สืบ นาคะเสถียร

จาก Wikiquote

ข้ามไปที่: นำทาง, สืบค้น
w
วิกิพีเดีย มีบทความเกี่ยวกับ

สืบ นาคะเสถียร นักอนุรักษ์และวิชาการด้านทรัพยากรธรรมชาติคนสำคัญของไทย มีบทบาทและชื่อเสียง จากการทำงานอนุรักษ์และปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ป่า ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง

เนื้อหา

[แก้ไข] แนวคิดและอุดมการณ์ของสืบ

  • "ผมมารับงานที่นี่ โดยเอาชีวิตเป็นเดิมพัน"
  • "ผมหันมาสนใจงานวิจัยมากกว่าที่จะวิ่งไปจับคน เพราะรู้ว่าจับได้แต่คนตัวเล็ก ๆ ตัวใหญ่ ๆ จับไม่ได้ ก็เลยอึดอัดว่ากฎหมายบ้านเมืองนั้นมันใช้ไม่ได้กับทุกคน มันเหมือนกับว่าเราไม่ยุติธรรมเรารังแกชาวบ้าน"
ผมคิดว่า ชีวิตผมทำได้ดีที่สุดแล้ว เท่าที่ผมมีชีวิตอยู่ 
ผมคิดว่า ผมได้ช่วยเหลือสังคมดีแล้ว 
ผมคิดว่า ผมได้ทำตามกำลังของผมดีแล้ว 
และ...ผมพอใจ ผมภูมิใจสิ่งที่ผมทำ ...

[แก้ไข] แนวความคิดเรื่องการอนุรักษ์และการพัฒนา

  • หนังสือเสียงเพรียกจากพงไพร. ธันวาคม 2533 - ...แต่อย่างไรก็ตาม การอนุรักษ์ทรัพยากรอย่างใดอย่างหนึ่ง มิได้หมายถึงการเก็บรักษาโดยไม่นำมาใช้ประโยชน์ แต่เป็นการใช้อย่างถูกต้อง โดยวิธีที่จะใช้ทรัพยากรที่เหลืออยู่ดังกล่าว สามารถอำนวยประโยชน์ไม่เฉพาะทางใดทางหนึ่ง แต่สามารถอำนวยประโยชน์ให้ในทุก ๆ ด้าน และยังคงมีเหลืออยู่มาก พอที่จะเป็นทุนให้เกิดการพอกพูนขึ้นมาใช้ประโยชน์ได้อีก และยั่งยืนต่อไปในอนาคต. ดังนั้น ผลที่จะเกิดขึ้นจากการอนุรักษ์ มิได้เป็นประโยชน์เฉพาะคนที่อยู่ในปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังคงสามารถอำนวยประโยชน์ต่อไปชั่วลูกชั่วหลานต่างหาก
  • สารคดี ฉบับ 65หน้า 95, กรกฎาคม 2533 - ผมอยากเห็นว่า เราควรจะเปลี่ยนแนวทางที่จะพัฒนา ในความเห็นส่วนตัว ผมไม่เห็นด้วยกับ การดำเนินการพัฒนาโดยใช้ทรัพยากรที่เหลืออยู่น้อยนิดนี้ ผมไม่เห็นด้วยที่มัวพูดกันว่า เราจะใช้ทรัพยากรอย่างไรเพื่อการพัฒนาประเทศ แต่เราควรจะหันมาสนใจว่า เราจะรักษา สภาวะแวดล้อมหรือทรัพยากรที่เหลืออยู่จำกัดได้อย่างไร เราต้องประหยัดการใช้ใช่ไหม เราจะต้องหามาตรการควบคุมในทางปฏิบัติให้ได้
  • สารคดี ฉบับ 65 หน้า 99, กรกฎาคม 2533 - จะเป็นไปได้ไหมที่รัฐบาลจะเปิดใจกว้าง โดยการให้ทุกฝ่าย ทั้งประชาชน ผู้นำในท้องถิ่น ผู้แทนราษฎร นักวิชาการที่เกี่ยวข้อง มาพูดคุยร่วมกัน คือบางคนอาจจะต้องรับสถานภาพของบางกลุ่ม ข้าราชการอาจต้องยอมรับสถานภาพของประชาชน คือ ลดตัวลง ในขณะเดียวกันก็เพิ่มฐานะของเขาให้ขึ้นมามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาร่วมกัน แทนที่จะพูดกันคนละที
  • สารคดี ฉบับ 65 หน้า 99, กรกฎาคม 2533 - ผมคิดว่ามันหมดยุคแล้ว มันควรจะมาถึงยุคที่ทุกคนมีความเสมอภาคในการแสดงความคิดเห็น ช่วยกันแก้ปัญหา เพราะปัญหาสิ่งแวดล้อมมันไม่ได้เกิดขึ้นกับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

