ประยุทธ์ จันทร์โอชา/17.09.2014

จาก วิกิคำคม
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

คำกล่าว พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในโอกาสเป็นประธานเปิดการประชุมและชี้แจงมอบนโยบายเพื่อการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลต่อผู้บริหารระดับสูง ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล วันพุธที่ 17 กันยายน 2557 เวลา 13.30 น.

สุนทรพจน์[แก้ไข]

กราบสวัสดีทุกท่านอีกครั้ง เรามาพบกันอีกครั้งหนึ่งในรูปแบบใหม่ วันนี้แต่งตัวใหม่ ก็คงจะเบาลงบ้าง วันนี้เราก็อยู่ท่ามกลางบรรดาพี่ ๆ น้องๆ ข้าราชการ ทั้งในส่วนของฝ่ายบริหาร ผู้บังคับหน่วยงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรามีท่านรัฐมนตรีหนุ่ม ๆ มาอยู่กับพวกเราในวันนี้ด้วย ท่านรองนายกรัฐมนตรี ทุกคนนั้นก็คือกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศในขณะนี้

วาระแรกขอกราบเรียนท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรี ปลัดกระทรวง รองปลัดกระทรวงหัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด วันนี้ถือว่าเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งที่เราจะร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ร่วมกันในการขับเคลื่อนประเทศชาติให้ไปพร้อม ๆ กันภายใต้นโยบายเดียวกัน ผมเคยเรียนไปแล้วว่าเราจะมีการทำงานอยู่ 3 ระดับด้วยกัน ระดับแรก คือ นโยบาย สอง คือการขับเคลื่อน โดยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี แล้วนำไปสู่การปฏิบัติ ผู้ปฏิบัติก็คือกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ร่วมไปกับประชาชนที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับการทำงานของพวกเราด้วยทุกกลุ่มทุกฝ่าย รัฐบาลนี้ ผมกราบเรียนอีกครั้งหนึ่งว่า เราไม่ใช่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ทุกท่านทราบดี ไม่มีนโยบายพรรค มีแต่นโยบายชาติ และการรักษาผลประโยชน์ของชาติ พัฒนาชาติ เพื่อให้เป็นประชาชนและประเทศไทยที่มีความพร้อมในการก้าวเข้าไปสู่การมีอนาคตที่มั่นคงและยั่งยืน

วันนี้เราอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งของคนในประเทศเราถึงเกิดขึ้นมาได้ในวันนี้ เพราะฉะนั้นการหยุด ชะงักทั้งเศรษฐกิจในและนอกประเทศต่าง ๆ การพัฒนาต่าง ๆ นั้นไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร หรือพูดง่าย ๆ ว่าเราอาจจะใช้คำ มากไปหรือเปล่าผมไม่ทราบ เราอยู่ในฐานะที่ไร้อนาคต ไร้อนาคตในช่วงที่ผ่านมา วันนี้เราจะมาสร้างอนาคตกันใหม่ อุปสรรคของการทำงานเราก็คงมีอยู่บ้างในเรื่องของที่มีขีดจำกัด คือ เรื่องเวลา เรื่องปัญหาต่าง ๆ ที่มีจำนวนมาก บรรยากาศ สถานการณ์ภายในก็ยังไม่นิ่งนัก มีความขัดแย้งกันอยู่ อาจจะมีบ้าง ไม่มีบ้างลึก ๆ หรือบนดิน ใต้ดิน ใต้น้ำ อะไรก็ไม่รู้ ทางโซเชียลมีเดียก็ยังคงมีอยู่ อันนี้ก็คือสถานการณ์โดยรวม วันนี้โลกก็ไร้พรมแดน การสื่อสาร เทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย ระบบไฮเทคต่าง ๆ ยังคงเป็นขีดจำกัดของพวกเราเหมือนกันในการทำงาน แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องรับฟังความคิดเห็นของทุกคนอยู่แล้ว เศรษฐกิจทั้งโลกอยู่ในภาวะที่ตกต่ำ ไม่ใช่ประเทศเราประเทศเดียว ไม่ใช่เป็นเพราะปัญหาของพวกเรามาแล้วทำให้เศรษฐกิจตกต่ำ แต่เป็นมานานแล้ว และก็สอดคล้องกับสภาวะแวดล้อมของประเทศด้วย เราต้องดูว่า เอาปัจจัยทั้งภายใน ภายนอกประเทศมาดู เรามีปัญหาอะไร อยู่ที่ตรงไหน จะแก้กันอย่างไร วันนี้เศรษฐกิจโลกตกต่ำ ความขัดแย้งในบางประเทศก็มีอยู่ ทุกท่านทราบดี หลายประเทศมีสถานการณ์สงคราม การสู้รบ ความขัดแย้งของประชาชน ผมคิดว่าพวกเราทุกคนคงไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก ทั้งในระยะเวลาอันใกล้และในอนาคต อันนี้อยากจะเรียนทุกคนต้องช่วยกัน อย่าให้เกิดขึ้นอีกความขัดแย้งภายในประเทศ ลุกลามบานปลายไปแล้วเราก็หยุดอะไรไม่อยู่ ประชาชนขัดแย้งกันมาก ๆ เป็นอันตรายและเป็นหน้าที่ของรัฐบาลทุกรัฐบาลต้องแก้ปัญหาให้ได้ เพราะฉะนั้นจะแก้ที่ไหน ไปคิดเอา แก้ที่ต้นเหตุ ถ้าไปแก้ปลายเหตุก็แก้ไม่ทัน ใช้กฎหมายแก้ทีหลังก็มีปัญหาทุกที

เพราะฉะนั้นปัญหาต่าง ๆ นอกจากนั้นแล้วปัญหาพันธะสัญญาต่าง ๆ ข้อตกลงทางการค้าต่าง ๆ นั้น เรามีมากมายกับหลายประเทศ เราเป็นสมาชิกหลาย ๆ องค์กร ทั้งด้านทางความมั่นคง ทั้งด้านของเศรษฐกิจการค้า ข้อตกลง FTO, WTO ต่าง ๆ นั้น ล้วนแต่เป็นข้อเท็จจริง ล้วนแต่เป็นปัญหาภายนอกที่เป็นปัจจัยทำให้ประเทศของเราจำเป็นต้องมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลง รวมความไปถึงปัญหาภายในของเราเอง ก็คือประชาชนนั้น มีความเหลื่อมล้ำ ทั้งในด้านของคุณภาพชีวิต อาชีพ รายได้ และขณะเดียวกันก็มีขบวนการบ่อนทำลายอยู่ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งอันนี้เราต้องช่วยกันระมัดระวัง และปกป้องให้ได้ วันนี้เราต้องร่วมมือกันให้ได้ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ทั้ง 3 ส่วน ต้องมองทิศทางไปอันเดียวกัน ต้องเกื้อหนุน เห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน เพราะฉะนั้นจะเกิดได้อย่างไร ก็เกิดด้วยการพูดจา การเปิดช่องทางการติดต่อสื่อสาร รับฟังความคิดเห็นตลอดเวลา ปัญหาอยู่ที่ไหน เราต้องไปตรงนั้น อย่าปล่อยให้บานปลายมาจนกระทั่งสุดท้ายก็ทำผิดกฎหมาย เพราะฉะอันนี้เป็นเรื่องหลัก ที่ผมอยากจะเรียนทุกคนทราบ

สิ่งที่เราดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เป็นต้นมานั้น มีหลายอย่าง การบริหารราชการแผ่นดินภายใต้การนำของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งผมก็ไม่ได้ไปเอาแนวทางอะไรใหม่ ๆ มามากนัก เป็นแต่ในเรื่องของการกำกับดูแล ให้เป็นไปตามระเบียบบริหารราชการแผ่นดินปกติเป็นส่วนใหญ่ ประเด็นสำคัญก็คือเหมือนบ้านเราหรือร่างกายเรามีเลือดออก ก็ต้องหยุดเลือดให้ได้เสียก่อน เมื่อหยุดเลือดได้ก็ซ่อมแซมกันไป จะผ่าตัด จะเย็บตรงไหนก็ว่ากันไป เติมเลือด เติมอะไรก็ว่าไป ณ วันนี้ เราก็หยุดความขัดแย้ง หยุดความแตกแยกในระดับหนึ่ง อย่างที่ผมเรียนไปแล้วว่า ยังไม่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์มากนัก 90 เปอร์เซ็นต์น่าจะได้นะ เพราะฉะนั้นที่ผ่านมาถึงวันนี้เราก็ทำงานโดยการไร้แรงกดทับจากพวกเรา จาก คสช. จากรัฐบาล ข้าราชการก็มีศักดิ์ศรี มีเกียรติยศ ในการทำงาน ผมพอใจ เห็นทุกคนสดชื่นรื่นเริงในการทำงาน เรียกมาประชุมทำงบประมาณก็มารวมกันเข้าห้อง แต่ละกระทรวง ทบวง กรม ก็ไม่มีพวก ไม่มีฝ่าย ทุกคนมานั่งทำงาน อันนั่นละเป็นสิ่งที่เราเริ่มต้นมาได้ดีอยู่แล้วในช่วงที่ผ่านมา

การแก้ไขปัญหาเร่งด่วนที่เราทำมาแล้ว คือ เร่งการใช้จ่ายงบประมาณปี 2557 ปรับงบประมาณที่มีปัญหาอยู่ ยังไม่มีแผนทำโครงการก็จับให้ทำแผนงานโครงการที่ยังขาดอยู่ ทำไม่ทัน อะไรก็แล้วแต่ ปรับให้เข้ากับสถานการณ์ความเหมาะสม เอาไปทำเรื่องน้ำ เอาไปทำเรื่องอาชีพ เอาไปทำเรื่องรายได้ อะไรต่าง ๆ ก็แล้ว และที่สำคัญก็คือ ปรับงบประมาณบางส่วนไปจ่ายให้ประชาชนที่ยังไม่ได้รับในหลาย ๆ เรื่อง ผมเห็นบางโครงการค้างมาตั้งแต่ปี 2551, 2552, 2554, 2555 ผมไม่เข้าใจว่าค้างมาได้อย่างไร งบประมาณพวกนี้ งบเยียวยาช่วยน้ำท่วม ภัยพิบัติ ค้างมาหมด แต่มีงบประมาณเหลืออยู่ในห้วงสุดท้าย 6 เดือนหลัง โดยไม่มีแผนงานโครงการ ผมไม่เข้าใจ ต่อไปนี้ไม่ให้มีอีก เพราะฉะนั้นการแก้ไขปัญหาเร่งด่วน ผมเรียนไปแล้ว เร่งการใช้จ่ายงบประมาณ 2557 ปรับให้เหมาะสม และอะไรที่ต้องผูกพัน ทำไม่ทันก็ผูกพันไปปีงบประมาณ 2558 ไปเสริมงบประมาณปี 2558

ในส่วนของงานปี 2557 ที่ทำไม่ได้นั้นหลายอย่างด้วยกัน หลายประการ ด้วยปัญหาการเมือง การประท้วงในเรื่องของรัฐบาลไม่มีอำนาจเต็ม ผมเรียนอีกครั้งหนึ่งว่า ผมไม่ได้ไปยึดอำนาจรัฐบาล เพราะรัฐบาลทำหน้าที่ไม่ได้ เพราะถ้าไม่มีอำนาจเต็มที่ที่จะบริหารราชการแผ่นดิน อนุมัตินี่ไม่ได้ ค่าข้าวก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมก็เลยมาช่วยให้แค่นั้นเอง อย่าคิดมาก เพราะฉะนั้นเราจะทำ แก้ปัญหาเหล่านี้ในปี 2558 ด้วยการบูรณาการไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ การเตรียมการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน AEC เรายังไม่มีความพร้อมเท่าที่ควร เราพูดกันมาตลอด ผมมาไล่ดูแล้ว คณะกรรมการก็ยังไม่มี ไม่ได้จัด แต่ละกระทรวงก็เดินกันไป ต่างคนต่างเดิน พูดง่าย ๆ ไม่รู้ว่าอาเซียนอย่างไรกันแน่ วันนี้จึงตั้งคณะกรรมการไปแล้ว เพราะฉะนั้นเดี๋ยวเราจะปรับให้เหมาะสมขึ้น เรามีรัฐมนตรี มีรองนายกรัฐมนตรีแล้ว ก็จะปรับเข้ามาเพิ่มเติมที่ คสช. ตั้งไว้แล้วเดิม

ในส่วนของการให้การบริการภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ยังไม่มีประสิทธิภาพ เราก็ไปตั้งบอร์ด ตั้งคณะกรรมการใหม่ อย่าว่าเลยว่ามีทหาร ทหารจะได้ไม่โกง ถ้าทำไม่ดีก็ปรับออกได้ เพราะฉะนั้นก็จำเป็น ในช่วงนี้ก็ขอให้เห็นใจ ไม่ได้ตั้งตอบแทน ไม่ได้ให้อะไรต่าง ๆ ลูกน้องผมไม่ได้มีใครอยากไป เพราะไปก็ต้องไปเรียนรู้ ผมสั่งว่าต้องไปเรียนรู้หลักสูตรในเรื่องของการบริหารกำกับดูแลกิจการ รัฐวิสาหกิจต้องไปเรียนกับเขามา สถาบันเขามีอยู่แล้วก็บังคับทุกคนให้ไปเรียน ไม่อย่างนั้นก็ไม่มี ไม่รู้จะทำอะไร พูดอะไรก็ไม่ออก ไม่มีความรู้ในเรื่องของการกำกับดูแลกิจการที่ดี เหล่านี้วันนี้ก็เป็นตัวที่เรียนให้ทราบ

