อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ/09.11.2008

จาก วิกิคำคม
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

คำพูด[แก้ไข]

ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพทุกท่านครับ ก่อนอื่นในนามของพรรคประชาธิปัตย์ ขอกราบขอบพระคุณทุก ๆ ท่านที่ได้ให้ความกรุณากับพรรคประชาธิปัตย์ในค่ำคืนวันนี้ งานในค่ำคืนวันนี้เป็นงานระดมทุนของพรรคฯ ซึ่งเราจะยึดถือตามมาตรฐานของพรรคการเมืองในระดับสากล นั่นก็คือยืนยันว่าการทำงานของพรรคการเมืองนั้น จะต้องเป็นการทำงานของพรรคการเมืองที่เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง กิจกรรมทางการเมืองหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมีค่าใช้จ่าย ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ได้ใช้แนวทางในการระดมทุน โดยขอความกรุณาจากท่านทั้งหลายที่มีความเชื่อมั่น มีความศรัทธาในการทำงานของพรรค และสิ่งนี้ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้เป็นของผู้ใดผู้หนึ่ง แต่เป็นของพี่น้องประชาชน เป็นของสมาชิกพรรค และเป็นของสังคม เป็นของประเทศโดยส่วนรวม

ปีนี้ผมกราบขอบพระคุณเป็นพิเศษ เพราะผมทราบดีว่าในยามที่ท่านทั้งหลายประสบกับปัญหาในด้านของวิกฤติเศรษฐกิจที่กระทบกับพี่น้องประชาชนทุกคน ท่านก็ยังมีใจในการที่จะให้การสนับสนุนพวกเรา ยิ่งไปกว่านั้น ผมกราบขอบพระคุณเพราะว่าทุกวันนี้มีแต่พี่น้องประชาชนบ่นเบื่อหน่ายกับการเมือง พูดอย่างตรงไปตรงมาก็คือ ในวันนี้พี่น้องประชาชนมีความไม่พอใจกับการเมืองโดยส่วนรวมค่อนข้างมาก แต่ท่านทั้งหลายยังเป็นส่วนหนึ่งที่ได้ให้ความกรุณาสนับสนุนให้การเมืองของพรรคการเมือง การเมืองของระบบรัฐสภา เดินหน้าไปได้ ในนามของสมาชิกพรรคทุกคน ผมขอกราบขอบพระคุณท่านผู้มีอุปการคุณทุกท่านครับ

ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพครับ งานในวันนี้ที่พรรคประชาธิปัตย์จัดขึ้น เราใช้ชื่อว่า "เชื่อมั่นประเทศไทย มั่นใจประชาธิปัตย์"หลายคนอาจจะมีคำถามในใจว่า ในขณะที่บ้านเมืองสับสน วุ่นวาย ในขณะที่เรากำลังบ่นถึงปัญหาเศรษฐกิจที่รุมเร้าเข้ามา มีเหตุผลอะไรที่จะยังเชื่อมั่นในประเทศไทย

ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านทั้งหลายและพี่น้องประชาชนว่า ผมและพรรคประชาธิปัตย์ยังเชื่อมั่นในประเทศไทย ยังเชื่อมั่นในคนไทย 100 เปอร์เซ็นต์ครับ

และผมมีเหตุผลว่า ทำไมเรายังเชื่อมั่นในประเทศของเรา ในคนของเราได้ ท่านดูสิครับว่า ในขณะที่วิกฤติเศรษฐกิจ โดยเฉพาะวิกฤติทางการเงินเกิดขึ้นทั่วโลก สถาบันการเงิน ระบบการเงินของไทย จากการที่เราได้เรียนรู้จากบทเรียนที่เจ็บปวดเมื่อปี พ.ศ. 2540 มีการปรับโครงสร้าง ประชาธิปัตย์นี่แหละครับ ! ร่วมทุกข์มากับพี่น้องประชาชน นำบ้านเมืองฟันฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจที่รุนแรง เพื่อให้เรามีความเข้มแข็งขึ้น บัดนี้ทั่วโลกยอมรับครับว่า ในแง่ของผลกระทบโดยตรงจากวิกฤติทางการเงินของต่างประเทศ ประเทศไทยเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างน้อย และอยู่ในฐานะที่ดีกว่าหลายต่อหลายประเทศทั้งในภูมิภาคนี้และภูมิภาคอื่น

