ผิน ชุณหะวัณ

จาก วิกิคำคม
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

จอมพล ผิน ชุณหะวัณ นายทหารยศจอมพลชาวไทย อดีตหัวหน้าคณะทหารแห่งชาติ อดีตผู้บัญชาการทหารบก

คำพูด[แก้ไข]

เป็นคำชี้แจงของ จอมพลผิน ชุณหะวัณ ถึงสาเหตุของการไม่รับเป็นนายกรัฐมนตรีหลังการรัฐประหาร พ.ศ. 2490 และ พ.ศ. 2491

ในหนังสือชีวิตกับเหตุการณ์ของจอมพลผิน ชุณหะวัณ (เรียบเรียงโดย ดร.วรพัฒน์ อรรถยุกติ) จอมพลผิน ชุณหะวัน ผู้นำการรัฐประหาร ได้บันทึกเหตุการณ์ช่วงนี้ไว้ว่า

“ อนึ่ง มีบุคคลเป็นอันมากวิพากษ์วิจารณ์ถึงตัวข้าพเจ้าว่า เป็นผู้นำการรัฐประหารแล้ว เหตุใดจึงไม่เป็นนายกรัฐมนตรีเสียเอง ข้าพเจ้ามีเหตุผลอยู่ หลายประการ

ประการแรก ตั้งแต่รับราชการก็อยู่แต่หัวเมือง ไม่คุ้นกับข้าราชการทหารและข้าราชการพลเรือนมากนัก คุ้นเคยแต่จังหวัดที่รับราชการอยู่เท่านั้น ตลอดจนเจ้านายก็ไม่เคยรู้จัก เว้นแต่พลโท พระองค์เจ้าทศศิริวงศ์ ผู้บัญชาการกองพลที่ 4 ราชบุรี และพลตรีหม่อมเจ้า ทองฑีฆายุ ผู้บัญชาการกองพลที่ 2 ปราจีนบุรี

ซึ่งข้าพเจ้าเอะอะก็จะขึ้นบริหารประเทศชาติ รู้สึกว่าจะไปไม่ได้กี่วัน

ประการที่ 2 การเมืองมีการสลับซับซ้อนกันมาก เห็นตัวอย่างมาแล้ว ได้แก่พวกก่อการ 2475 พอทำการสำเร็จก็มีกบฏเกิดขึ้น 2-3 ครั้ง ทั้งพวกก่อการด้วยกันเอง ก็แตกแยกเป็นหลายก๊กหลายพวก ถึงกับคุมพรรคพวกรบกันเอง เพื่อจะครองอำนาจเป็นใหญ่ ก็มีหลายครั้ง

ยิ่งข้าพเจ้าไม่สนใจ และไม่มีความรู้ ตลอดจนไม่ได้ ศึกษาเรื่องการเมืองแม้แต่น้อย เท่ากับมีฐานะอยู่เพียงพื้นราบ จะกระโดดทีเดียวให้ถึงยอด

อาจจะตกลงมาคอหักตาย ด้วยกลไกวิถีทาง การเมือง ก็เป็นได้

ประการที่ 3 สมัยนี้โลกคับแคบด้วยความเจริญทางวิทยาศาสตร์ การสัญจรไปมาระหว่างประเทศ ซึ่งสมัยก่อนใช้เวลาไปมาตั้งเดือน มาสมัยนี้ใช้เวลาเพียง 1 วันเท่านั้น ย่อมจะมีประมุขของประเทศต่าง ๆ มาเยี่ยมเยือนไม่เว้นแต่ละเดือน

ถ้าถูกนายกรัฐมนตรีอย่างข้าพเจ้า โดย เอ บี ไม่กระดิกหู เพียงจะคุยเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ไปไม่ไหวเสียแล้ว จะเอาหน้าประเทศชาติไว้ที่ไหน

ประการที่ 4 ด้วยความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้ให้ความยุติธรรมต่อข้าพเจ้าหลายครั้ง

ครั้งแรกมีผู้ก่อการด้วยกัน มียศพันโทไม่เต็มขั้นอยู่ 2 นาย และข้าพเจ้ามีเงินเดือนไม่เต็มขั้นชั้นพันโทเช่นเดียวกัน แต่ข้าพเจ้าได้รับยศเป็นพันเอกก่อน ถึงกับผู้ก่อการทั้งสองได้เข้าไปต่อว่าต่อขานเอากับท่านว่า ข้าพเจ้ามีดีวิเศษอย่างไร

ข้าพเจ้าเข้าใจว่า ผลงานมณฑลทหารบกที่ 3 นครราชสีมา ซึ่งข้าพเจ้าครองตำแหน่งนี้อยู่ ได้ผลดีเด่นกว่าอีก 4 มณฑล

ต่อจากนั้น เมื่อสงครามมหาเอเชียบูรพา ข้าพเจ้าได้นำทหารกองพลที่ 3 เข้าตีและยึดเชียงตุงได้ ได้มีปากเสียงโต้ตอบกับแม่ทัพพายัพรุนแรงหลายครั้ง ทั้งรายงานข้ามหน้าแม่ทัพพายัพอีกด้วย

ถ้าจะพิจารณาวินัยทหารในเวลาสงครามแล้ว นับว่าข้าพเจ้ามีความผิดอย่างร้ายแรง แต่ด้วยความกรุณาปรานี เห็นอกข้าพเจ้าที่ทหารในกองพลที่ 3 ได้รับความลำบากยากแค้นแสนสาหัส ถึงกับส่ง

นายพล 3 นาย ขึ้นไปตรวจสอบสวนความเดือดร้อนของข้าพเจ้าและทหาร

ฉะนั้น การทำรัฐประหารครั้งนั้น ข้าพเจ้ามีความประสงค์อันแน่วแน่ ที่จะให้จอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อแก้คำวิพากษ์วิจารณ์ที่ไม่เป็นธรรม และเพื่อจรรโลงประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าต่อไป ด้วยเหตุผลทั้งสี่ประการที่กล่าวมาแล้ว ข้าพเจ้าจึงไม่สามารถเป็นนายกรัฐมนตรีได้.

”
w
วิกิพีเดีย มีบทความเกี่ยวกับ