นอกจากนั้น ปัญหาที่เราเจอมาก็คือการทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งวันนี้เป็นประเด็นสำคัญ ซึ่งเราต้องระวังเป็นที่สุด ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ผมระวังในเรื่องนี้มากที่สุด และผมคิดว่ารัฐมนตรีทุกกระทรวง รองนายกรัฐมนตรี หรือท่านข้าราชการทุกคน ต้องระมัดระวังเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง เพราะวันนี้เราถูกจับตามอง ทั้งโลกภายนอก ทั้งภายใน ทั้งองค์กรอิสระ ทั้งประชาชนโดยรวมทั้งหมด เขามองอย่างเดียวพลาดเมื่อไรก็เมื่อนั้น เพราะฉะนั้นต้องระมัดระวังเป็นที่สุด ผมเข้าใจดีบางอย่างเป็นเจตนาอันบริสุทธิ์ แต่ขั้นตอน แต่วิธีการแต่ความเหมาะสมเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณากันโดยละเอียด เราทำอะไรอย่างเดิมไม่ได้แล้ว และก็เรียนทุกท่านให้ทราบด้วย รัฐบาลนี้ผมเคยเรียนไปหลายครั้งแล้วว่า เรามีหน้าที่หลายประการนอกจากการบริหารราชการแผ่นดินอย่างเดียวแล้ว ยังมีหน้าที่ในเรื่องของการปฏิรูป 11 ด้าน วันนี้กำลังคัดเลือกอยู่อย่างเคร่งเครียด วันนี้ท่านรองนายกรัฐมนตรีก็มาไม่ได้ เพราะกำลังไปคัดเลือกอยู่ ผมไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดีเหมือนกัน เพราะคนดี ๆ ทั้งนั้น 7,000 – 8,000 คน คัดเหลือ 250 คนจากทั้งหมดลำบาก ก็ทำความเข้าใจก่อนตรงนี้ เดี๋ยวผมพูดอีกครั้งหนึ่ง

ในวันนี้นอกจากการบริหารราชการแผ่นดิน การปฏิรูปประเทศ และในเรื่องของการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติ บางคนบอกจะสร้างกันได้เหรอ ก็นี่วันนี้ก็เริ่มสร้างแล้ว บางคนบอกร้องเพลงอย่างเดียวจะสมานฉันท์เหรอ ก็ไม่เคยฟังเพลงกันเลยจะชกกันอย่างเดียว จะตีกันอย่างเดียว เราก็ให้มาฟังเพลงให้ใจเย็น ๆ ตั้งสติ ทบทวนสิว่าผิดหรือถูก ถ้าไม่มีใครเป่าหู ผมว่าคนไทยรักกันอยู่แล้ว ข้าราชการก็ต้องช่วยลดความขัดแย้งนี้ให้ได้ วันนี้เขาบอกว่าเป็นการชั่วคราว ผมคิดว่าน่าจะยั่งยืนนะ หรือมีใครอยากจะชก อยากจะตีกันอีกแบบวันนั้น มีม๊อบ มีอะไรนี่ ต้องการเหรอ บ้านเมืองก็เสียหาย ผมคิดว่าน่าจะพอเพียงแล้ว เป็นบทเรียนนะ ถ้าบานปลายต่อไป โน้นเป็นแบบต่างประเทศโน้น ตีกันทั้งเมือง หลาย ๆ ประเทศตอนนี้มีปัญหามาก เพราะเริ่มจากการเมืองทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น เราต้องสร้างการเมืองปัจจุบัน การเมืองไทย ใช้สติปัญญาคนไทย คนไทยในการที่จะคิดออกมาว่า ทำอย่างไรเราจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงประชาธิปไตยสากลให้เป็นประชาธิปไตยแบบไทย แต่สากลต้องยอมรับ เรามีทุกอย่างไม่เหมือนเขา หลาย ๆ อย่างที่เราไม่เหมือนเขา ทุกคนทราบดี

การขาดความสามัคคีของคนในชาตินั้น เพราะอะไรสาเหตุ ยากจน ความรู้พื้นฐานไม่เท่ากัน เพราะฉะนั้นทุกคนก็โทษโชคชะตาบ้าง โทษรัฐบาลบ้าง โทษใครไปเรื่อยเปื่อย ท้ายสุดก็มีคนมาชี้นำจนทำให้เกิดความเสียหายในทุกสถาบัน เกิดความไม่น่าเชื่อมั่น เชื่อถือ เพราะฉะนั้น สิ่งสำคัญเรื่องความสามัคคีสิ่งสำคัญที่พวกเราทุกคนจะต้องทำคือการสร้างความเข้าใจ ประชาชนในทุกระดับทุกฝ่าย เขาพูดครั้งเดียวไม่รู้เรื่อง พูด 2 ครั้ง 2 ครั้งไม่รู้เรื่อง พูด 3 ครั้ง , 4 ครั้ง, 5 ครั้ง แต่ขอให้ใช้คำพูดของประชาชน อย่าพูดแบบราชการ ผมยกตัวอย่าง เวลาผมจะให้ไปชี้แจงเรื่องอะไรกับชาวบ้าน ผมให้สรุปมานี่ เขาจะพูดด้วยศัพท์ราชการ ผมฟังแล้วปวดหัวเหมือนกัน ผมบอกผมฟังไม่รู้เรื่อง ไปทำใหม่ คิดแบบเขา คิดแบบคนจนเขาคิด คิดแบบประชาชนที่มีรายได้น้อยเขาคิด แล้วเขาสงสัยตรงไหน พูดกับเขาตรงนั้น ทีละเรื่อง อย่าไปพูดยึดโยงไปหมดยาวทั้งหมด สุดท้ายพอพูดหัว เขาไปถามตรงกลาง พอพูดตรงกลางก็ไปถามตรงท้าย เพราะเขาไม่เข้าใจ เพราะฉะนั้นไปร่างให้ดีเวลาจะพูดกับใคร พูดกับประชาชน

การสื่อสารกับประชาชนในระดับล่างเป็นสิ่งสำคัญ เพราะนั่นละคือแรงใจ ความภาคภูมิใจที่จะเกิดขึ้นกับพวกเรา คนรายได้กลาง ๆ คนรายได้สูงเขาอยู่กับเราอยู่แล้ว ให้ความเป็นธรรม เขาจะทำอะไรก็นึกถึงเขา เหมือนพวกผมสอนมาจากพี่ ๆ การจะสั่งการคนซักอย่าง หนึ่งคือความคิดของเรา สองคิดว่าสั่งไปแล้วลูกน้องจะว่าอย่างไร คิดด้วยว่าลูกน้องจะรู้สึกอย่างไร จากนั้นเราถึงต้องตีกรอบบ้างพอสมควร อย่าปล่อยอิสระมากนัก นี่ทหารถึงอยู่ได้ เข้าแถวเป็นอย่างนี้ เป็นอย่างนั้นได้ ไม่อย่างนั้นก็รบกันตายเหมือนกัน

เพราะฉะนั้นการสั่งบางอย่าง เรามองว่า ถ้าสถานการณ์ปกติ บ้านเมืองเราพัฒนาไปทุกระบบแล้ว คนทุกอย่างมีเท่าเทียมกันแล้ว ในเรื่องของความรู้พื้นฐานต่าง ๆ สั่งอย่างไรก็ได้ ก็ไปตามนั้น เพราะเป็นความเจริญแล้ว ในส่วนของพวกเราคงต้องพูดให้ถึงข้างล่าง เริ่มต้นกับเขาใหม่ จะเรื่องอะไรก็แล้วแต่ของทุกกระทรวง จะต้องพบกับคน อดทน ๆ เพราะว่าเขามา เขามาด้วยความยากลำบาก มาเพราะเขาเดือดร้อน ไม่ใช่มาเพราะเขาอยากจะมา หรือไปมองว่าเขามาเพราะว่าใครจ้างมา หรือเขามาเพราะว่าเหตุผลอื่น ๆ ต้องมองว่าเขาเดือดร้อน เขาถึงมา เป็นผม ผมไม่กล้ามา ถ้าผมเป็นประชาชน จะต้องเดินมาทำเนียบรัฐบาลผมจะกล้ามาไหม หรือต้องมานอนเข้าห้องน้ำอยู่ริมถนน ผมว่าไม่ใช่ อย่าให้เขามาอีก เป็นหน้าที่ของทุกกระทรวง เพราะฉะนั้น ถ้าเราสามารถที่จะทำให้คนมีรายได้ ลดความเหลื่อมล้ำลงไปแล้ว ความเข้าใจเขาก็จะมากขึ้น ให้เขาเข้าใจให้มากขึ้นในทุกประเด็น เพราะฉะนั้นถ้าไม่เข้าใจ เขายากจนอีก เขาก็หาคนโทษไปเรื่อย และพอมีคนมาชี้นำในทางที่ผิดก็ไปอีก วันนี้ก็เลยโทษกันไปหมด สถาบันก็ถูกดึงลงมา หาว่าพระองค์ทรงทำให้ประชาชนเป็นอย่างนี้ ไม่ใช่

เรื่องสถาบันเป็นสิ่งสำคัญ อันนี้ทุกคนคงทราบดี วิธีการจะทำให้สถาบันอยู่ได้ก็คือจะต้องใช้วิธีการใหม่ วิธีการใหม่ก็คือสร้างให้คนรุ่นใหม่เข้าใจว่า ก่อนที่บ้านเมืองจะเป็นวันนี้ สถาบันพระมหากษัตริย์ทรงทำอะไรบ้าง ถ้าพูดถึงพระองค์ท่านอย่างเดียวไม่เข้าใจ เพราะคนพวกนี้ไม่เคยเห็น 20 ปีมาแล้วมั้งโดยประมาณ เพราะสมัยก่อนถ้าพวกเราทันพระองค์เสด็จฯ ไปตามสถานที่ต่าง ๆ แต่เขาเห็นว่าวันนี้เจริญหมดแล้ว ต้องไปย้อนกลับสิว่าวันก่อนไม่เจริญพระองค์ทำอะไร พระองค์ไปแย่งรัฐบาลเขาทำตรงไหน ไม่มี พระองค์รบกวนใครตรงไหน ไม่มี ผมเคยได้ยินทรงรับสั่งว่า พระองค์เริ่มต้นโครงการพระราชดำริ ด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เพียง 1 ล้านบาท พระองค์ทรงถือกระเป๋าของท่าน

ผมขออนุญาตกราบขอพระราชทาน พระองค์ทรงถือกระเป๋าไว้ใบหนึ่งไม่ให้ใครเอาไป ใครก็แตะต้องไม่ได้ ได้เงินมา 1 ล้านบาท พระองค์ทรงเริ่มต้นโครงการพระราชดำริ ล้านเดียวเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้น นั่นคือสิ่งที่พระองค์ทรงเริ่มต้นมาให้ อันนี้เป็นเรื่องจริง เพราะฉะนั้นวันนี้เราก็ต้องทำตามแนวทางที่พระองค์ทรงทำไว้ พัฒนาให้มากขึ้น ประยุกต์เอามาใช้ ทั้งภายใน ภายนอก จะเอาของท่านมา ไปเรียนรู้ข้างใน หรือจะเอามา Direct Sale ออกไปข้างนอกจากวิทยากรไปเรียนรู้แล้วเอาออกมาข้างนอก ทุกอันต้องทำแบบนี้ ทุกศูนย์ ทุกหน่วยงานจะต้องมีวิทยากรในการที่จะไปสร้างการเรียนรู้ สร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้ประชาชน ให้ชาวไร่ ชาวนาเข้าใจ ทั้งด้านเกษตร อุตสาหกรรม เทคโนโลยีต่าง ๆ ทุกกระทรวงมีอยู่แล้ว ท่านต้องมีชุดพวกนี้ที่จะเข้าถึงประชาชน อย่าปล่อยให้ทหารไปเลย ทหารไปมาตลอด ไปเขาก็มองว่าเป็นทหารสีเขียว มีตำรวจสีเขียว ยิ่งตำรวจไป เห็นตำรวจมาก็วิ่งหนีหมด คิดถึงหลักการแล้วกัน ประชาชนต้องกลัวตำรวจ แล้วทหารนี่กลัวรองลงมา แต่วันนี้กลัวทหาร ผมไม่อยากให้สร้างความหวาดกลัวแบบนี้ เพราะฉะนั้นข้าราชการทุกกระทรวง ทบวง กรม ต้องเป็นคนทำ ลงไปเดินหาชาวบ้าน แต่งตัวให้ลดลง ไม่ต้องสวยมากนัก ไม่แต่งหน้าทำผมมากมาย เอาดูเป็นธรรมชาติหน่อย ต้องลดตัวเองลงมา ลดจากคำว่าข้าราชการระดับสูงให้ถึงพื้นหน่อย ต้องพยายาม