ผมยังเชื่อมั่นในประเทศไทยเพราะว่า มีอยู่ไม่กี่ประเทศในโลกครับ ที่ยังสามารถที่จะผลิตอาหารมากกว่าความต้องการในประเทศส่งออก เรายังเห็นการเป็นผู้นำในด้านการส่งออกอาหาร เราไม่ต้องวิตกกังวลเหมือนกับในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ที่ทั่วโลกกังวลว่า โลกนี้จะเผชิญกับภาวการณ์ขาดแคลนอาหาร เราจะไม่ขาดแคลน และเรายังจะเป็นประเทศหนึ่งที่ช่วยแก้ปัญหาภาวะความขาดแคลนของโลก

ผมยังเชื่อมั่นประเทศไทยเพราะว่า ท่ามกลางวิกฤติพลังงานที่เกิดขึ้น เราก็มีศักยภาพ มีศักยภาพที่จะใช้พื้นที่ในประเทศของเรานั้น สร้างชีวิตใหม่ สร้างรายได้ใหม่ให้กับพี่น้องเกษตรกร โดยการใช้พืชผลของเราไปผลิตเป็นพลังงานทดแทน จะเป็นอ้อย จะเป็นมันสำปะหลัง จะเป็นปาล์ม ซึ่งเราสามารถทำได้โดยไม่กระทบกระเทือนความเพียงพอของอาหารที่เราจะมีทั้งไว้บริโภค และไว้ส่งออก

ผมยังเชื่อมั่นในความสามารถของธุรกิจภาคเอกชนของไทย ท่านทั้งหลายซึ่งหลายคนนั่งอยู่ในที่นี้ ฟันฝ่ามาตั้งแต่ปัญหาค่าเงินบาทแข็ง ตั้งแต่ปัญหาราคาน้ำมันแพง จนกระทั่งแม้แต่เรื่องของวิกฤติการเงินที่เกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบัน ท่านฟันฝ่ามาได้ ผมแทบจะบอกว่าโดยรัฐบาลไม่ได้ช่วยท่านครับ ท่านฟันฝ่าด้วยความสามารถของท่านเอง นี่คือความสามารถของธุรกิจไทย นี่คือความสามารถของคนไทยที่พรรคประชาธิปัตย์ยังเชื่อมั่นครับ

แม้ในสถานการณ์ที่เราวิตกกังวลกันถึงเรื่องของปัญหาต่าง ๆ ที่รุมเร้า เรายังมีชาวโลก หรือชาวต่างประเทศอีกจำนวนหนึ่งซึ่งยังเอาใจช่วยเรา ในช่วงที่มีปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนตุลาคมนั้น ผมยกตัวอย่างให้เห็นว่า กลุ่มนักธุรกิจชาวอังกฤษที่ลงทุนในประเทศไทย หอการค้าอังกฤษ เขาเดินทางไปประเทศอังกฤษไปทำ Road Show ไปทำโดยไปยืนยันว่า ธุรกิจที่นี่ไปได้ ธุรกิจที่นี่มีศักยภาพ แม้ว่าจะมีความวุ่นวายทางการเมืองอย่างไร เขาไปในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ด้วย แต่ทราบว่าก็ได้รับความสนใจจากนักลงทุนและผมเชื่อว่าไม่ใช่เฉพาะประเทศอังกฤษ นักลงทุนชาวญี่ปุ่น นักลงทุนอีกหลายต่อหลายชาติยืนยันกับผมครับว่า ถ้าเพื่อนร่วมชาติของเขาสามารถที่จะรู้จักประเทศไทยได้ดีกว่าข่าวที่ปรากฏไปทาง CNN ทาง BBC เรื่องการประท้วงก็คงจะมาร่วมลงทุนที่นี่

แม้แต่เรื่องของการท่องเที่ยวครับ ก็ยังมีชาวโลกจำนวนมากซึ่งยังมองเห็นประเทศไทยว่ามีศักยภาพทางด้านการท่องเที่ยวทุก ๆ ด้าน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้ผมและพรรคประชาธิปัตย์ยังมั่นใจ ยังเชื่อมั่นในประเทศของเรา

ที่สำคัญครับ คนของเราก็ยังเป็นจุดแข็ง ใครจะมองอย่างไรก็แล้วแต่ ใครจะคิดว่าระบบของเราหลาย ๆ อย่างล้มเหลว ถ้าเราบอกระบบการศึกษาของเราล้มเหลว ผมก็ยังเห็นเด็กไทยไปคว้ารางวัลได้เหรียญทองโอลิมปิค ในการแข่งขันทางวิชาการ

