบี้ยเลี้ยงเขาจะไปไหม หรือทหารไม่ต้องมีเบี้ยเลี้ยงก็ได้ก็ไป แล้วตายทุกวันเพราะสู้เขาไม่ได้หรืออย่างไร นั่นเป็นสิ่งที่ สมช. (สภาความมั่นคงแห่งชาติ) ต้องอธิบายเขาต่อไป ไม่ใช่สู้ไม่ได้ ไม่ใช่สู้ มันไม่สู้กับเรามันแอบยิงเรา ผมถามว่าแล้วจะทำอย่างไร อย่างนั้นผมก็ต้องแอบยิงกันมัน แอบยิงกับเขา ถ้ายิงกับเขาไม่รู้ใครเป็นใคร บ้านเมืองเละไปหมดทีนี้ยิงกันเละทั้งเมือง แล้วใครเข้ามา ต่างชาติเข้ามา นั่นคือสิ่งที่ต้องระวัง วันนี้ที่พูดไม่ได้เต็มปากเพราะไม่ให้ต่างชาติเข้ามา ถือเป็นกิจการภายในของไทย อาเซียนด้วยกันเขาก็บอกเรื่องของไทย ไทยแก้ไปเถอะครับ อย่าไปว่าเขา เขาก็เต็มที่แล้ว ถ้าไปยุ่งกับมันมากมันก็ไปบ้านโน้นบ้านนี้ เขาก็ไม่อยากให้ไป เพราะฉะนั้นเราก็ต้องแก้ของเราให้ได้

วันนี้แก้ด้วยความเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ใช้เวลาระยะหนึ่ง มีคนเจ็บคนตาย แล้วคิดว่าพวกผมไม่เสียใจหรือลูกน้องผมตาย ลูกทหาร เมียทหาร เขาไม่มีหัวใจหรืออย่างไร พูดจาเสียหายไปหมด ใช้เงินทองอะไรก็ อย่าเอาเงินมาเป็นตัววัด เรื่องนี้สู้กันเป็น เขาเรียกว่าสู้กันในสายเลือดมาตลอดเป็นร้อยปีแล้ว ก็พยายามจะเร่งรัดให้ดีที่สุด ให้เร็วที่สุด วันนี้สิ่งน่าพอใจคือยังไม่ลุกลามไปต่างประเทศ ต่างประเทศไม่เข้ามาเกี่ยวข้องกับเรา วันนี้ต้องไปพูดคุยสันติภาพเพื่อต้องการให้โลกภายนอกเห็นว่าเราไม่ได้ใช้กำลังอย่างเดียว ใช้กฎหมาย บางคนบอกไม่ต้องไปคุยกับใคร ไม่ต้องไปสันติภาพกับใคร เอาทหารทุ่มเทกวาดล้างทั้งหมดนั่นแหละเข้าเงื่อนไขอ้าง Conflict ของ UN ทันที เขาไม่ต้องพูดอะไรเลยถ้ามีการใช้กำลังขนาดใหญ่เท่าไร เมื่อนั้นยิงกันสนั่นทั้งเมือง แล้วก็เป็นการรบกับประชาชน ใช้ทหารไปกวาดล้างกับประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนที่นับถือศาสนาคนละศาสนา นั่นเข้าข้ออ้าง Conflict เขามีเงื่อนไขอยู่ข้อหนึ่งเขาสามารถจะส่งกำลังเข้ามาได้ทันที ต้องการอย่างนั้นหรือเปล่า ถ้าต้องการอย่างนั้นเขามาถึงจับ ลงประชามติ แล้วผมถามว่าจะไปไหน ลงประชามติ มติจะอยู่กับเราไหม มันไม่ได้ เพราะฉะนั้นต้องเข้าใจ อย่าไปเชื่อวิพากษ์วิจารณ์ตรงโน้นตรงนี้ เสียหายไปหมด ใจร้อน วันนี้กลายเป็นทหารรบไม่เก่ง รบไม่เก่ง ยังไปรบให้ท่าน ตายทุกวันยังไปอยู่ให้ท่านเลย เบี้ยเลี้ยงวันละ 200 บาทชีวิต 200 บาทวันหนึ่ง 240 บาทไม่เกินนั้น เดือนหนึ่งได้พิเศษมาอีก 2,500 ค่ารถกลับบ้าน 2 เดือน 2,000 เหลือไปฝากเมีย 500 กินขนมบนรถก็สตางค์หมด นั่นแหละทหารผม ข้อเท็จจริงน่าสงสารเขานะ แล้วเขาต้องแต่งเครื่องแบบไปรบ ถ้าเขานอกเครื่องแบบไปรบ สู้คนอื่นเขาได้แน่นอนถ้าต่างคนต่างดำนะ ถ้าเป็นอย่างนั้นไม่รู้ใครเป็นใคร พวกมั่วมีอีก พวกอิทธิพล ค้าของเถื่อนผิดกฎหมายอย่างอื่นมันพร้อมผสมอยู่ตลอด วันนี้มันมาผสมอยู่ ทุกอย่างเลยรุนแรงไปหมด ต้องค่อย ๆ แก้ไป ๆ วันนี้เดี๋ยวทางคณะรัฐมนตรีเรื่องนี้จะไปดูแลช่วยด้วยกับ สมช. กับกองทัพ วันนี้เหล่าทัพทุกเหล่าทัพก็มีกำลังพลไปทำงาน ตายเจ็บ เจ็บทุกวัน เจ็บปวดทุกวัน แต่ต้องอดทนเพราะเราเป็นทหาร เพราะเราเป็นราชการ