ในการจัดทำยุทธศาสตร์ประเทศครั้งนี้ เราทำให้เกิดความยั่งยืน ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม จิตวิทยา กฎหมาย กระบวนการความยุติธรรมร่วมไปกับการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของชาติด้วย มีอยู่แล้ว ท่านรู้ดีอยู่ทุกกระทรวง อย่าไปคิดว่าเดี๋ยวก็มาอีกหน้านี้ เดี๋ยวข้าวก็มา ยางก็มา มาเดี๋ยว 4 วัน 5 วัน ก็กลับ ไม่ได้เงิน หรือไม่มีเงินให้ก็กลับ ไม่ได้ นั่นคือปัญหาที่สะสมมา เป็นบ่อเกิดแห่งปัญหาต่อไปในอนาคต ท่านต้องแก้วันนี้ ถ้าไม่แก้วันนี้ ผมไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว เพราะฉะนั้น ปัญหาเร่งด่วนสำคัญ เช่น การทุจริตคอร์รัปชั่น ยาเสพติด การบุกรุกทรัพยากรธรรมชาติ ท่านเห็นไหม น่ากลัวไหม และที่ผ่านมาทำไม่ได้เพราะอะไรละ ไม่ได้ วันนี้ผมก็เลยต้องมาช่วยทำแค่นั้นเอง เพราะฉะนั้นวันนี้ทำได้ แต่ต้องนึกถึงเขาด้วย และทำอย่างไรกับประชาชนที่เดือดร้อนที่เขาต้องมาอยู่อาศัยตรงนั้น เขาอาจจะถูกหลอกมา ถูกนายทุน อะไรก็แล้วแต่ ให้บุกรุกแล้วก็ซื้อต่ออะไรทำนองนี้ แล้วก็บุกต่อไป เรื่อย ๆ เขาบอกว่าป่ามีอีกมาก นายทุนก็ซื้อไป แล้วบอก เดี๋ยวดูสิบุกรุกใหม่ก็แล้วกัน มีอีกมากป่าข้างบน นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นเราต้องไม่ให้คนเหล่านี้อยู่ แก้ปัญหาไม่ได้เพราะคนเหล่านี้ นายทุน ผมไม่เคยเห็นจับนายทุนได้สักเท่าไร เพิ่งมาจับได้ตอนนี้ เจ้าของจริง ๆ นอกนั้นก็จับเบี้ยใบ้รายทางมาตลอด ไปหารายใหญ่ ๆ มา ยึดทรัพย์อะไรก็ว่าไป จะได้เข็ดเสียที ตัดไม้ตั้งแต่ผมตัวเล็ก ๆ จนจะเกษียณวันนี้แล้ว ก็ยังตัดอยู่เหมือนเดิม แสดงว่ากระบวนการไม่รับการแก้ไขทั้งระบบ การค้ามนุษย์ อันนี้ก็เช่นเดียวกัน ปัญหาแรงงานต่างด้าว การบริหารของรัฐวิสาหกิจ ราคาเกษตรตกต่ำ ปัญหาพลังงาน การดูแลผู้มีรายได้น้อย ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ในเรื่องของภาษี

ในเมื่อเราต้องการเงินมาพัฒนาประเทศ วันนี้เรามีเงิน 2,570,000 ล้านบาท ต้องใช้หนี้ 40,000 กว่าล้านบาท เหลือ 2,530,000 ล้านบาท ในส่วนนี้เราเสียไปเพราะอะไร เพราะเรากู้มา เอามา Subsidize บ้าง เอามาทำนี่ ทำนั้นไม่ได้เกิดประโยชน์เท่าไรมากนัก บางอย่างก็จำเป็นนะ ผมไม่ได้ว่าทั้งหมด บางอย่างไม่จำเป็น โครงการประชานิยม ผมไม่ได้ว่าดีหรือเลว ผมจะไม่พูดถึง เพียงแต่ว่าอะไรก็ได้ทำแล้วจะต้องไม่เกิดปัญหาในอนาคต ไม่เกิดปัญหาหนี้สาธารณะ ให้เกิดปัญหากับคนในประเทศชาติ เขาตกใจว่าวันนี้หนี้ครัวเรือนเขาต้องบวกของรัฐบาลไปด้วยคนละ 10,000, 20,000 ไม่ได้ เพราะเวลาคิดตัวเลข คิดทั้งระบบ ยึดโยงกันทั้งระบบต้องระมัดระวัง ในเรื่องของการปรับปรุงโครงสร้างภาษี ก็ไม่ต้องกลัว วันนี้ทุกกลัวหมด และก็นำคนกลับเข้ามาในระบบภาษีให้ได้ เข้ามาได้อย่างไร ไม่ใช่ไปบังคับเขามา ทำให้เขามีรายได้สูงขึ้น อยู่ในเกณฑ์ที่เสียภาษีได้ นี่เงินรายรับเข้ามา ธุรกิจก็เจริญเติบโต ตั้งแต่ระดับล่างขึ้นมา ทำอย่างไร SMEs จะช่วยเหลือกันอย่างไร ผมพูดมาหลายครั้งแล้ว

การแก้กฎหมายต่าง ๆ ที่ไม่สอดคล้องกับข้อตกลงระหว่างประเทศ ไม่ทันสมัย บางอย่างเขาเกิดมาตั้งหลายปี เรายังใช้ 2497 อยู่เลย 2494, 2495 อย่างนี้ ไม่ได้ กฎหมายเมื่อ 2 – 3 วันเข้ามามาตราชั่งตวงวัด กฎหมายทำไมล้าสมัยขนาดนั้นนะ ออกไม่ได้หรอก เพราะมีผลกระทบกับคน คนรวยบ้าง มีผลกระทบกับนักการเมืองบ้าง วันนี้ออกให้ได้หมด แต่เป็นกฎหมายที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมความเป็นคนไทย บางอย่างแรงก็ลำบาก ค่อย ๆ ปรับสภาพคนไทยให้เรียนรู้ ผมใช้คำว่าเรียนรู้ก่อน ถ้าปุ๊บปั๊บมีปัญหามาก เพราะคนจนเรามากกว่า ต่างประเทศเขาเจริญวันนี้ ไปดูสิ เห็นบ้านเมืองเขาสวยงาน เจริญเติบโต คิดโน้นคิดนี่ออกมาสำเร็จขายเราทั้งหมด ผมบอกเขาว่า ผมไม่ขัดแย้งกับท่าน ท่านมองว่าเราควบคุมอำนาจมา อะไรมา อาจจะไม่ถูกต้องในระบอบประชาธิปไตยสากล ผมไม่เคยไปต่อต้านกับประเทศไหนอยู่แล้ว เราอยู่คนเดียวในโลกไม่ได้ ผมก็บอกว่า เราต้องขอโทษที่เราทะเลาะกันช้าไปหน่อย ช้ากว่าท่านสัก 200 ปี เพราะเมื่อ 200 ปีที่แล้วท่านทะเลาะกันยิ่งกว่าเราอีก ใช่ไหม รบกันทั้งประเทศ วันนี้เราเพิ่งทำมา ช้ามา 200 ปี แล้วไม่มีใครตายสักคน

เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่เป็นความแตกต่าง อันนี้ก็เป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทุกคนที่ว่า ถึงเวลาแล้ว คนไทยมีอยู่อย่างหนึ่ง คือ ถ้ารักใครก็รักมาก ถ้าชอบใครก็ชอบจนอี๋อ๋า ถ้าเกลียดก็เกลียดจนไม่มองหน้า รวมหัวกันไม่ได้ทะเลาะกัน เมื่อไรที่มีศัตรูมีข้าศึก มีอะไรต่าง ๆ เดือดร้อน จะรวมกันแล้วสู้ นี่แหละคนไทย เพราะฉะนั้นไม่ต้องมองว่าคนไทยมาจากไหน เขาอัลไต ผมว่าไม่ใช่ คนไทยอยู่ในนี้ ภูมิภาคเอเชียมาตลอดนี่แหละ แข็งแรงที่สุด สู้ใครสู้ได้ พร้อมที่จะมีอุบายตลอดเวลาในการจะต่อสู้ ใช่ไหม วันนี้รอบบ้านเขากลัวพี่ไทยหมด ค้าขายกับเขา เขาก็กลัว คนบอกเขากลัวว่าเราขายเก่งกว่า วันนี้เขากลัวโกงเก่งกว่า ใช่ไหมทุกอย่างทหารเราเจอมาหมดแล้ว ชายแดนแต่ก่อนนี้ ทำไม ต้องไปตามจับเขมรตรงนี้ ตรงนั้น ไปคุ้มครองคนนี้เขมรจะมาฆ่า เพราะไม่จ่ายเงินเขา เราก็ไม่รู้ ท่านอดีตผู้บัญชาการทหารบกท่านทราบดีอยู่แล้ว กองกำลังบูรพากับผมนี่ ท่านเอากำลังไปเฝ้าบ้านคนนี้ทุกวัน เพราะโจรจะมาจับตัวไปเรียกค่าไถ่ ก็ทำไมจะไม่โดนจับละ ซื้อของแล้วไม่จ่ายเงินเขา ไม่บอกเรา หรือไม่ก็อีกทีหนึ่งไปเอาคนงานมาทำงานตัดอ้อย ตัดอะไรต่าง ๆ พอถึงเวลาจ่ายเงินไม่จ่ายแจ้งตำรวจจับ อย่างนี้คือคนไทย ท่านว่าเก่งไหมละ ถ้าเรื่องอย่างนี้เก่งนัก เพราะฉะนั้นผมถึงคิดว่าเราต้องปรับทัศนคติของคนไทยใหม่แล้วว่า ประเทศชาติอยู่ตรงไหน ตัวเองก็ต้องตามมาทีหลังแล้วกัน

วันนี้เราอยู่ในระยะที่ 2 ตาม Roadmap มีรัฐบาล มีนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี เริ่มตั้งแต่วันที่ 12 กันยายน 2557 ที่ผ่านมา บางคนบอก ไม่เข้าทำเนียบฯ ซะที รอฤกษ์ใคร อะไรหรือเปล่า ไม่ใช่ เขาต้องรอเวลาที่ถูกต้อง เหมาะสมตามจารีตประเพณี ต้องถวายสัตย์ก่อน ไม่ใช่ไปตามสื่อเขา ต้องรอฤกษ์วันนี้ วันนั้น ฤกษ์ดีทั้งนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทาน ราชาฤกษ์อยู่แล้ว เพราะฉะนั้น พระองค์ทรงพระราชทานเมื่อไร วันนั้นก็เป็นวันดีของพวกเรา แต่เรื่องนับถือ ศาสนาก็ต้องมีบ้าง จะ 9 โมง 9 นาที 6 โมง 9 , 6 โมง 10 เห็นเขียนกันทุกวัน ๆ หรือใครไม่เชื่อมั่นโชคลางบ้าง คนไทยเชื่อทุกคน ใครไม่ใส่พระ เพราะฉะนั้นคนก็คือคนไทย อย่าว่ากัน

ขณะนี้ระยะที่ 2 มีการแถลงนโยบาย มีรัฐบาล มีการประชุมคณะรัฐมนตรี นัดแรกเมื่อวานนี้ (16ก.ย.57) เมื่อวานนี้เพิ่งเป็นการประชุมนัดแรก ก่อนประชุมก็มีปัญหามาตลอด ไมโครโฟนบ้าง อะไรบ้าง เป็นเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง ก็ว่ากันไป สอบสวนกันไป ผมจะไม่ว่าใครผิดใครถูกทั้งนั้น อยู่ที่เจตนาว่าอย่างไร แล้วระเบียบขั้นตอนเป็นอย่างไร ก็ไปว่ากันมาให้ถูกต้องเหมาะสม เพราะฉะนั้นวันนี้ ผมว่าไมโครโฟนอะไร เสียงผมก็ดังแบบนี้ เพียงแต่ไม่มีจอ อันนั้นจอเขาคงปรารถนาจะให้เห็นหน้ากันเวลาประชุมต่างประเทศ เวลาประชุมไปหาผู้ว่าราชการจังหวัด เห็นหน้าผู้ว่าฯ เห็นหน้ารัฐมนตรี เขาคงคิดแค่นั้น ราคาไปว่ามาให้เหมาะสม ผมไม่เข้าข้างใครอยู่แล้ว อันนี้ทำหน้าที่ของรัฐบาลก็ให้มีการสอบสวนของคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) เดี๋ยวเขาคงสรุปมาให้ทราบ ใจเย็น ๆ

เมื่อวานนี้ก็มีการอภิปราย หรือเป็นการประชุมเกี่ยวกับเรื่องงบประมาณปี 2558 วาระ 2 และ 3 ปกติต้องพิจารณา 3 วัน เมื่อวานพิจารณาวันเดียวจบ เลิกประมาณ 3 ทุ่ม 4 ทุ่ม คือก็ต้องไป ไปขอบคุณเขา ขอบคุณ สนช. ขอบคุณทุกคนที่เขาได้กรุณาช่วยกันทำจนสำเร็จ คำว่าสำเร็จก็คือไม่ใช่ว่าไปบังคับใคร ยอมรับทุกอย่าง ข้อสังเกตรับมา แต่ผมอธิบายเขาว่าเราทำมาอย่างไรงบประมาณ แต่ละกระทรวงทราบดี เพราะเรามีข้อกำหนด มีแนวทาง มีวิธีการมา ถึงจะมีหลุด ๆ ออกมาบ้าง ก็ไปแก้กันในระยะที่ 2 ผมเชื่อมั่นท่านรองนายกรัฐมนตรีทำได้อยู่แล้วกับท่านรัฐมนตรี เมื่อวานนี้เรียบร้อย

หลักการของนโยบาย หลักการของงบประมาณ เราใช้หลักทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือ ยุทธศาสตร์พัฒนา “เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา” เข้าใจถึงพื้นที่ เข้าใจถึงคน เข้าใจถึงปัญหา เพื่อจะหาแนวทางในการแก้ปัญหาให้ได้ด้วยการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยสอดคล้องกับงานด้านความมั่นคงไปด้วย นั่นละ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงมีหลักการทรงงานอย่างนั้นละ ชายแดนแต่ก่อนมีชายแดนรอบบ้าน พระองค์ก็ทรงมองว่า เราจะทำอย่างไรได้ ถ้าสมมุติไม่มีอริราชศัตรูเข้ามาตามแนวชายแดน ทหารก็ต้องไปอยู่ เมื่อทหารไปอยู่ ทหารก็ต้องมีแหล่งน้ำ พระองค์ก็ไปทำอ่างเก็บน้ำ เผื่อจะต้องเอาหน่วยทหารไปอยู่ เอาใครไปอยู่ เตรียมอพยพประชาชนไปตรงไหน นี่คือแผนงานเริ่มต้น พระองค์ทรงเริ่มด้วยยุทธศาสตร์ความมั่นคงก่อน อพยพประชาชนที่เดือดร้อนไปไหน จากปืนใหญ่ จากการยิง จากรถถัง ไปหาที่อยู่ ต้องมีแหล่งน้ำ เมื่อการสู้รบหรือสถานการณ์เหล่านั้นจบสิ้นไปแล้ว พระองค์ก็แปลงเหล่านั้นมาให้กับประชาชน ทำระบบอ่างพวง ที่จะส่งต่ออ่างนี้ไปอ่านโน้น นี่เขาเรียกว่าอ่างพวง เพื่อจะต่อไป ผมเคยได้รับการทรงสอนมาอย่างนั้น เหตุผลของพระองค์ท่าน ในส่วนของศูนย์พัฒนาต่าง ๆ พระองค์ก็มีวัตถุประสงค์เพื่อให้คนอยู่ตามแนวชายแดนได้ทำหน้าที่ทั้ง 2 อย่าง ก็คือให้เขาอยู่ในพื้นที่ตรงนั้น เพื่อเฝ้าระวังแนวชายแดน ที่เรียกว่า วันนี้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงไปขยายเป็นหมู่บ้านยามชายแดน ให้เขาอยู่ตรงนั้นแหละ เพื่อจะดูชายแดน สร้างบ้าน สร้างที่อยู่อาศัย สร้างอาชีพให้เขา ก็ยังมีปัญหาอยู่บ้าน เราต้องสนับสนุนในเรื่องพวกนี้ทั้งหมด