ใครจะว่าประเทศไทยมีความขัดแย้งกันสูง แต่ผมจำได้ว่าในวันที่น้ำท่วม ประชาธิปัตย์แค่เพียงบอกขอเปิดศูนย์รับบริจาค ไม่ถึง 1 วัน เงินหลักล้านเข้ามา เพราะคนไทยยังมีความห่วงใยซึ่งกันและกันและต้องการเห็นพี่น้องคนไทยนั้นมีการใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข ไม่ทุกข์ไปกับภัยธรรมชาติ และผมยังเห็นความรักชาติของพี่น้องคนไทย ผมเดินทางไปร่วมงานพระราชทานเพลิงศพของทหารที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ปะทะที่ชายแดนไทย - กัมพูชา พี่น้องประชาชนไปร่วมงานจำนวนมาก ยืนยันว่าจะเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องทหารของเราที่พร้อมปกป้องอธิปไตยของชาติ

สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้เราสามารถเชื่อมั่นและศรัทธาในประเทศของเราและคนของเราได้ แล้วถ้าเรารู้จักมองสิ่งต่าง ๆ ในแง่ดี ผมเชื่อว่ายังมีอีกหลายอย่างซึ่งบางทีคนของเรามองข้าม

วันนี้เราพูดกันมากเรื่องความขัดแย้งระหว่างสีเสื้อ แต่พูดก็พูดเถอะครับ คนที่สวมเสื้อเหลืองไปตากแดด ตากฝนอยู่ในทำเนียบ แล้วเวลาเขาบาดเจ็บ เขามีปัญหา ผมไปเยี่ยมตามโรงพยาบาล เขาไม่ได้บ่นเรื่องตัวเขา เขาเพียงแต่บอกว่าเขาไปต่อสู้เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

และพูดให้ความเป็นธรรมกับคนเสื้อแดงครับ คนเสื้อแดงที่ไปแสดงพลังต่อต้านการรัฐประหารด้วยความบริสุทธิ์ใจก็มี นี่คือความเข้มแข็งของคนไทยที่มีความเชื่อมั่นในเรื่องของหลักการ หรือความเชื่อของตัวเอง จะปกป้องประชาธิปไตย หรือจะปกป้องสถาบันหลักของชาติ อยู่ที่ว่าเราจะเอาความเข้มแข็ง ความดีงามที่อยู่ในคนทุกคนนั้นมาใช้ให้เป็นประโยชน์ได้หรือไม่

วันนี้อย่างที่ผมเรียนครับ เรามองเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองแล้วเราก็มีความทุกข์ กังวลใจกับการแบ่งฝัก แบ่งฝ่าย แบ่งสี แต่ผมเชื่อเลยว่าในจิตใจของพวกเราคนไทยส่วนใหญ่เราอยากกลับไปคิดถึง สีแดง ที่เป็นหนึ่งในสามสีของธงชาติ ที่หมายถึงสถาบันชาติ เราอยากกลับไประลึกถึงสีเหลืองที่เต็มลานพระรูป เต็มท้องถนนราชดำเนินในวันที่เราร่วมกันถวายความจงรักภักดีให้องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน ผมยังเชื่อครับว่า ยังไม่สายเกินไป

ถ้าประชาชนชาวอเมริกาเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาบอกว่า ความเลวร้ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงเขาสามารถไปยืนยันให้ชาวโลกเห็นผ่านกระบวนการการเลือกตั้งวันนี้ว่า ความฝันของอเมริกันยังอยู่เหมือนเดิมฉันท์ใด ผมก็เชื่อว่าให้โอกาสประชาชนคนไทยเราก็จะยืนยันว่าสยามเมืองยิ้มยังอยู่ครับ

แต่ความแข็งแกร่ง ความดีงาม ที่อยู่ในประเทศของเราขณะนี้ ผมพูดอย่างตรงไปตรงมาครับ ไม่อ้อมค้อม กำลังถูกทำลายโดยเรื่องเดียวครับ การเมืองที่ล้มเหลวง การเมืองที่กลายเป็นอุปสรรคต่อการที่จะนำพาบ้านเมืองของเราให้เดินไปข้างหน้า การเมืองซึ่งนำมาสู่ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบัน และสุดท้ายคนที่เดือดร้อนอาจจะไม่ใช่คนที่อยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง แต่พี่น้องประชาชนคนธรรมดาทุกคนที่เจอกับปัญหาปากท้อง ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาสังคม ที่ไม่ได้รับการแก้ไข

น่าเสียดายครับ ในขณะที่ผมได้พูดถึงศักยภาพของประเทศในเรื่องของการเกษตร แต่การเมืองที่ล้มเหลว การเมืองที่ขัดแย้งนั้นเป็นการเมืองที่ทำให้ภาคเกษตรของเราถูกทอดทิ้ง เกิดน้ำท่วมใหญ่ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน พวกเราไปเยี่ยม เชื่อไม๊ครับว่าไปเยี่ยมเขาปีนี้เขายังรอคอยเงินช่วยเหลือ เงินชดเชย ตั้งแต่น้ำท่วมปี 2549 และจนถึงวันนี้ผมตรวจสอบไปล่าสุด เงินที่จะเข้าไปชดเชยให้กับพี่น้องเกษตรกรในเรื่องน้ำท่วมก็ยังไปไม่ถึง ในขณะที่เราก็กำลังพูดถึงว่าทำอย่างไรจะให้มีเงินหมุนเวียนหรือเกิดสภาพคล่อง

