ว่าแต่เขา อิเหนาเป็นเอง

จาก วิกิคำคม
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

ความเป็นมา[แก้ไข]

อิเหนา ถอนหมั้นบุษบา ไป อย่างไม่ไยดี ทั้ง ๆ ที่ยังไม่เคยเห็นหน้า คู่หมั้นคนนี้เลย ทั้งนี้เพราะอิเหนาไปเจอนางจินหราวาตีก่อน จึงหลงรักยิ่งนัก ผลของการถอนหมั้นครั้งนี้ ทำให้ท้าวดาหาพ่อของบุษบาโกรธมาก ถึงกับออกปากว่า หากเจ้าเมืองไหนมาขอก็จะยกให้ ไม่จำเป็นต้องเป็นกษัตริย์วงศ์เทวัญก็ได้ ( วงศ์เทวัญมี 4 เมือง กุเรปัน ดาหา สิงหัดส่าหรี และ กาหลัง ) ทำให้ กษัตริย์ต่าง ๆ มาแย่งชิงตัวนางบุษบา จนเกิดสงครามขึ้นที่เมืองดาหา (เมืองของบุษบา) อิเหนาซึ่งไปอยู่ที่ เมืองหมันหยา (เมืองของ จินตะหรา) ก็ได้รับจดหมายจากพ่อ ว่า ให้ยกทัพไปช่วยรบที่เมืองดาหา เพราะเป็นเมือง พี่น้องกัน แม้จะไม่ใช่ คู่หมั้น แต่ก็มีศักดิ์ เป็นพี่ อยู่

                                "แม้นไม่เลี้ยงบุษบาเห็นว่าชั่ว 
                              แต่เขารู้ว่าตัวนั้นเป็นพี่ 
                              อันองค์ท้าวดาหาธิบดี 
                              นั้นมิใช่อาหรือว่าไร "

อิเหนานั้น ไม่อยากจะจาก นางจินตะหราไปเลย แต่ก็ขัด คำสั่งพ่อไม่ได้ เพราะพ่อกำชับมาว่า หากไม่ยกทัพไปช่วย ก็ตัดพ่อตัดลูก ไม่ต้องเผาผีกันอีก

                                  "หากแม้นมิยกพลไกรไปช่วย 
                               ตัวเราม้วย ก็อย่า มาดูผี 
                               อย่าดูแม้เปลวอัคคี 
                               ต่อแต่นี้ขาดกันจนบรรลัย " 

อิเหนาจึงจำใจต้องยกทัพ อิเหนารำพึงถึงนางบุษบาว่า ทำไมถึงทำให้คนอื่นวุ่นวายขนาดนี้

                                  " บุษบาจะงามสักเพียงไร 
                               จึงต้องใจ ระตู ทุกบุรี 
                               มาหลงรัก รูปนางอยู่อย่างนั้น 
                               จะพากัน มอดม้วย ไม่พอที่ .." 

อิเหนาไปว่า กษัตริย์ที่มารบแย่งนางบุษบาว่า ผู้หญิงในโลกนี้ไม่มีแล้วรึไง มาแย่งอะไรอยู่กับนางบุษบาคนเดียว จนยอมเอาชีวิตเข้าแลก แต่ สุดท้าย คำพูดของอิเหนาก็เข้าตัว เพราะเมื่อเจอหน้านางบุษบา ก็ลืมจินตราวาตีไปเลย สมคำว่า " ว่าแต่เขา อิเหนาเป็นเอง "

ความหมาย[แก้ไข]

ว่าแต่ผู้อื่น แต่ตัวเองกลับทำเสียเอง

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้ไข]