ในเรื่องของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คือ ความมีเหตุ มีผล ความพอประมาณ ความมีภูมิคุ้มกันที่ดี ภายใต้เงื่อนไขความรู้และคุณธรรม อันนี้ท่านต้องระลึกอยู่เสมอ ถ้าเราไม่สอนให้คนเป็นอย่างนั้น ไม่มีเหตุมีผลในการใช้จ่ายเงิน ไม่เหตุกับผลในการประมาณตน ว่าต้องใช้ยี่ห้อไหน แอร์เมสหรือเปล่า หิ้วกระเป่านี่ กระเป๋านั้น มีรายได้พอไหม ถ้าพอก็ซื้อมา ถ้าไม่พอก็อย่าไปเดือดร้อน ลูกหลานเขาจะตามมาด้วย วันนี้ปัญหาคนยากจนต้องการมีทุกอย่างเหมือนกับคนมีสตางค์ มีมอเตอร์ไซค์ มีโทรทัศน์ มีต่าง ๆ ผมถามแล้วเขามีรายได้ปีเท่าไร ก็ไม่ได้ ก็ต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาส่งลูกเรียนหนังสือ พ่อแม่ก็ต้องขายนา ขายนาเสร็จก็กลับมา เป็นคนยากจน ก็เช่านาของตัวเอง นายทุนก็เอาไปกิน เวลา Subsidize อะไรลงไป ก็นายทุนส่วนใหญ่ ชาวนาก็ได้ค่าจ้างเหมือนเดิม ไม่ว่าท่านจะวิธีไหนก็ไม่รู้ละ ต้องไปหาทางว่าทำอย่างไร สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นอีก เพราะฉะนั้นอยู่ที่คนทั้งหมดนั่นละ

สิ่งที่เราต้องร่วมมือกันก็คือการสร้างความเข้มแข็งภาครัฐ ภาคราชการ แล้วก็ประชาชนทั้งหมดให้ร่วมมือกันให้ได้ในทุกภารกิจ วันนี้เรามีการตั้งคณะกรรมการภาครัฐเอกชนร่วม ยกระดับ SMEs ขึ้นมา ธุรกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม สร้างห่วงโซ่ของทางด้านเศรษฐกิจให้ต่อเนื่องกับธุรกิจขนาดใหญ่ เชื่อมต่อกับการลงทุนของต่างประเทศเข้ามา หรือการไปลงทุนต่างประเทศ เหล่านั้นเป็นสิ่งที่ฝ่ายเศรษฐกิจคงเรียนให้ทราบอยู่แล้วในการยกระดับเหล่านี้ เพราะฉะนั้น สิ่งสำคัญของพวกเราคือการเป็นข้าราชการที่ดีของแผ่นดินเหมือนที่เราถวายสัตย์ปฏิญาณไปทุกวัน อย่าคิดว่าเราก็ดีนี่น่า แล้วเราทำไมไม่โต ทำไมไม่เป็นอธิบดี ทำไมไม่เป็นปลัด อย่าคิดอย่างนั้น ทุกคนมีโชคชะตาของตัวเองอยู่แล้ว ถ้าทำดี กุศลมาก ๆ มีคนเคยบอกผมนะ ใครจะสบายต้องทำกุศลมา 2 ชาติ ชาติหนึ่งแค่เกิดเป็นคน ชาติที่สองถึงจะมีตำแหน่งแห่งหอที่ดี ถ้าทำไม่ดี ชาติหน้ากลับไปใหม่ ไปเริ่มต้นใหม่ ไม่ได้เกิดเป็นคนอีกแล้ว เว้นแต่ไปนิพพาน ไม่รู้มีใครจะนิพพานได้บ้าง ยังไม่รู้เลย ผมว่าทุกคนเป็น เขาเรียกอะไร ร่วมบุญกุศลมากับผมทั้งนั้นแหละ ผมไปไหนก็ไปด้วยกัน เพราะฉะนั้นทุกคนต้องร่วมมือกันในการเป็นข้าราชการที่ดีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการให้การบริการประชาชน เขาตั้งมาดูแลทุกข์สุขประชาชน ไม่ได้ตั้งมาเพื่อให้ประชาชนมาดูแลทุกข์สุขของเรา นั่นคือสิ่งสำคัญ มีผู้บังคับบัญชาก็ดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยความเป็นธรรม อะไรก็ว่าไป

วันนี้ผมเข้าใจดี ทุกคนต้องมีความกตัญญูมีการตอบแทน ก็เห็นหัวหน้า คสช. บอกว่าต้องกตัญญูใครดีกับเรา เราดีกับเขา ดีกับพ่อกับแม่ เราดีกับเขา ดีกับพ่อกับแม่ คนที่ดีกับเราแต่ไม่ดีกับคนอื่นก็อย่าไปทำ มันทำให้เกิดความเดือดร้อน สับสน ละเลิกกำจัดการทุจริตคอร์รัปชั่นโดยเด็ดขาด การจัดทำแผนงานงบบูรณาการ ใช้จ่ายงบประมาณที่ให้ไปอย่างมีคุณภาพมีประสิทธิภาพของ 253,000 ล้านบาท ควรจะมีงบประมาณมากกว่านี้ก็ตั้งเท่านี้เพราะตั้งงบขาดดุล รายรับที่เราเข้ามาจากการเก็บภาษีก็เก็บไม่ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยใช่ไหม บางอย่างต้องลดภาษี วันนี้ทุกอย่างหลายอย่างต้องลดราคาหมด ลดภาษีเพื่อทำให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจดีขึ้น เพราะฉะนั้นเลยทำให้รายได้ลดลง เราตั้งงบประมาณมากกว่านี้ไม่ได้ถ้าตั้งมากกว่านี้ต้องไปกู้เขามา โชคดีที่เรามีงบสำรองการคลังอยู่ 300,000 กว่าล้านบาทก็ยังดีอยู่ ยังเก็บสำรองไว้ ถือว่าฐานะทางการเงินการคลังเรายังดีอยู่ หนี้สาธารณะประมาณสัก 43 เปอร์เซ็นต์ ถ้าจะกู้อะไรอีกถ้าจะทำรถไฟรางคู่ รางเดี่ยว ทำระบบบริหารการจัดการน้ำทั้งระบบมา ไม่มีพอ เรามีตัวเลขกู้ได้ ตัวเลขถ้าจำไม่ผิด 500,000 กว่าล้านบาท ไม่เกิน 60 เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นเราต้องคำนวณไว้ตลอด จะใช้เงินกันอย่างไร อะไรคืองบประมาณประจำปีเริ่มต้น อะไรคืองบเงินกู้ อะไรคืองบร่วมทุนเอกชน อะไรคือสัมปทาน อะไรใช้ตั้ง Info Fund ออกมา เป็นกองทุนในการบริหารในการต่อเนื่อง ผมว่าคนไทยรวย ๆ มีมาก ถ้าตั้งให้ดีมีคนมาลงทุนมาก แล้วเราเอาเงินเหล่านี้มาช่วยรัฐในการดำเนินการในทุก ๆ ระบบ

ในส่วนของเมื่อเราจัดทำงบประมาณไปแล้วแบบบูรณาการไปแล้ว ปีนี้ถ้าไปอ่านดูเราจะเห็นว่ามีตัวเลขที่ผมสั่งให้ทำเป็นกลุ่มบริหารจัดการ กลุ่มน้ำ กลุ่มสาธารณสูปโภค กลุ่มลดความเหลื่อมล้ำ กลุ่มอะไรมีหมด เป็นกลุ่ม ๆ ประมาณ 14 กลุ่ม ในแต่ละกลุ่มจะมีกระทรวง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประมาณ 5 หน่วย 6 หน่วย 10 หน่วย บางเรื่อง 120 กว่าหน่วย ที่จะต้องเกี่ยวข้องในการงบประมาณตรงนั้น ซึ่งเดี๋ยวท่านรองนายกรัฐมนตรีแต่ละกลุ่มงานคงจะต้องไปบูรณาการงบประมาณเหล่านี้ ให้ไม่เกิดความซ้ำซ้อน ให้ลงในพื้นที่ที่ทั่วถึงตามลำดับความเร่งด่วน วันนี้เราเลือกภาคไหนไม่ได้ เราเลือกกลุ่มไหนไม่ได้ เราต้องให้ถึงประชาชนให้มากที่สุดตามลำดับความเดือดร้อน เพราะเงินเรามีแค่นี้ เพราะฉะนั้นทำอย่างไรในงบประมาณเดียวกัน ถ้านี่ทำตรงนี้ นี่ไปทำตรงอื่นได้ไหม ไม่ใช่นี่ก็ทำนี่ก็ทำ งบสัมมนาเรียนรู้ก็สัมมนากันอยู่นั่น กระทรวงนี้ก็ทำนี่ ๆ ท้ายที่สุดมีคนรับจ้างสัมมนา ใช่ไหม กระทรวงนี้มานี่ก็มาอีก รับเบี้ยเลี้ยง กินข้าวฟรีมาอีกแล้ว คือสรุปว่าคนเดียวนั้นมาสัมมนาทุกที่แล้วไม่ได้ทำอะไร อันนี้ตัวอย่างมีอยู่แล้ว ที่อะไรเวลาไปประชุมกับคณะอบรมตลอด พอเรื่องมาแต่ละกลุ่มมีเท่าไร Recheck มาปรากฏว่าทั้งหมดนั่งรวมกันอยู่ที่เดียวกัน เป็นตั้ง 5 คณะแก่เฒ่ากันไป พ่อแม่แก่ทำอะไรไม่ได้ แต่มานั่งประชุม ผมว่าต่อไปนี้ปรับปรุงใหม่ทั้งหมดระบบการสัมมนา เมื่อวานนี้ สศช. เขาก็ทักท้วงเรื่องนี้มา เพราะทุกกระทรวงมีงบสัมมนาหมด การสัมมนาดูแลภายในภายนอกไปว่ามา ในประเทศเป็นหลัก ต่างประเทศก็เท่าที่จำเป็น แล้วเวลาไปอย่าไปลดเวลาเขา เขาให้ไป 2 วันขอเขาครึ่งวัน ที่เหลืออีกวันครึ่งไปจ่ายของซื้อของ คนเขาตั้งเตรียมไว้เขาก็ด่าเอา คนที่ไปด้วยเขาก็บ่นเอาเขามาทำไม ธุรกิจไปทำไมอย่างนี้ ไปแล้วยกเลิกเขา เสียไปทั้งหมด เพราะฉะนั้นเวลาจะไปถ้าจะเอาเอกชนไปต้องหาว่าเขาจะไปดูอะไร บอกกันเสียก่อนจะไปดูอะไร และสนใจเรื่องอะไรแล้วจะกลับมาได้อะไร เพราะฉะนั้นวันนี้ไปดูงานสรุปทุกกระทรวงให้รัฐมนตรีทราบ รองนายกฯ ทราบ และสำคัญถึงผม ไปแล้วได้อะไรกลับมา ถ้าไปไม่ได้อะไรอย่าไป ไปไม่รู้เท่าไรแล้ว แล้วประเภทอัพเกรดอีกนะ เมื่อวานผมเห็นเอกสารถึงการท่าฯ ขออัพเกรดบุคคลเหล่านี้ 1-2-3-4-5-6-7-8-9 อัพเกรดทำได้อย่างไร อัพเกรด ขอเลย ขอหมายเลข 1 ขึ้นชั้นธุรกิจแถวหน้าเบอร์ 1-2-3-4 ที่เหลืออยู่ในชั้น 2 ลงมาหน่อย หมายเลขต้น ๆ นั่งหน้า อย่างนั้นไม่ได้ เดี๋ยวผมจะเอาชื่อให้หน่วยงานไหนเอาไปลงโทษ ไม่ต้องกลัวหรอกสายลับผมเยอะเหลือเกิน อ่านทั้งวันโทรศัพท์มือถือ มาแล้วนี่ตรงนั้นนั่นตรงนี้ คือทั้งหมดรุมด่าผมคนเดียว ปล่อยได้อย่างไร ผมจะรู้ไหมเรื่องแบบนี้ ต้องรู้ทุกเรื่องเลย