ผมไปที่เพชรบูรณ์ในขณะนั้นปัญหาของพี่น้องที่ทำข้าวโพดไม่ได้รับการดูแล ไม่ได้รับการเหลียวแล ต้องมีการเดินขบวน ต้องมีการปิดถนน สุดท้ายครับจะเห็นว่าต้องปิดถนนก่อน การเมืองถึงจะเข้าไป ต้องปิดถนนก่อนถึงจะมีการตัดสินใจว่าจะเข้าไปแทรกแซงหรือไม่

แต่ที่ซ้ำร้ายไปกว่านั้นก็คือ การเมืองที่ไม่เอาใจใส่ ประกาศโครงการทั้งหลายไปแล้วในขณะนี้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องข้าว หรือเรื่องอื่นใด เอาเข้าจริง ๆ ในทางปฏิบัติยังเริ่มต้นไม่ได้ ไม่นับว่าการตอบสนองของการเมืองขณะนี้เป็นเรื่องเฉพาะหน้าทั้งสิ้นครับ ยังไม่มีคำตอบเลยว่า วันข้างหน้าเราจะมีระบบที่ดีกว่าสำหรับพี่น้องชาวเกษตรกรอย่างไร ที่แทรกแซงไปทุกวันนี้สินค้าเกษตรที่จะไปล้นสต็อกอยู่จะมีการระบายออกไม่ให้เป็นปัญหาย้อนกลับมายังประเทศอย่างไร วันข้างหน้าจะมีระบบในเรื่องของการประกันภัยพืชผล จะมีระบบในเรื่องของการแทรกแซงที่ทันการณ์ที่จะมาอุ้มชูภาคการเกษตรของเราอย่างไร การเมืองที่ล้มเหลววันนี้ไม่มีคำตอบ

ผมมีโอกาสเข้าไปพบกับเจ้าของโรงงานหลายแห่งขณะนี้เริ่มรู้ตัวแล้วว่าคำสั่งซื้อจากต่างประเทศเริ่มลดลง ขณะนี้เริ่มมองเห็นแล้วว่าปัญหาสภาพคล่อง ปัญหาสินเชื่อรุนแรงขึ้น แต่วันนี้เราก็ยังรอคอยมาตรการที่เป็นรูปธรรมว่าเมื่อไหร่ เราจะมีการเมืองที่สามารถเข้ามาแก้ปัญหาทันต่อเหตุการณ์ป้องกันไม่ให้การชะลอตัวของเศรษฐกิจกระทบกับทั้งผู้ประกอบกิจการ ทั้งพี่น้องที่เป็นลูกจ้างคนงานจากปัญหาที่จะรุนแรงขึ้นในปีหน้า

ผมมีโอกาสพบกับผู้ประกอบการที่ทำงานในเรื่องของการท่องเที่ยว ในเรื่องของโรงแรมเช่นเดียวกัน ต้องลุ้นอยู่ทุกวันว่าไม่รู้ว่าจะมีเหตุการณ์ร้ายแรงอะไร เมื่อไหร่ ใครจะสั่งยกเลิก แล้วทั้งหลายทั้งปวงนี้ย้อนกลับไปสู่พี่น้องประชาชนทั้งสิ้น

ไม่มีความมั่นคงในเรื่องการงาน ไม่มีความมั่นคงในเรื่องรายได้ และการเมืองที่ล้มเหลวก็ไม่สามารถที่จะไปช่วยแก้ปัญหาลดภาระของเขาได้อย่างเป็นระบบ ทำไมวันที่น้ำมันในตลาดโลกมันขึ้นเอา ขึ้นเอา ข้าวของที่พี่น้องประชาชนซื้อ ปุ๋ยที่เกษตรกรใช้ราคาพุ่งสูงขึ้นทันที แต่ทำไมวันนี้พอราคาน้ำมันในตลาดโลกลง ทุกสิ่งทุกอย่างลงช้าหมด หรือไม่ลงเลย

สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมคิดว่า พี่น้องประชาชนคนไทยมีสิทธิ์ตั้งคำถามกับการเมือง ว่าการเมืองทำอะไรกันอยู่ การเมืองไปอยู่ที่ไหนและผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนและของประเทศไปอยู่ที่ไหน