ผมขอชื่นชมนะครับ สรุป นักศึกษา วปอ. นักศึกษาวิทยาลัยการทัพ 4 สถาบัน ที่ร่วมกันเสนอยุทธศาสตร์ในวันนี้ และยืนยันว่าสิ่งที่ท่านทำมานั้นไม่เสียเปล่า ท่านทุ่มเทกันมา 1 ปีไม่สูญเปล่า ผมจะนำไปใช้ไปนำเสนอ หลายอย่างตรงกันอยู่แล้วอย่ากังวล และขอขอบคุณอีกครั้งหนึ่งในการที่พวกเรามีความตั้งใจในอันที่จะสร้างประวัติศาสตร์การปฏิรูปประเทศ ส่วนใหญ่จะเป็นหัวข้อในการปฏิรูปประเทศเป็นส่วนใหญ่อยู่แล้วในขณะนี้ เป็นช่วงเวลาที่เราต้องร่วมมือกันนะครับ ผนึกกำลังกันแล้วคืนสันติสุขให้กับประเทศไทยของเรา ให้เต็มไปด้วยความสุขและรอยยิ้ม เป็นประเทศที่มีความมั่นคง มั่งคั่ง มีเกียรติ และศักดิ์ศรีในสังคมโลก เพื่อจะสร้างอนาคตที่แข็งแกร่งให้กับประเทศไทย และประชาชน และประเทศชาติสืบต่อไป

นโยบายรัฐบาล จริงใจ จริงจังและยั่งยืน วิธีการทำงานก็ทำก่อน ทำจริง ทำทันที มีผลสัมฤทธิ์ ยั่งยืน อันที่สาม 3 ป. โปร่งใส ปรองดอง และเป็นธรรม 3 ป. อย่าไป ป. แบบวาสนาไม่เอา เป็นเรื่องที่อ่านได้ สนุกได้ เขาเขียนอะไรก็อ่านมาสนุกดี แต่จริง ๆ ไม่ใช่หรอก ไม่มี เราทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพราะฉะนั้นวันนี้เราต้องเร่งรัดพัฒนาประเทศชาติให้ได้โดยเร็ว ขอบพระคุณทุกท่านนะครับ ขอบคุณในคนไทยทุกคน ถ้าใครไม่คิดอย่างผม ผมว่าไม่ใช่แล้ว ไม่ใช่ แสดงว่าสองชาติที่แล้วไม่ได้เกิดเป็นคนไทย ถ้าสองชาติที่แล้วเกิดเป็นคนไทยต้องลำบากแบบพวกเรา แต่เราต้องพัฒนาในชาตินี้ของเราให้ดีในชาติหน้า ๆ ขอบพระคุณนะครับ ขอบพระคุณทุกท่านที่กรุณาฟังครับ[1]

----------------------------------------

 อ้างอิง[แก้ไข]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้ไข]