สิ่งที่เราต้องร่วมมือกันนะครับ ผมพูดไปแล้วสร้างความเข้มแข็งภาครัฐ ข้าราชการเป็นข้าราชการที่ดี ลดเลิกทุจริต งบประมาณใช้อย่างประหยัด มีประสิทธิภาพ มาตรการควบคุม ต้องมีมาตรการควบคุมทุกหน่วยงาน ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เอาประเทศมาก่อน ผมคิดอย่างนั้น การบริหารงบประมาณเพื่อมาใช้จ่ายอะไรต่าง ๆ ผมคิดว่าต้องเบาลงหน่อย เอาไปใช้ในเรื่องของการอะไรที่เป็นผลกับประชาชน อย่าทำแบบโชว์แบบอะไรเท่านั้นเอง ผมเคยถามหลาย ๆ คนว่าเรื่องเก่าทำไมวันนี้ยังไม่แก้ แล้วทำไมพี่ไม่แก้ จะแก้ทำไมแก้ยากๆ ถ้าแก้แล้วมีปัญหาแก้ไม่ได้ ทำใหม่ดีกว่า ทำใหม่แล้วเปิดปั๊บแล้วปิดปั๊บจบเลยได้ผลงาน ถ้าสอนคนแบบนี้ไม่เจริญ ต้องแก้ของเก่าให้ได้ก่อน จะเริ่มใหม่ก็แก้ของเก่า ทำไปด้วยกัน ปัญหาก็หมักหมมอย่างนี้ตลอด เพราะฉะนั้นอันนี้ผมคิดว่าท่านรองนายกฯ ท่านมีความสามารถทุกคนอยู่แล้ว ก็จะบูรณาการกลุ่มงานทุกกระทรวง ทั้งแผนงานโครงการ งบประมาณต่าง ๆ ให้ใช้การได้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐ ของรัฐบาล

ต้องมีความรับผิดชอบในการใช้จ่ายงบประมาณทุกระดับ ทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น ว่าทำอย่างไรจะสอดคล้องกันตรงไหน ทุกท้องถิ่นก็ต้องเกิดผลสัมฤทธิ์ ท้องถิ่นก็ต้องใช้งบประมาณ ผมให้ไปตั้งเท่าไร เพิ่มมาอีก 70 กว่าเปอร์เซ็นต์ ทั้งงบที่อุดหนุน งบที่เก็บได้ และงบที่อุดหนุนจากรัฐบาลลงไปอีก มากกว่าเดิมมาก เพราะฉะนั้นท้องถิ่นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยทราบดีอยู่แล้ว ไปไล่ดูสิว่าจะทำอย่างไร เขาต้องรู้จักคิดว่าหมู่บ้านของเขา ตำบลของเขา อำเภอของเขา เขาต้องมีอะไรในปีนี้ ไม่ใช่อะไรก็ถนน อะไรก็ขุด อะไรก็ซ่อมอยู่แค่นี้ ไม่ได้อะไรขึ้นมาใหม่เลยแต่ละปี ไปกำหนดให้ได้ว่าใน 1 ปีนี้งบประมาณของ อปท. จะสัมฤทธิ์ผลอะไรออกมาได้บ้าง จะซ่อมอะไร จะสร้างอะไร กำหนดให้ชัดเจน มี Plan ที่จะเดินต่อในปีหน้า ปีนี้ทำได้เท่านี้ปีหน้าทำต่อ ทุกกระทรวงก็เหมือนกัน พอ อบต. เขาทำ ต่อไปงบภูมิภาคก็ลงไปสอดตรงไหนไม่มี ตรงไหนต้องเพิ่มเติม อันไหนไม่พออีก พอแปรญัตติกลางปีงบประมาณก็ไปเติมสร้างให้ ถ้าอย่างนี้เดินไปอย่างนี้ วันนี้เราเป็นมหาอำนาจโลกไปนานแล้ว วันนี้ไม่เป็นเพราะกระจายไปหมด แล้วมีบางคนบอกกระจายมาก ๆ กระจายเข้าไป กระจายอำนาจเข้าไปอีก ผมไม่รู้ไปเขียนไว้ในสภาปฏิรูป ผมไม่ได้ไปขัดแย้งกับใครอยู่แล้ว ถ้ากระจายแล้วดีขึ้นผมก็ไม่ว่า มันกระจายทุกอย่าง ทั้งอำนาจทั้งงบประมาณ ทั้งอะไรต่าง ๆ แล้วอะไรก็กระจายไปหมดเลย หาไม่เจอ ผลสัมฤทธิ์ไม่มี นั่นคือกระจายของเราของคนไทย

เพราะฉะนั้นจะมีการตรวจสอบ ทุก 3 เดือนจะต้องมีการรายงานผลสัมฤทธิ์ทุกกระทรวง ให้รัฐบาลทราบใน ครม. ว่า 3 เดือนนี้ท่านทำอะไรมาบ้าง ผมทราบบางกระทรวงจะไปทำภายใน 1 เดือน จะไปกวดท่านเหมือนกันว่า 1 เดือนท่านต้องมีอะไรที่ตอบคำถามให้ได้ว่าอะไรสู่ประชาชน อะไรที่กลับสู่ราชการ อะไรที่สร้างความยั่งยืน ท่านต้องตั้งโจทย์ของท่านให้ได้ การใช้จ่ายงบประมาณ เรายังมีการตรวจสอบด้านงบประมาณ สำนักงบประมาณจะไม่จ่ายแผนงานโครงการอะไรที่ไม่มีความพร้อม ไม่มีการผ่านประชาพิจารณ์ พออนุมัติไปแล้วพอปลายปีมาร้องเรียนกันไปหมด ทำไม่ได้ ต้องโยกงบประมาณผูกพันไปปีหน้า พอปีหน้าแปลงขึ้น ขอบวกราคาขึ้นไปอีก ถ้าสร้างได้ก็สร้างปีนี้ ถ้าสร้างไม่ได้ก็ไม่ให้ เพราะฉะนั้นจะมีการตรวจสอบโดย คสช. คสช. ยังอยู่ ใจเย็น ๆ คำสั่งตอนเย็นเบาไปหน่อยแล้ว คำสั่งตอน 20.00 น. ตอน 20.30 น. พี่ ๆ บางคนบอกที่คนนั่งฟังผมทุกวันตอน 20.30 น. นี้รอเมื่อไรผมพูดจบ แล้วจะมีคำสั่งปรับย้ายใครหรือเปล่า ผมนึกว่าฟังผม ไปนั่งซื้อหวยทายหวยออกกันอีก

วันนี้มีรัฐมนตรีแล้ว การตรวจสอบโดย คสช. ตรวจสอบโดย คตร. สตง. ป.ป.ช. ผู้ตรวจราชการทุกกระทรวงมีหน้าที่ ต่อไปนี้ทุกกระทรวงต้องทำงาน ไม่ใช่อะไรไปตบยุงอยู่บ้านที่เขาว่ากัน ไม่ใช่ ตั้งมาแล้วตรวจงานทุกกระทรวง ทบวง กรม ตั้งมาแล้วกินเงินเดือนหลวง ไปตรวจหาความถูกต้อง แล้วก็จะถูกเสริมด้วยภาคประชาชน วันนั้นผมไปประชุมคนหลายพัน เขาจ้องจับตาดูทุกโครงการของท่าน เพราะฉะนั้นให้เห็นความโปร่งใสตั้งแต่ต้นทางจนกลางทาง ปลายทาง เพราะฉะนั้นการทำงานกำหนดให้ได้ว่าอะไรคือภารกิจหลัก ภารกิจรอง ภารกิจแฝง กำหนดให้ได้ สิ่งที่ท่านทำไปในแผนปฏิบัติงานวันนี้ อะไรคือหลัก ท่านต้องการอะไร แล้วจะได้ตามมาด้วย แล้วอะไรที่จะเสริมกับหน่วยงานอื่นเขาอีก ท่านอย่าทำงานคนเดียว

งานเกี่ยวข้องกับหลายกระทรวง เช่น พืชมาเกี่ยวกับเกษตร กระทรวงเกษตรฯ เกี่ยวกับพาณิชย์ ไม่ใช่ที่ปลูกก็ปลูกไปส่งเสริมเข้าไป ที่ขายก็ไปขายสิ ขายเท่าไรก็เท่านั้น พอขายไม่ได้นี่โดนอีก กระทรวงพาณิชย์โดนทั้งปี เกษตรปลูกเข้าไป ขยายป่าไปปลูกยาง ผมไม่โทษท่าน มันอยู่ที่คนกำกับดูแล คนสั่งการนโยบาย เพราะฉะนั้นไปดูมาให้ครบระบบ ต้องมีการประชุมร่วมกัน ประสานงานกันในงานที่เกี่ยวข้องกัน ภารกิจหลัก ภารกิจแฝง แล้วทุกอย่างนั้นจะต้องตอบคำถามสังคมได้ว่าประเทศชาติเราจะเดินไปอย่างไรใน 3 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนหนึ่งมี 5 ปีใช่ไหม ทุกคนก็ทำ แค่ปีเดียวยังแย่เลยไปไม่ได้ วันนี้ต้องไปได้ วันนี้แผนที่ 11 ปีที่ 2 เหลืออีก 3 ปี ไปดูสิว่าแผน 11 เขียนอะไรไว้บ้าง เขียนไม่ละเอียดมากนักหรอกครับ ท่านต้องไปทำให้อยู่ในกรอบนั้นให้ได้ แล้วท่านก็วางแผนไว้ว่าอีก 2 แผน 10 ปีเพราะต้องใช้เงินกู้ใช้เงินกองทุนอะไรก็แล้วแต่ จะเกิดอะไรบ้าง จะมีรถไฟกี่สาย รถไฟทางคู่ รถไฟอะไรก็แล้วแต่ บางคนบอกรถไฟรางคู่เลิกเสียทีเถอะ รถไฟทางคู่ไม่ใช่หรือ บางคนบอกรถไฟรางคู่ รางคู่รางเดี่ยวเป็นอย่างไร ผมไม่เข้าใจ ทางคู่คือทางสองทางวิ่งสวนกันได้ ทางคู่ แล้ววันนี้เราก็จะเร่งเรื่องทางคู่ไปก่อน หนึ่งเมตรก็ทำไปก่อน เพิ่มเติมเส้นทางที่สำคัญ มีเงินเท่าไรทำเท่านั้น อยากมีเร็วไปกู้เงินมา มาร่วมกันรับผิดชอบ นอกนั้นก็เป็นเรื่องของการทำเส้นทางรถไฟ 1.435 เมตรเพื่อจะเชื่อมต่ออาเซียนมีอยู่เส้นเดียวขณะนี้ที่วางแผนไว้ ก็ยังไม่มีสตางค์ ถ้ามีก็ไปกู้มาหรือไม่ก็ปีหน้าอะไรก็แล้วแต่ หรือจะร่วมทุนจะสัมปทานก็ไปว่ามา นอกนั้นเป็นรถไฟฟ้าต่อเนื่องเชื่อมโยง

วันนี้ปัญหาของพวกเราคือการให้บริการเรื่องการขนส่งสาธารณูปโภคมีปัญหามาก ให้บริการได้ไม่ทั่วถึง รถเมล์ยังซื้อไม่ได้เลยใช่ไหม ไม่รู้ล้มมากี่ครั้งแล้ว นี่ล้มอีกแล้ว คตร. เขารายงานมาต้องยกเลิก ทำใหม่ วันนี้เรามียอด 3,000-4,000 คัน ผมบอกว่าไปหามาเถอะคนไทยเขารอรถเมล์ใหม่มาหลายปีแล้วหลายรัฐบาลแล้ว ไปหามาสักส่วนหนึ่ง จะ 1,000 คันอะไรก็ได้ซื้อมาเลยแต่ให้โปร่งใสแล้วกัน ให้เป็นธรรมให้ตรงกับความต้องการ ซื้อมา ถ้ารอต่อตัวถังไม่มีได้ เพราะเดี๋ยวเถียงเรื่องตัวถังกันอีก แชสซีบริษัทนี้บริษัทนั้น ผมก็บอกว่าทำให้โปร่งใสแล้วกัน เพราะคนต้องการ รถมันเก่า ทำอย่างไรที่เหลือก็มาส่งเสริมภายในประเทศ จะซื้อแชสซีมาแล้วมาต่อกันด้วยบริษัทไทย คือทุกคนอ้างเหตุอ้างผลหมด ไม่ทำอะไรได้สักอย่าง อ้างว่าต้องส่งเสริมการผลิตในประเทศ ในประเทศแล้วเมื่อไรจะเสร็จ อีกกี่ปีจะต่อได้ วันนี้มีความจำเป็นเร่งด่วน รถไฟหัวจักรรถไฟวันนี้ระงับซ่อมรถไฟเก่า หัวรถจักรเก่า ก็ทิ้งไปเถอะซ่อมไปเดี๋ยววันหน้าก็เสียอีก อะไหล่ก็ไม่มียิ่งซ่อมยิ่งแพง อย่าลืมนะของเก่าทุกอย่างยิ่งแพง รถถังกองทัพบกทิ้งน้ำไปแล้ว เพราะซ่อมก็แพง อายุการใช้งานก็หมดไปแล้ว วันนี้ใช้รถถังอยู่ 40 กว่าปี วิ่งไปทุกวันนี้พยายามซ่อมให้วิ่งได้อยู่ เดี๋ยวท่านว่าเอาหาว่าทหารใช้เงินเปลือง แต่มันเป็นหลักการที่เราต้องมีความเข้มแข็งทางด้านความมั่นคง