ผมกราบเรียนกับท่านทั้งหลายว่า การเมืองที่ล้มเหลวนั้น มีรากเหง้ามีที่มาจากการเมืองที่เห็นแก่ตัว เห็นแก่พวก และการเมืองที่ทุจริต นี่คือต้นตอของปัญหาทั้งหมด การขาดความโปร่งใส การมีผลประโยชน์ทับซ้อน การคิดถึงแต่พวก ถึงพ้อง หรือถึงผู้มีอำนาจเก่า สร้างความคลางแคลงใจให้กับประชาชนจำนวนมาก คือที่มาของความขัดแย้งทางการเมืองที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

ไม่มีประชาชนที่ไหนหรอกครับ อยากมานั่งมานอนชุมนุมตากแดดตากฝน แต่เราจะเห็นด้วยกับเขาหรือไม่ก็ตามต้องยอมรับว่าความไม่เป็นธรรมความไม่โปร่งใสที่เกิดขึ้นคือต้นตอของปัญหา แต่จะให้เราโทษแต่เพียงรัฐบาลก็คงไม่ได้ ต้องยอมรับเช่นเดียวกันว่าเมื่อการชุมนุมดำเนินไปหลายเรื่องก็เกินขอบเขต มีการกระทำที่ผิดกฎหมาย และเป็นเรื่องยากที่ใครฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะควบคุมไม่ให้เกิดความรุนแรงไม่ให้เกิดความสูญเสียได้ ในฐานะนักการเมือง ในฐานะพรรคการเมือง ผมและพรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องร่วมรับผิดชอบ ผมก็เสียใจว่าเราไม่สามารถหยุดยั้งความสูญเสีย และความรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมได้ และทุกวันนี้ก็ไม่สบายใจว่าการเมืองยังไม่สามารถให้คำตอบกับพี่น้องประชาชนที่ยังเชื่อมั่น ที่ยังศรัทธาในประเทศของเรา และคนของเราได้

แต่ผมอยากกราบเรียนท่านทั้งหลายว่า ผมขอให้ท่านได้มั่นใจว่าจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ชัดเจน เรายังจะเดินหน้าทำทุกวิถีทางเพื่อให้ความสงบสุขเกิดขึ้น ให้การเมืองเดินออกจากวิกฤติเพื่อให้ประเทศเดินหน้า รับมือกับปัญหาเฉพาะหน้า แต่ที่สำคัญกว่าคือจะได้มีการเมือง มีรัฐบาลที่พร้อมที่จะแก้ปัญหาในระยะยาว ให้การเดินไปข้างหน้าของเรามีความยั่งยืน ยืนอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง

ที่จริงแล้วความขัดแย้งอย่างที่เราเผชิญอยู่ทุกสังคมมีครับ แล้วหัวใจของการคลายความขัดแย้งนั้นมันมีหลักง่าย ๆ ใช้ 2 กระบวนการ ถ้าเป็นความขัดแย้งในทางความคิดในเชิงนโยบาย ในเชิงวิสัยทัศน์ อยากจะให้บ้านเมืองเดินไปทางไหน เราใช้วิถีทางประชาธิปไตย เราใช้การเลือกตั้ง เราใช้เสียงข้างมาก ประชาธิปัตย์ยืนยันว่าเรายังเชื่อมั่นในกระบวนการประชาธิปไตย เชื่อมั่นในกระบวนการของการเลือกตั้ง เชื่อมั่นในระบบรัฐสภา และเรายอมรับการตัดสินใจของพี่น้องประชาชน ที่ผ่านมาเราก็ยืนยันเช่นนั้น และพร้อมทำหน้าที่ของเสียงข้างน้อยของฝ่ายตรวจสอบอย่างรับผิดชอบ อย่างสร้างสรรค์

แต่กระบวนการประชาธิปไตยนั้นเป็นเพียงครึ่งหนึ่งของการคลายความขัดแย้ง อีกครึ่งหนึ่งก็คือกระบวนการยุติธรรม ที่ต้องมาตัดสินว่าอะไรถูกอะไรผิด ใครถูกใครผิด ปัญหาในบ้านเมืองของเราจะไม่มีเลยครับถ้าเราไม่เอา 2 ส่วนนี้มาปะปนกันแล้วสับสน

ถ้าเรายอมรับว่าเสียงข้างมากนั้นเอาไว้ตัดสินในเรื่องของนโยบาย ในเรื่องของการเมือง แต่ไม่ใช่เสียงข้างมากลากไป ทำผิดให้เป็นถูก วิกฤติจะไม่เกิด

เราอ่านรัฐธรรมนูญเขาเขียนว่า ส.ส. ส.ว. เป็นตัวแทนปวงชนชาวไทย เขาเขียนอันนั้นไว้เตือนสติ ส.ส. ส.ว. เขาไม่ได้เขียนให้ ส.ส. ส.ว. ไปเบ่ง ไปอ้างว่าฉันคือตัวแทนปวงชนชาวไทย เราพูดถึงความชอบธรรมของคนที่มาจากการเลือกตั้ง ใช่ครับ แต่นั่นควรจะเป็นจุดที่เตือนสำนึกของคนที่มาจากการเลือกตั้งว่า หน้าที่ของคุณคือทำงานให้คนที่เลือกคุณมา ไม่ใช่อ้างการมาจากการเลือกตั้งเป็นเกราะกำบังว่าไม่ต้องรับผิดชอบหรือจะทำอะไรได้ตามใจชอบ เราต้องแยกแยะตรงนี้

เช่นเดียวกันครับ กระบวนการยุติธรรมก็ต้องยืนหยัดอยู่ในหลักว่า ตัดสินผิดถูกตามกฎหมาย ไม่ใช่การตัดสินโดยมีเป้าหมาย หรือวัตถุประสงค์ทางการเมือง ถ้าเรายืนยัน 2 หลักตรงนี้ได้ ผมมั่นใจครับว่า ทางออกจากวิกฤติการเมืองในวันนี้มีแน่นอน

ผมอยากจะกราบเรียนกับพี่น้องครับว่าที่ผ่านมาผมมีโอกาสเสนอทางออกให้กับประเทศหลายครั้ง แต่ไม่เคยมีอำนาจในการตัดสินใจตรงนั้น มีคนเคยวิพากษ์วิจารณ์เรื่องของการขอให้มีการใช้มาตรา 7 ผมไม่เคยขอให้มีการใช้มาตรา 7 ที่ขัดกับรัฐธรรมนูญ ผมเคยขอให้ท่านนายกฯ ทักษิณ กับคณะในขณะนั้นลาออกเพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขตามมาตรา 7 ซึ่งเป็นไปตามหลักประชาธิปไตยทุกอย่างและผมเสนอวันนั้นเพราะหวังจะป้องกันไม่ให้บ้านเมืองเดินเข้าสู่การปฏิวัติรัฐประหาร เสียดายว่าในที่สุดบ้านเมืองก็ต้องเดินเข้าสู่การรัฐประหาร

ตั้งแต่สมัยของท่านนายกฯ สมัคร ผมก็เคยเสนอครับว่า ทางออกที่ดีที่สุดของประเทศคือการยุบสภา ให้ประชาชนตัดสินใจใหม่ ประเทศไปตั้งหลักกันใหม่ พรรคการเมืองไปตั้งหลักกันใหม่ ผู้ชุมนุมกลับบ้านไปตั้งหลักกันใหม่ แต่ว่าในที่สุดวันนี้ท่านนายก ฯ สมัคร ท่านนายกฯ สมชาย ก็ยังเชื่อว่าไม่จำเป็นต้องมีการยุบสภา ข้อเสนอทุกครั้งของผม ผมเสนอโดยไม่ได้คิดถึงตัวเองเลยครับ

ทุกครั้งที่เสนอไม่ได้เป็นข้อเสนอที่จะทำให้พรรคประชาธิปัตย์เข้าไปอยู่ในอำนาจ เข้าไปอยู่ในตำแหน่ง หลายข้อเสนอผมทำทั้ง ๆ ที่รู้ว่า ถ้าทำแล้วเราเสียเปรียบแต่ผมเสนอด้วยความตั้งใจว่านี่คือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประเทศ

ผมอยากจะกราบเรียนพี่น้องว่าวันนี้เช่นเดียวกันครับ วันนี้เช่นเดียวกันก็คือ ผมก็ยังเรียกร้องให้เรามีทางออกจากวิกฤติที่เกิดขึ้น ผมเชื่อว่าไม่ว่าใครจะมีความฝักใฝ่ทางการเมืองอย่างไรก็ตาม เราอยากมีรัฐบาลที่คนยอมรับ เราอยากมีรัฐบาลที่ใช้ทำเนียบรัฐบาลได้ครับ เราอยากให้ผู้ชุมนุมใช้สิทธิ์ของตัวเองอยู่ในขอบเขต อยู่ภายใต้กฎหมายถ้ามีความจำเป็นที่จะต้องลุกขึ้นมาต่อสู้กับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