เราต้องไม่สร้างภาระให้กับประเทศในเรื่องหนี้สาธารณะต่าง ๆ ประชาชน สังคม ต้องทราบอนาคตว่าต่อไปประเทศไทยจะเป็นอย่างไร เขาจะมีส่วนได้ดีตรงไหน ถ้าเราคิดของเราพูดของเราไป วันหน้าเขาก็ไม่รู้ด้วยเขาได้อะไร เขายังไม่รู้เลย ถ้าบอกเราสร้างทางรถไฟเขาบอกเขาได้อะไร เขาไม่ได้ขึ้นรถไฟ เขาไม่เข้าใจ ว่าเป็นห่วงโซ่กันอย่างไร มันตามมาด้วยรายการขนส่งสินค้า การผลิต การเพาะปลูกก็ได้ อธิบายเขาให้ครบกระบวนการ มาเกี่ยวข้องกันอย่างไร ผังเมืองจะเป็นอย่างไร ผังเมืองก็เพิ่งสั่งไปวันนี้เปลี่ยนตัวแล้ว ต้องทำให้ได้ ถ้าทำไม่ได้ก็เปลี่ยนอีก ตีกรอบให้ได้ ผังเมืองเมืองเก่าเมืองใหม่ แล้วจะขยายอย่างไร เส้นทางอย่างไร Go straight ahead. Turn to the left/the right. ใช่ไหม วันนี้ฝรั่งมาดูแผนที่ ผมเห็นเขางงอยู่ข้างถนน ไปอย่างไรนะ เอาแผนที่มากาง ไปไม่ถูก เพราะเลี้ยวเหลือเกิน ทางบ้านเราเป็นอย่างนี้หมด วันนี้ทำไม่ได้เพราะเขตในทำไม่ได้ เขตนอกทำให้ได้ เขียนล่วงหน้าไว้สิ ต้องยอมรับกันสิครับ ถ้าไม่ยอมรับก็เละอยู่แบบนี้ วันหน้าก็เก็งกำไรที่ดินกัน ถ้าคนเริ่มเก็งตรงนี้ไปทำเส้นอื่น ถูกไหม ไม่อย่างนั้นเส้นนี้รวยทั้งเส้น ก็ต้องใช้วิธีนี้ ให้เขาไปเลือกเอา ที่ดินก็จะได้ขึ้นด้วยกันทั้งหมด ประชาชนก็มีรายได้ดีขึ้น จะทำอย่างไร การให้เช่านา เช่าที่ทำกิน มีปัญหาหมด เพราะมีพระราชบัญญัติ กฎหมายคุ้มครองคนเช่าอยู่ได้ 10 ปี คนให้เช่าบอก ไม่ได้ ไล่ออกไม่ไป เพราะกฎหมายคุ้มครอง ก็เลยไม่ให้เช่า ต้องไปแก้ตรงนี้ซึ่งทางฝ่ายกฎหมายเขาเตรียมไว้แล้ว ต้องคุ้มครองเขาอย่างไร 2 ปีบอกเขาก่อนล่วงหน้าเขาต้องออกก็ว่าไป จะทำอย่างไรเขาจะไม่ขายที่ดินนั้นสำคัญกว่า ต้องมีผลสัมฤทธิ์ตามความต้องการของประชาชนเป็นส่วนใหญ่นะครับ

การลดความเหลื่อมล้ำ อันนี้เหลื่อมล้ำทุกอย่าง ความรู้ การศึกษา ความคิดพื้นฐาน ทุกคนแข่งขันกับเวลาทำงานเลี้ยงลูกเลี้ยงเมีย ต้องยกระดับสร้างงานสร้างอาชีพ งบจ้างงานนิสิตนักศึกษาช่วงนี้อยากให้มีถ้าทำได้ เอาไปทำงานหรือจะงบ เขาเรียกอะไร สมัยก่อนที่เอาชาวบ้านมาขุดลอกคูคลอง ขุดต้องจ่ายเงิน ผมว่ามีทุกหน่วยงาน มี กำจัดผักตบชวา อะไรก็ได้หางานให้เขาทำหน่อย วันนี้การใช้จ่ายในพื้นที่ลดลงเพราะว่าเงินในกระเป๋าไม่มี ชาวนาที่ได้ไปคราวที่แล้วไปใช้หนี้หมดแล้ว นายทุนก็เอาไปหมด เพราะฉะนั้นไปหาในช่วงนี้ คนกำลังยากลำบาก ถ้าคนมีการใช้จ่ายมากขึ้น เงินหมุนเวียนมากขึ้น ธุรกิจภาคการผลิตก็มากขึ้น คนก็เป็นโจรน้อยลง ตามกันไปหมดห่วงโซ่เป็นอย่างนั้นทุกอย่างเป็นห่วงกันหมด ห่วงโซ่ เรื่องใครเรื่องมัน ผมเห็นตัวอย่างจากปี 57 มีการเปลี่ยนงบประมาณจำนวนมาก เช่น เปลี่ยนจากงบก่อสร้างไปเป็นงบจัดซื้อคุรุภัณฑ์ ผมไม่ให้ ถ้าก่อสร้างก็คือก่อสร้าง ก่อสร้างนี้ไปก่อสร้างตรงอื่นได้ ผมให้ แต่ถ้าก่อสร้างไปซื้อคุรุภัณฑ์ไม่ให้ หรือจะไปซื้อคุรุภัณฑ์ ไปดูงาน ไม่ให้ สำนักงบประมาณรับผิดชอบ แล้วอีกอันคือห้ามเหลืองบประมาณโดยไม่มีแผนงานรองรับในช่วงปลายปี ปีที่แล้วมีงบประมาณอยู่ทุกกระทรวง บางกระทรวง 3,000/5,000/6,000/7,000 ผมรวมมาหมด มาขุดลอกแหล่งน้ำ เอามาทำอย่างอื่นที่แต่ละกระทรวงขาด อย่าให้เหลืออีกก็แล้วกัน ถ้ายังเหลืออยู่แสดงว่าใช้เงินไม่เป็น ไม่ถูกต้อง ปีหน้าตัดเท่าที่ทำไม่ได้ จะอยู่ถึงปีหน้าหรือเปล่า

การใช้จ่ายงบประมาณในเรื่องเดียวกัน วางแผนร่วมกัน ประชุมร่วมกัน เสนอแผนงานให้ไม่มีความซ้ำซ้อน ท่านรัฐมนตรีเป็นผู้กำหนดเป้าหมาย กำหนดพื้นที่ กำหนดโครงการร่วมกับรัฐมนตรี ท่านทำได้อยู่แล้วผมเชื่อมั่นท่านอยู่แล้ว สิ่งที่เราต้องการคือทำก่อน ทำจริง มีผลสัมฤทธิ์ จับต้องได้ภายใน 3 เดือน แล้วส่งต่อความยั่งยืนไปอนาคต ไปสู่รัฐบาลใหม่ ไปสู่แผนพัฒนาเศรษฐกิจแผนที่ 12-13 ต่อไปวันหน้า เขาเรียกว่าที่ผมพูด ทำก่อน ทำจริง ทำทันที แล้วก็ยั่งยืนส่งต่อ รัฐบาลไหนก็แล้วแต่ คำว่าทำก่อนคือทุกปัญหาอะไรทำก่อน ไม่ใช่เอาปัญหานี้มาทำก่อนปัญหานี้ ไม่ใช่ มีปัญหาทุกปัญหาที่เกี่ยวพันกันทั้งหมด ไปหาให้เจอ แล้วโยงกันตรงไหน มาแก้อะไรก่อน จะได้เกื้อกูลกันต่อไปในการเดินสู่อนาคต ทำให้ยั่งยืน มีเป้าหมาย 15 ปีอย่างน้อย จะได้รู้อนาคต

เรื่องการศึกษา การเรียนรู้ วันนี้กระทรวงศึกษาธิการก็โดนทุกวัน ผมก็ไม่ได้ไปอะไรกับท่านนะ ไม่ได้ละเมิดอะไรท่านอยู่แล้ว ผมพูดแบบชาวบ้าน ผมคิดแบบชาวบ้านถึงคิดออก คิดว่าชาวบ้านถ้าผมเป็นเขา ผมจะรู้สึกอะไรบ้าง วันนี้ผมไม่เดือดร้อน ลูกผมโตหมดแล้ว แต่เขาเดือดร้อนเพราะเขาร้องมาเรื่องนี้เรื่องกวดวิชา เรื่องสมุดหนังสือราคาแพง ค่าศึกษาฟรี แต่หนังสือแพงขึ้น เขาขอกลับไปเป็นมีค่าเล่าเรียนแล้วอย่างอื่นถูกลงได้ไหม ท่านปลัดกระทรวงว่าอย่างไร ตำรามากเหลือเกิน พิมพ์ถี่ยิบ หนังสือก็ส่งต่อกันไม่ได้ วันนี้ก็ตอบคำถามในหนังสือ เขียนเติมไป หนังสือก็ให้รุ่นน้องไม่ได้ เพราะตอบโจทย์อยู่ในนั้น สมัยก่อนมีหนังสือเล่ม มีสมุดอีกเล่มไว้ตอบ ไม่รู้สิอาจจะทันสมัยกว่าเดิมก็ได้ ทำให้คนไทยฉลาดขึ้นหรือเปล่าผมก็ไม่รู้ แบบใหม่นี้ ก็เอาทั้งเก่าทั้งใหม่มา ไม่จำเป็นต้องทำลายแบบเก่า ไม่จำเป็นต้องทำลายประวัติศาสตร์เรื่องต่าง ๆ ที่ผ่านมา อันนั้นเป็นสิ่งสำคัญนะครับ

การจัดระเบียบสังคม อาวุธสงครามยังมีอยู่ ไม่ต้องกังวล เรายังคงเดินหน้าจับกุมอย่างต่อเนื่อง ทั้งอาวุธสงคราม ทั้งค้ามนุษย์ แรงงานผิดกฎหมาย ความปลอดภัยนักท่องเที่ยว มีปัญหามาตลอด ต้องเห็นใจเขา ว่าเขาเข้าใจว่าบ้านเมืองเรานี้สวยงาม ปลอดภัย ทำอย่างไรก็ได้ แต่งบิกินี่ไปไหนก็ได้ ผมถามแต่งบิกินี่ประเทศไทยจะรอดไหม เว้นแต่ไม่สวย สวยทุกคน ในนี้สวยทุกคนแต่งได้หมด อันตรายต้องบอกเขา ต้องทำทั้งสองอย่างคือกฎหมาย เฝ้าระวัง ให้นักท่องเที่ยวเขาระวังหลังจาก 18.00 น. ไปแล้วห้ามไปตรงนี้ มียามไปเดินดู เพราะเสียการท่องเที่ยวของตรงนั้นไปเลย เกาะเต่า เต่าก็หงอยแล้ว ไม่มีคนเที่ยวเพราะกลัว กำลังสืบสวนสอบสวนก็มีความก้าวหน้าตามลำดับ

ถ้าเป็นแรงงานต่างด้าวจริงก็ต้องไปหาว่าอยู่ได้อย่างไร ขึ้นทะเบียนหรือเปล่า เหมือนคราวที่แล้วที่ไปฆ่าข่มขืนใครก็ไม่รู้ที่ยัดท่อ ไม่มีขึ้นทะเบียน เขาตั้ง One Stop Service ไว้แล้ว ทำไมไม่มา อย่างนี้ต้องลงโทษคนจ้างด้วย ต้องมีมาตรการด้วยทางกฎหมาย ปัญหาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว อย่าไปมองว่าเขาไม่มาเพราะกฎอัยการศึก กฎอัยการศึกเขาไม่สนใจเท่าไรแล้วตอนนี้ เขาเห็นบ้านเมืองเราสงบ ปลอดภัย ทำให้นักท่องเที่ยวปลอดภัย อย่าไปกังวล กฎอัยการศึกใช้ข้อเดียว มีตั้ง 10 มาตราใช้อยู่มาตราเดียวเองกระมังในการเข้าสืบค้นจับกุม แล้วก็ไม่ได้ไปฆ่าใครทิ้งสักคน อย่าไปเชื่อ โกหก มีอย่างหรือเป็นผู้หญิงหน้าตาดูดี ใครไม่รู้ บอกว่าควบคุมตัว 7 วันเอาหัวไปกดน้ำ ดูหนังมากไปหรือเปล่า ใครจะไปทำ ผู้ชายด้วยกันยังไม่อยากทำเลย ทำไม่ได้เพราะเราเป็นคนไทย ไทยพุทธ หรืออย่างไรปลัดกระทรวงพาณิชย์ ใครจะไปทำกับคุณ ใช่ไหม จับมาควบคุมตัว อดข้าวอดน้ำ วันนั้นออกทีวีหน้าผ่องหน้านวล สามีก็ไปอยู่ด้วย สั่งกลับบ้านก็ไม่กลับ บอกว่าขออยู่ต่อ กลับบ้านอันตราย เป็นอย่างนี้ไปแล้ว ไปพูดบอกถูกทรมานถูกทำร้าย ตอกเล็บ ใครจะไปตอกเล็บ นี่คือสิ่งที่พูดไม่จริง แต่สังคมรับ ต่างชาติรับ ผมก็เบื่อแบบนี้