และวันนี้ผมก็ยืนยันครับว่า เราก็ต้องเรียกร้องให้รัฐบาลและพันธมิตรบรรลุข้อตกลงให้ได้ แต่การจะบรรลุข้อตกลงได้นั้น ย้อนกลับไปในสิ่งที่ผมพูดก็คือว่าเราต้องเคารพในประชาธิปไตยและกระบวนการยุติธรรม ผมอยากให้รัฐบาลในฐานะที่เป็นผู้นำประเทศนั้นเป็นผู้เริ่มต้น วันนี้มีเพื่อนพรรคการเมืองโดยเฉพาะพรรคร่วมรัฐบาลมาอยู่ที่นี่นะครับ ผมก็ขอบพระคุณที่ท่านให้เกียรติพวกเรา ฝากไปถึงท่านด้วยครับจะออกจากวิกฤติวันนี้รัฐบาลต้องหยุดสร้างเงื่อนไขความขัดแย้ง รัฐบาลต้องแสดงให้เห็นว่าการเมืองจะนึกถึงประชาชนก่อน ไม่มีเหตุผลอะไรวันนี้ที่รัฐบาลมาหมกมุ่นอยู่กับเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ เรื่องสสร. เรื่องนิรโทษกรรม เรื่องแก้กฎหมาย คปค. หรืออะไรทั้งสิ้นครับ ไม่มีเหตุผลครับ

แทนที่ท่านจะคิดว่าเรื่องนี้จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ทันสมัยประชุมนี้ ผมขอเสนอเลยครับ ท่านเลิกเรื่องเหล่านี้ครับ มาคิดดีกว่าว่าเงินแสนล้านงบประมาณกลางปีทำอย่างไร ผ่านสภาฯ ให้ได้เร็วที่สุดพวกผมจะช่วย ไปช่วยเศรษฐกิจ ไปช่วยพี่น้องประชาชนทั้งประเทศให้เร็วที่สุดครับ

ทำไมท่านจะยังบอกว่า เรื่องรัฐธรรมนูญต้องทำให้เสร็จสมัยประชุมนี้ แต่งบประมาณกลางปีท่านรองนายกฯ บอกเงินไปถึงมือประชาชนเมษาฯ หน้า ผมยืนยันครับว่าวันนี้รัฐบาลถอยก้าวนี้ก้าวแรก ประชาธิปัตย์ฝ่ายค้านจะให้ความร่วมมือในการผ่านงบประมาณกลางปีของท่านให้เร็วที่สุดเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้ประชาชนมองเห็นความหวังว่า รัฐบาล -ฝ่ายค้าน จับมือได้เมื่อผลประโยชน์ของประชาชนคือสิ่งที่เราต้องการจะทำ

และนอกเหนือจากการหยุดเงื่อนไขความขัดแย้งตรงนี้ทำเรื่องของเศรษฐกิจให้เรียบร้อยและจำเป็นต้องทำโดยเร็วไม่ว่าจะเป็นการนำเอาโครงการที่จะไปเพิ่มอำนาจซื้อให้ประชาชน หรือไปสร้างงานในชนบท หรือจะไปเพิ่มทุนเพื่อที่จะให้ธนาคาร สถาบันการเงินต่าง ๆ สามารถที่จะปล่อยสินเชื่อ ไม่ทำให้คนเกิดปัญหาสภาพคล่องในช่วงข้างหน้า ถ้าเราหันเข็มมาตรงนี้แล้วขณะเดียวกันรัฐบาลเคารพการสอบสวนเกี่ยวกับเรื่องของเหตุการณ์ในวันที่ 7 กรรมการสิทธิมนุษยชนก็ดี ปปช.ก็ดี เป็นองค์กรอิสระที่กำลังทำเรื่องนี้อยู่ ผมก็อยากจะให้องค์กรเหล่านั้นเร่งรัดเอาความจริงออกมา และถ้าผลเป็นอย่างไรรัฐบาลแสดงความเคารพ เอาคนที่เกี่ยวข้องมาแสดงความรับผิดชอบ ผมถือว่าถ้าทำได้เช่นนี้ ผมก็อยากให้พันธมิตรมาเจรจาหาข้อตกลงกับรัฐบาล เรื่องรัฐธรรมนูญ เรื่องการเมืองใหม่เอามาคุยกันครับ คุยกันหลังจากที่เราได้ผนึกกำลังแก้ปัญหาเศรษฐกิจตรงนี้ในระยะเฉพาะหน้า คุยกันหลังจากที่เราแสดงเจตนารมณ์ชัดเจนว่าไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย รวมทั้งคนถืออำนาจรัฐที่ต้องรับผิดชอบกับความสูญเสียที่เกิดขึ้นก็มาคุยกันว่า จะปฏิรูปการเมืองด้วยกันอย่างไร เพราะรัฐบาลก็ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พันธมิตรก็ต้องการการเมืองใหม่ แต่การเมืองใหม่ของพันธมิตรต้องไม่มาด้วยวิธีอื่นนอกจากตามวิถีทางของรัฐธรรมนูญ จะทำ สสร. หรือไม่ มาคุยกันก่อน ให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย อย่างนั้นเราจึงจะมี สสร. หรือจะมีกระบวนการแก้รัฐธรรมนูญ หรือปฏิรูปการเมืองเพื่อสมานฉันท์อย่างแท้จริง ลำดับอย่างนี้ได้ไม๊ล่ะครับ

ผมคิดว่าถ้าเราลำดับกันอย่างนี้ ผมเชื่อว่าประชาชนทุกภาคส่วนในสังคม ยอมรับได้ เราก็จะผ่านการทำงานที่สำคัญ ๆ โดยเฉพาะงานพระราชพิธีให้ลุล่วงไปด้วยความราบรื่น และเมื่องานตรงนี้มีความชัดเจนเดินไปข้างหน้าได้ ก็คืนอำนาจให้ประชาชน กลับไปตั้งหลักกันทุกฝ่ายครับ คืนอำนาจให้ประชาชนเพื่อที่จะได้เริ่มต้นกันใหม่ ไม่มีความคลางแคลงใจอะไรกันอีกต่อไป รัฐบาลก็ยังเป็นผู้รักษาการมีความได้เปรียบในทางการเมือง พวกผมไม่ว่า พันธมิตรหรือผู้ชุมนุมทางการเมืองก็ทำหน้าที่ช่วยกันดูแลตรวจสอบว่าการเลือกตั้งเป็นไปอย่างสุจริต เที่ยงธรรม และการคืนอำนาจให้กับประชาชนนี่แหละครับ จะเป็นการฟื้นศรัทธาในระบอบประชาธิปไตยและฟื้นศรัทธาในประเทศของเราในคนของเรา

มาแข่งขันกันครับ แต่ไม่แข่งขันกันบนความชอบ ความเกลียด ความขัดแย้ง ไม่ใช่แข่งขันกันโดยยังมีเงาของอดีตผู้นำมาทับอยู่เป็นประเด็นของสังคม ประเทศไทยต้องเดินหน้า ต้องเดินผ่านตรงนั้นไปแล้ว มาแข่งขันกันดีกว่าว่า วิสัยทัศน์ ทิศทาง แนวทางของประเทศเราจะเป็นอย่างไร มาแข่งขันกันดีกว่าว่า ใครที่จะสามารถลงทุนที่จะทำให้ประเทศนี้มีขีดความสามารถในการแข่งขัน มีความพร้อมทั้งเรื่องคน ทั้งเรื่องเทคโนโลยี ทั้งเรื่องกติกาต่าง ๆ มาแข่งขันกันดีกว่าว่า แนวทางที่จะทำให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง ความมั่งคั่งที่กระจายไปให้กับคนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะอยู่ในภาคเกษตร อุตสาหกรรม หรือภาคบริการจะเป็นอย่างไร และมาแข่งขันที่จะบอกกันด้วยครับว่า ใครจะชนะ ใครจะแพ้ พื้นที่ไหนจะเลือกพรรคใดก็ตามแต่คนชนะจะดูแลพี่น้องประชาชนทุกคนทุกภาคเท่าเทียมกัน

หนทางนี้เท่านั้นครับที่จะเป็นหนทางที่เป็นทางออกจากวิกฤติ ผมให้ความมั่นใจกับท่านผู้มีเกียรติทั้งหลายในที่นี้และกับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศว่า

ประชาธิปัตย์พร้อมที่จะเดินในแนวทางนี้

ประชาธิปัตย์พร้อมที่จะทำหน้าที่ของเราในฐานะพรรคการเมืองที่ดีในระบบรัฐสภา

พรรคประชาธิปัตย์พร้อมที่จะนำเสนอแนวนโยบายต่าง ๆ ที่เราเชื่อมั่นว่าจะนำพาประเทศ ไม่เพียงแต่ออกจากวิกฤติ แต่กลับคืนมา มาเป็นประเทศที่ทั่วโลกจับตามอง และชื่นชมในศักยภาพของประเทศเรา ของคนของเรา

ที่สำคัญที่สุด ประชาธิปัตย์พร้อมที่จะเสนอตัวเองเป็นรัฐบาลที่ซื่อสัตย์ ไม่มีผลประโยชน์อื่นใดเหนือประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ เพื่อนำความยิ่งใหญ่กลับมาสู่ประเทศชาติบ้านเมืองของเราให้คนไทยทุกคนภูมิใจในความเป็นไทยครับ

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้ไข]