เรื่องปัญหาเด็กนักเรียนตีกัน ไม่กลัวกฎอัยการศึกเลยสักคนเลย ผมเป็นห่วง ผมประกาศไปเลยแล้วกันว่าต่อไปนี้ถ้าตีกันโรงเรียนไหนปิดโรงเรียนนั้น ปิดแผนกนั้นไปก่อน ปิดไป ปิดตั้งแต่คณะไหนคณะนั้น ตีกับคณะไหนปิดคณะนั้นก่อนชั่วคราวจนกว่าจะสอบสวนดำเนินคดี เพราะฉะนั้นไปหาทางว่าทำอย่างไรพวกแกนนำ พวกรุ่นพี่รุ่นน้องจะมาคืนสู่เหย้ากันเสียที เลิกกัน ให้อภัยกันจริง ๆ ด้วย ไม่อย่างนั้นก็ถูกดำเนินคดีหมด โรงเรียนนั้นต้องถูกปิด วันนี้ผมเห็นประกาศมาตรการไปไม่เกิดผลหรอก ถ้าไม่เอาจริงเอาจัง เด็กวัยรุ่นไม่มีงานทำ เด็กแว้น ติดยา ขอทาน แรงงานทาส ค้าขายของผิดกฎหมาย อันนี้ต้องแก้ไข ไซเตสเรื่องงาช้าง กระทรวงการต่างประเทศก็เต้น เขากำหนดวันที่ 30 ถ้าไม่แก้กฎหมายไม่เตรียมการให้พร้อม เขาลดสิทธิประโยชน์ ห้ามค้าขายกุ้ง ห้ามค้าขายอะไรอีกอย่างนี้เดือดร้อน ก็อธิบายเขาว่าถ้าทำอย่างนี้จะเกิดอย่างนี้ คนไทยไม่รู้หรอกฉันจะค้างาช้างฉันก็ค้าไป แกะสลักก็แกะไป พอให้หยุด แล้วทำอย่างไรให้หนูไปทำอะไร ให้หนูไปค้าขายอะไรมีอยู่ 200 กว่าเจ้า ถ้าคิดถึงประโยชน์ที่จะเสียไป 200 กว่าเจ้านี้ เป็นเงิน 2,000 กว่าล้าน นี่เสียไป 30,000 กว่าล้าน ค้ากุ้งไม่ได้ค้าขายกับเขาไม่ได้ ไปให้เขารู้สิ จะทำอย่างไร จากงาช้างให้ไปแกะเขี้ยวหมูอะไรได้ไหมแทน ไปหาวิธีการ วันนี้ก็ปลอมเสียมากอยู่แล้ว งาช้างก็ไม่ใช่งาช้างเรา ฝรั่งเขาบอกว่านี่ไงประเทศไทยค้างาช้าง งาประเทศไทย ช้างประเทศไทยไม่เห็นมีงาเลย ถูกตัดหมดแล้ว ขโมยไปหมด ไม่ใช่ข้อเท็จจริง นี่คือช้างดุ เขาก็ตัดงาช้า โทษรวมกันไปหมดเราก็เสียหาย

ความสัมพันธ์ประเทศเพื่อนบ้าน AEC ประตูการค้า เมืองท่าอินโดจีน ถนนเส้นทาง ด่านศุลกากร ปีนี้เปิด 5 ด่าน ปีนี้ปรับปรุงถนนเส้นทางคอขวด ทำระบบ Single Window อะไรต่าง ๆ ให้เรียบร้อย 58 เปิดอีก 7 ด่าน ต่อไปก็อาจจะเปิดมากขึ้นในช่องทางสำคัญ เปิดเศรษฐกิจเพิ่ม เศรษฐกิจมูลค่าชายแดน ผมก็บอกว่าให้สกัดกั้นการลักลอบหนีภาษี ตั้งศูนย์รับซื้อผลิตผลการเกษตรจากประเทศเพื่อนบ้านตามข้อตกลงของ WTO หรือ FTO ที่มีกันอยู่กับอาเซียน เราไม่ซื้อเขาไม่ได้ แต่ซื้อมาชอบมาปนกับข้างใน แล้วขายข้างในอยู่ในคลังโกดังเต็มไปหมด ตรวจดีเอ็นเอให้หมด เพราะฉะนั้นถ้าเป็นไปได้ก็สหกรณ์ไปซื้อมา หลายกระทรวงเกี่ยวข้อง ตั้งให้ถูกต้อง แล้วเอาไปขายต่างประเทศ จะไปขายอาฟริกา อะไรก็แล้วแต่ เฉพาะข้าวคุณภาพต่ำ อย่าให้มาปลอมปนนะครับ

การอุตสาหกรรม การเร่งส่งเสริมการลงทุน การส่งเสริมการลงทุน BOI กำหนดไว้หลายอย่างเพิ่มเติมขึ้นให้ตรงความต้องการของเรา ไม่ใช่เอาเม็ดเงินลงทุนอย่างเดียว ถ้าลงทุนแล้วไม่เกิดประโยชน์กับเรา ไม่เกิดเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้น ไม่รับคนของเราเป็นหัวหน้า ไม่รับคนของเราเข้าทำงานสักส่วนหนึ่งในนั้น ในระดับข้างบน ไม่ใช่แรงงานอย่างเดียว หรือไม่มีเทคโนโลยีสะอาด Green Energy หรือพลังงานทดแทน ไม่อย่างนั้นเราก็เป็นภาระหมด แล้วได้ไม่เท่าเสีย สกปรก บ้านเมืองเสียหาย กรมที่ต้องตรวจอุตสาหกรรม ถ้าโรงงานไหนไม่ดีปิดให้หมด ไม่ปิดก็ปิดผู้รับผิดชอบ ไม่อย่างนั้นโดนร้องเรียนทุกวัน โรงงานน้ำเสียลงข้างล่าง เขาต้องปรับปรุง ปิดให้เขาปรับปรุง ไม่ปิดไม่ปรับปรุงก็ต้องเลิก ปล่อยกันมานานแล้ว

อีกอันหนึ่งคือการปรับตัวของข้าราชการ ทุกคนต้องเปิดใจนะครับ ทำแบบผมนี้ ผมเคยหน้างอ หน้าโมโห วันนี้ก็ยิ้มอารมณ์ดีทั้งวัน ในใจก็ร้อนระอุอยู่เหมือนกัน แต่ก็ยิ้ม ๆ นักข่าวก็เลิกทะเลาะกับผมแล้วเห็นผมยิ้มทุกวัน พอยิ้มมากก็ไม่พูดมาก พอเห็นหน้างอเมื่อไรจะถามมาก ถามยั่วอารมณ์ ก็อดทน การปรับตัวของข้าราชการ เปิดใจประชาชน ยิ้มแย้มต้อนรับให้โอกาส อย่าหงุดหงิด ให้ความสงสารเห็นใจ นึกภาพออกไหม เวลาฝนตกเคยถ่ายรูปชาวนามาใช่ไหม ป้า ๆ แก่ ๆ หน้าย่น ๆ ผมถามอายุเท่าไรป้า 45 ทำไมหน้าย่นขนาดนั้น ย่นไปหมดเลยเพราะเขาลำบาก เขาลำบากเขาเดือดร้อน ตากแดดตากฝนมา เรียกเขาลุง ๆ อ่อนกว่าเราอีก เรียกลุง ไม่ได้หรอก ทำอย่างไรเขาจะสดใสขึ้น แววตาเขาเมื่อเวลาชาวไร่ชาวนาเขาเห็นฝนตกเขามีความสุข เขามองฝนอยู่ เขาดูฝนตก ตกมาแล้วอยู่ในนาเขาอยู่ในไร่เขา นั่นความสุขเขามีอย่างเดียว หน้าที่ใครไม่รู้ทำให้ฝนตก ทำให้เก็บกักน้ำได้ ทำให้บริหารจัดการน้ำไปหาเขา ทำให้ได้ อันไหนไม่ได้ก็คือไม่ได้ ต้องไปปรับเปลี่ยนเป็นปลูกอย่างอื่นไป ต้องแนะนำเขาตั้งแต่ปีนี้ ไม่อย่างนั้นปีหน้าก็เป็นอย่างนี้ ราคาตกไปอย่างนี้ ปลูกเข้าไปสิ ข้าว ยาง ปลูกเข้าไป แล้วขายไม่ออกสักที เพราะฉะนั้นไปปรับโซนนิ่งต้องทำให้ได้ภายในปีนี้นะครับ

อย่าไปหงุดหงิด ศูนย์ต่าง ๆ เรามีหน้าที่ไปลดเวลา มีข้อมูลมีความรู้ มีคำแนะนำให้กับชาวบ้าน ปลอบใจเขาอะไรเขาไม่ใช่ตั้งมาลอย ๆ ตั้งมาเพื่อสวยหรูประชาสัมพันธ์ ไม่ใช่ ต้องเป็นศูนย์ที่ปรับทุกข์สุขให้กับเขาได้ แล้วคนที่ไปอยู่ศูนย์นี้หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสหน่อย สาว ๆ สวย ๆ หน้าตาดี ๆ ไม่ใช่หน้าเป็นมีดเลย บางทีฝรั่งเขาโทรมา ผมรับร้องเรียนที่สำนักนายกฯ ฝรั่งเขาเป็นคนที่อยู่เมืองไทยมานานแล้ว แต่เขาพูดภาษาอังกฤษ เขาถามเรื่องนี้มา นี่ก็หงุดหงิดไม่รู้จะพูดอะไรนักหนา ไม่รู้เรื่อง บ่นเป็นภาษาไทยออกมา นั่นก็รู้เรื่องได้ยินว่านี่พูดภาษาไทย ฝรั่งรู้เรื่อง ไปว่าบอกว่าโง่เป็นควายเลย อย่างนี้แทนที่จะบวกก็เสียไปหมด เพราะฉะนั้นตั้งกฎว่าคนไหนวันไหนทะเลาะกับภรรยาอย่าเข้ามาทำงานตรงนี้ ชอบเข้ามานั่งแล้วก็หน้างอทั้งวัน เพราะฉะนั้นต้องปรับปรุงนะครับ

ทุกกระทรวง ทบวง กรม จัดชุดติดต่อประสานงาน ประชาสัมพันธ์ประจำกระทรวง ระหว่างส่วนราชการต้องมี ศูนย์ที่ติดต่อกันระหว่างกระทรวงโน้นกระทรวงนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงที่มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกัน ต้องมีจุดประสานงาน มีช่องทางการติดต่อสื่อสาร มีเบอร์โทรศัพท์ พี่ครับอย่างนี้นะครับพี่ เรื่องนี้กระทรวงนี้ วันนี้ผมประชุมพรุ่งนี้พี่มาได้ไหม อะไรแบบนี้ไม่ใช่แต่ละกระทรวงก็ทำกันไปนั่นแต่ละกระทรวง ผลผลิตมันไม่เกิด มันเกิดน้อย ไปเชื่อมโยงกันให้ได้ ทุกกระทรวงที่ติดต่อประสานงาน ชุดที่จะต้องประชาสัมพันธ์พบกับประชาชน พบม็อบพบอะไร ต้องมีคนรู้ ไม่ใช่ตั้งผู้ช่วยรัฐมนตรีตั้งใครมาแล้วพูดไม่เป็น ไม่ได้ ต้องตั้งคนที่จะไปเผชิญหน้าม็อบให้ได้ อย่าให้ม็อบมาหาผม มาประตูไหนกลับประตูนั้น แล้วก็เอาหัวหน้าส่วนกลับไปด้วย ต้องแก้ปัญหาให้ได้ ประวิงไว้ก่อน ขอก่อนนะขอพัก วันนี้ผมให้กระทรวงพาณิชย์มากันเต็มไปหมด จะมายาง ผมให้รัฐมนตรีพาณิชย์ไปเรียกหัวหน้ามา 4 สมาคมมานั่งคุย ก็เบาลง แล้วเอาสื่อมาให้เขาเห็นว่าเราพูดอย่างนี้เขาว่าเห็นด้วย ๆ ใครเห็นด้วยไม่มีสื่อนะ วันหน้าก็บอกว่าไม่ได้พูด ก็เอามาให้สื่อเห็นว่าเราพูดอย่างนี้เขาเห็นด้วยไหม เขาเห็นด้วยก็จบ เดินไม่ได้ ถ้าเดินมาอีกก็แสดงว่าไม่ใช่แล้ว ลองหาวิธีการหน่อยผมว่า

อีกเรื่องหนึ่งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ทำตัวให้เล็กลง ไม่ต้องเกณฑ์คนมาต้อนรับมากมาย ไม่ต้องจัดฉาก อย่าจัดฉากเลยครับขอร้อง วันนั้นผมนั่งเรือผมก็ร้อน ลงไปนั่งเรือแล้วก็วนอยู่ตรงนี้ วนอยู่ถ่ายรูป 1. ร้อน 2. ถ่ายรูปหน้าบางไปหมดแล้ว เพราะฉะนั้นไปเจอชาวบ้านที่ไหน ศาลากลาง ที่ไหนก็ได้ จะ Brief หรือ Brief ที่ลง ฮ. สนามบินสั้น ๆ คือไม่ต้อง Brief มาก เพราะก่อนไปผมก็อ่านอยู่แล้วว่ามีสถานการณ์อย่างไรน้ำท่วมตรงไหน ก็ต้องพูดแบบทำอะไรบ้าง ๆ พอจบแล้ว ไม่ต้องไปนั่งพูดต่อหน้าประชาชน Brief ให้ผมฟังอีกครึ่งชั่วโมง ประชาชนนั่งฟังที่ Brief ครึ่งชั่วโมง ก็รู้อยู่แล้วนี่จะฟังทำไม ไม่ต้อง Brief แล้วก็ไปถึงให้ผมได้คุยกับประชาชนเขา ให้กำลังใจเขา มอบของเขาแล้วก็จบ หรือจะพาผมไปไหนก็ไป ถ้านั่งเรือก็นั่งให้ไกลกว่านั้นหน่อย นี่นั่งเรือข้ามฝั่งกลับมา 2 รอบแค่นั้น รูปคนชื่นชมใหญ่ว่านายกฯ เข้มแข็งไปลงน้ำลงเรือ นิดเดียวแล้วลงไปทำไม ผมไม่ตำหนิท่านนะผมรู้ท่านตั้งใจ ท่านอาจจะต้องเคยทำแบบนี้มา วันนี้ไม่มี เขาบอกว่าทหารวิ่งประชาสัมพันธ์เก่ง ไม่ต้องทำ เอาตามข้อเท็จจริงนะครับ

อีกเรื่องหนึ่งเรื่องป้าย ผมขอร้องอย่าติดป้ายเลย ท่านรัฐมนตรีขัดข้องไหมครับ ไม่ต้องติดป้ายต้อนรับ ป้ายตามข้างถนนหนทาง โปสเตอร์ถือกันเมื่อยก็เมื่อย ชาวบ้านก็ไม่รู้ว่าถืออยู่นี้ถืออะไร จริง ๆ ถือป้ายมาประท้วงไม่รู้หรอกประท้วงเรื่องอะไร คุณคิดหรือชาวนาที่ถือป้ายถืออะไรเขาอ่านออกภาษาอังกฤษ No Vote Election ยังไม่รู้เลยว่าถืออะไร มีคนให้ถือ ถ้าเราไม่หัดให้เขาถือตั้งแต่วันนี้ วันหน้าเขาก็ไม่ถือให้ใคร ได้ไหมไม่รูปไม่มีโปสเตอร์ อยากจะ Brief ก็ไปขึ้นจอแบบนี้เอารูปหล่อ ๆ หน่อยแล้วกัน บางทีรูปมากมายไปหมดเอารูปห่วย ๆ ขึ้นทุกที ไม่รู้จะถ่ายอะไรนักหนา ท่านรัฐมนตรีมหาดไทยเคยเจออยู่แล้ว ถ่ายอะไรนักหนา ถ่ายขึ้นถ่ายลง ถ่ายทแยงซ้ายขวา เวลาเอารูปออก เอารูปห่วย ๆ ออกทุกที รูปดี ๆ ไม่ออก ไม่เข้าใจ ขอบคุณนะครับ อย่างไรท่านก็มีน้ำใจ เป็นข้าราชการ ก็เคยทำมาแต่ผมขอเปลี่ยน เปลี่ยนค่านิยมกันใหม่แล้วกัน ควรจะมีพวกคำขวัญ ค่านิยม 12 ประการ ติดให้ผมชื่นใจหน่อยอย่างนี้ หรือว่าติดไว้จะทำกันอย่างไร จะช่วยลดเลิกอบายมุขกันอย่างไร ติดพวกนี้ อย่าไปติดรูปเลย เป็นข้าราชการใช้เงินหลวงทั้งนั้น นำเงินไปทำอย่างอื่นดีกว่า ขอบคุณที่มีน้ำใจ แต่เริ่มทำเย็นนี้เลย ในช่วงนี้

การปฏิรูป การปรองดอง กำลังทำอยู่ 250 ที่เหลือ เดี๋ยวมาช่วยกันหาวิธีการ การลดการประท้วง ร้องเรียนแก้ไป จังหวัดชายแดนภาคใต้ วันนี้เป็นวาระแห่งชาติ 9 ยุทธศาสตร์ทำให้ได้ ในเรื่องของการพูดคุยสันติสุข ไม่ใช่พูดคุยสันติภาพ เราไม่ได้รบกับใคร ไม่มีคนภายนอกมาเกี่ยวข้อง เป็นคนไทยทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นต่อให้เลิกพูดขบวนการนี้ ขบวนการโน้น เลิกพูด ผมเคยห้ามมาตั้งนานแล้วว่าเลิกพูด เป็นการสื่อสารระหว่างรัฐกับผู้เห็นต่าง ให้เห็นถึงความจริงใจของรัฐในการแก้ปัญหา อีกฝ่ายก็ใช้ความรุนแรง ก็ไปสู้กันมาด้วยกฎหมาย สู้ด้วยการพัฒนา พัฒนาวันนี้ทุกคะแนนขึ้นหมด เว้นการพัฒนาภาคใต้ มันช้า งบประมาณช้า การก่อสร้าง การทำนี่ทำนี่ช้า ทุกกระทรวงที่มีงบ 100 มีทั้งหมดหลายหน่วย เป็น 100 หน่วยงาน ขยับภาคใต้ให้เร็วด้วย ไม่อย่างนั้นก็ไม่เกิด การพูดคุยสันติสุข วันนี้ต้องบอกว่าเราไม่ได้อยู่ในสภาวะสงครามหรือก่อการร้าย ไม่ได้รบกับใคร ต่างประเทศ ถ้าพูดต่างประเทศเดี๋ยวก็อ้าง Conflict เข้ามา UN เข้ามา อะไรเข้ามานั้นหนะเสียดินแดน ประชามติกันเมื่อไรละก็

ด้านความมั่นคง เป็นความต่อเนื่องเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจ สังคม อื่น ๆ เพราะว่ารัฐบาลจำเป็นต้องมีเสถียรภาพ มีความเข้มแข็งในการจะเจรจาต่อรอง ถ้าไม่มีกำลังที่เข้มแข็ง ไม่มีพลังเข้มแข็ง ท่านเจรจากับใครเขาก็ไม่ฟังท่าน อย่างคราวที่แล้วที่ผ่านมา ช่วงทะเลาะกันมาก ๆ ช่วงที่มีความขัดแย้งกันมาก ๆ ช่วงที่จะล้มมิล้มแหล่ไปนี้ พูดกับใคร ใครเขาก็ไม่ฟัง เขาว่าบ้านเมืองคุณทะเลาะกันอยู่เลย จะมาพูดอะไรกับเรา แต่เมื่อไรที่เรา Compact กันขึ้นมาได้ มีเสถียรภาพขึ้นมาได้ ทหารเข้มแข็ง อาวุธยุทโธปกรณ์มีพอสมควรที่ทัดเทียมประเทศเพื่อนบ้าน ผมว่าเราเป็นมหาอำนาจอาเซียนก่อน ได้แน่นอน ทำให้เร็วแล้วกัน ประเทศเรามีภูมิศาสตร์ที่ดีอยู่แล้ว North South East West อะไรต่าง ๆ มีกรรมการภูมิภาค อนุภูมิภาคมากมาย แม่น้ำโขง แม่น้ำสาละวินมีหมด

คงหมดแล้ว เดี๋ยวแย่งท่านรองฯ พูดหมด ถ้าให้ผมพูดสั้น ๆ พูดไม่ค่อยเป็น ก็พยายามนะ พยายามพูด นี่น้อยแล้ว เพราะพูดมา 3 วัน 5 วันติดแล้ว ก็เรื่องเก่า ๆ เพียงแต่มาย้ำท่านเฉย ๆ ให้ท่านสบายใจว่าพวกเราเข้ามาเพื่ออะไร เพื่อแก้ปัญหา เพื่อเดินหน้าประเทศ ไม่ได้มาเพื่อการเมือง เพื่อจะไปตั้งพรรคการเมืองอะไร ไม่ใช่ ผมไม่เคยคิด แค่วันนี้ก็ยังเหนื่อยพออยู่แล้ว เราต้องแก้ปัญหาให้ได้โดยเร็ว สถาบันพระมหากษัตริย์ และวัฒนธรรมประเพณีไทยเป็นสิ่งสำคัญ ทุกคนต้องยึดมั่น เพราะเราเป็นข้าราชการ อะไรจะอะไรก็ไม่รู้ ต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปตามยุคตามสมัย แต่สถาบันคือสถาบัน จำคำพูดผมไว้ สถาบันคือทุกพระองค์คือสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่คู่ประเทศไทยมาตลอด วัฒนธรรมที่งดงาม ประเพณีไทย ธรรมชาติที่สมบูรณ์ ป่า ทะเล ภูเขา มีความหลากหลาย เขามาประเทศไทย เขามาประเทศเดียวเขาได้ 4 อย่าง คือ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ ทำไมไม่ให้เขารู้สึกอย่างนั้น เขาอยากมาเพราะต่างกัน ไปประเทศอื่นไปที่เดียว ไปฝรั่งเศสก็ไปดูปราสาท ราชวัง ไปดูสถานที่ ไปกินอาหารฝรั่งเศส ไปซื้อแอร์เมส เสร็จกลับ ไม่มีอะไร เมืองไทยไม่ต้องไป ไปอย่างเดียวไปขึ้นเขา ลงห้วย ทะเล เสียอย่างเดียวเรืออย่าล่มบ่อยแล้วกัน พวกดูแลท่องเที่ยว เราต้องช่วยกัน ถ้าเราไม่มีสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่มีประเพณีไทยที่งดงาม ไม่มีธรรมชาติที่งดงาม ไม่มีความปลอดภัย เราก็ถูกลืมไป ประเทศไทยไม่มีใครอยากมา ถ้าเขาจะมา เขามาก็คือมาเที่ยว สบายดี ราคาถูก ค่าใช้จ่ายถูก ไม่ต้องระวังทำผิดกฎหมาย จะแต่งตัวอย่างไรก็ได้ ยาเสพติดแหล่งมั่วสุม แหล่งกามารมณ์ ยังมีโฆษณาอยู่เลย ไปดูหนังทุกเรื่อง เวลาพูดถึงประเทศไทย ต้องเรื่องเลวร้ายทั้งหมด มาซุ้มซ่อนอยู่ มาเที่ยวผู้หญิง มาเสพยาเสพติด ไปคืน Full Moon ไม่พอ Full Moon เดือนหนึ่งมี 2 ครั้ง ตอนนี้มี Black Moon อีกแล้ว คือจะเที่ยวทุกวัน ก็หาเรื่องไปเรื่อย Full Moon เสร็จก็ไปวันไม่มีพระจันทร์อีกแล้ว ต้องเอาพอสมควร

คงมีเท่านี้ ขอกราบขอบคุณไว้ล่วงหน้า ล่วงหน้าคือเราเดินประเทศไปให้ได้ เราเดินคนเดียวไม่ได้ ข้าราชการทุกกระทรวง ประชาชนทุกคนต้องให้การสนับสนุน วันนี้เราได้รับแรงสนับสนุนมากพอสมควร ผมไม่ได้หมายความว่า โพลล์เราออกมาดีแล้วผมดีใจ ไม่ใช่ ผมยังไม่เคยมีความสุขเลย 4 – 5 เดือนที่ผ่านมา แล้ววันนี้ท่านรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรีก็มาร่วมความทุกข์กับผมแล้ว อย่าคิดว่าเป็นง่ายรัฐมนตรีนี้ ต้องงอนง้อ ไม่อย่างนั้นไม่มา เพราะกลัว เสียวไส้ ผมปากแบบนี้ด้วย เดี๋ยวค่าตัวมาก แต่ท่านเสียสละ ท่านยอมมาเป็นให้พวกเรา เพราะฉะนั้นท่านก็ต้องช่วย พวกท่านติองช่วยท่านรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรี ก็ขอให้ทำนโยบายของรัฐบาลที่ผมสั่งที่ผมพูดมาตลอดนำไปปฏิบัติด้วย วันนี้อยากให้ทุกคนมีความรู้สึกเสมอว่าเรากำลังสร้างประเทศไทยขึ้นมาใหม่จากการที่กำลังจะยุบลงมา ประชาธิปไตยทั้ง 3 แท่งกำลังยุบอยู่ ผมไม่ได้ไปทำให้ทลาย ยุบผมก็ค้ำยันไว้เฉย ๆ แล้วก็เติมอิฐหินปูนทรายให้แข็งแรงขึ้น เพื่อจะสร้างต่อยอดขึ้นไปให้ได้ในวันข้างหน้า สร้างอนาคตที่ดีกับลูกหลานเราต่อไป ถ้าจากนี้ไปไม่มีโอกาสอีกแล้ว อย่าขัดแย้งกันอีกต่อไปเลย อย่างไรก็ต้องหนักนิดเบาหน่อย ก็ต้องให้อภัยกัน เพราะเราเป็นคนไทยด้วยกัน ใช่ไหม อย่าโกรธแค้นกันนานนักเลย ก็คงจะต้องเลิกกันให้ได้ ผมไม่ว่าใครเป็นพวกใคร วันนี้เราเป็นพวกคนไทยประเทศไทยทั้งหมด มีท่านผู้ใดสงสัยอะไรไหมครับ การปรับย้ายยังไม่เรียบร้อยใช่ไหม มีบางกระทรวงเท่านั้นเอง ไม่ต้องตกใจเป็นเรื่องของท่านรัฐมนตรี เป็นเรื่องของปลัดกระทรวงไปพิจารณากันขึ้นมา ผมเห็นคนไหนไม่ดีอะไร ผมก็ติง ๆ นิด ๆ หน่อย ๆ แต่ดีทุกคน ใครยังไม่ได้ไปไหว้พระสวดมนต์ ก็มาก ๆ ว่าอย่างไรท่านปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ศูนย์สินค้าเกษตรผมจะเกิดหรือยัง เกิดแล้วนะ

เรื่องน้ำท่วมแก้ให้เร็ว รีบระบายน้ำเข้าออกให้ได้โดยเร็ว วันนี้โดยเฉพาะที่เราไปเยี่ยมมา ต้องแก้ปัญหาตรงนั้นให้ได้ก่อน ไม่ใช่รัฐบาลไปแล้ว ก็ดีแต่พูด มาพายเรือแจกของแล้วก็กลับ ไปแก้ให้ได้ที่แม่น้ำยม ตรงที่ผมไปเยี่ยม รับปากเขาไว้มากมาย ไม่รับก็ไม่ได้ ไม่รับเขาก็อัดเอา พาไปท่ามกลางคน 2,000 ได้ ขอนี่ขอโน่น ผมไม่รับปากสักอันได้อย่างไร ก็บอกว่าเดี๋ยวจะระบายน้ำออกให้ หรือจะทำอย่างไรก็ไม่รู้ไปหาทาง อะไรที่ไปพบเขา อะไรที่ไปสัญญากับเขา ไปพูดกับเขา แต่ผมพยายามไม่เป็นภาระ อะไรที่รับได้ก็รับ ขอบพระคุณครับ ขออำนาจแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย เดชะพระบารมีอันแผ่ไพศาลแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้โปรดดลบันดาลประทานพรให้กับข้าราชการทุกคน ครอบครัว บุคคลอันเป็นที่รัก และรวมความท่านรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีทุกคนประสบความสำเร็จในการทำงาน ในการที่จะนำประเทศไทยฝันฝ่าอุปสรรคนานัปการไปให้ได้โดยเร็ว ขอกราบขอบพระคุณ สวัสดีครับ[1]

----------------------------------------

 อ้างอิง[แก้ไข]