[แก้ไข] แนวความคิดเรื่องการรักษาป่า

  • สารคดี ฉบับ 68 หน้า 105, ตุลาคม 2533 - ผมว่าประเทศไทยถ้าสามารถเก็บป่าธรรมชาติเอาไว้ได้ประมาณร้อยละ ๒๐ แล้วเราใช้อย่างถูกต้อง หมายถึง เก็บเอาไว้เพื่อให้มันอำนวยประโยชน์ในแง่ ของการควบคุมสภาวะแวดล้อมอะไรต่าง ๆ เป็นแหล่งผลิตของธาตุอาหาร หรือความอุดมสมบูรณ์ให้กับพื้นที่ลุ่มน้ำตอนล่าง ถ้าเราใช้ป่าทั้งหมดที่เป็นแหล่งกำเนิด ของความอุดมสมบูรณ์ไปแล้ว เราจะไปหาความอุดมสมบูรณ์ได้ที่ไหน
  • สารคดี ฉบับ 65 หน้า 93, กรกฎาคม 2533 - สิ่งที่ผมมักพูดอยู่เสมอก็คือ ป่าเราเก็บไว้เฉย ๆ ก็เป็นการอนุรักษ์ที่เราได้ประโยชน์ โดยที่เราไม่จำเป็นต้องตัดมาใช้ ต้นไม้ให้อากาศ ให้น้ำ...นี่เป็นการใช้ใช่ไหม ใช้โดยที่เราไม่ต้องไปตัดเอาส่วนของมันมาใช้
  • สารคดี ฉบับ 65 หน้า 94, กรกฎาคม 2533 - ในความรู้สึกของผม เราไม่ต้องมานั่งเถียงกันหรอกว่า เราจะใช้ป่าไม้อย่างไร เพราะมันเหลือน้อยมากจนไม่ควรใช้ จึงควรจะรักษาส่วนนี้เอาไว้ เพื่อให้เราได้ประโยชน์ที่เป็นประโยชน์ทางอ้อม...มันจะต้องทำความเข้าใจให้ถูกต้องว่า การอนุรักษ์ การใช้ประโยชน์ จะต้องมองว่ามีการใช้ทั้งทางตรงทางอ้อม ป่าที่เก็บไว้ในรูปเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติควรจะใช้ประโยชน์ในทางอ้อม
  • สารคดี ฉบับ 65 หน้า 96, กรกฎาคม 2533 - ถ้าเผื่อเรามีทรัพยากรที่เป็นลุ่มน้ำอยู่มาก แล้วเรารักษาป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ได้บางส่วน ใช้ไปบางส่วน เหมือนสมัยที่เรามีป่ามาก เราอาจจะสร้างเขื่อนได้บางแห่ง แต่ในปัจจุบัน ลักษณะของพื้นที่ที่เป็นลุ่มน้ำที่เหมาะจะสร้างเขื่อนให้ได้ปริมาณน้ำมาก ๆ เอามาผลิตกระแสไฟฟ้ามันเหลือน้อย และการที่เราสร้างเขื่อนไปก่อน แล้วค่อยตามแก้ไขผลกระทบทีหลัง ผมคิดว่ามันไม่สามารถที่จะแก้ไขได้ ในทางปฏิบัติ...เดี๋ยวนี้เขื่อนเริ่มจะเข้าไปในพื้นที่อนุรักษ์แล้ว เพราะว่าป่าข้างนอกหมดแล้ว อย่างที่เขาใหญ่ก็เริ่มจะพูดถึงการสร้างเขื่อนในพื้นที่อนุรักษ์ หากว่าการสร้างเขื่อน เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้ายังทำได้อีกต่อไป ผมคิดว่าป่าอนุรักษ์ในอนาคตคงไม่มีความหมายอะไร เหลือแต่ชื่อเอาไว้ว่า เคยเป็นป่าอนุรักษ์มาก่อน
  • พีเพิล ฉบับ 21 หน้า 61, สิงหาคม 2533 - ถึงแม้จะมี พ.ร.บ.ป่าไม้ แต่ป่าไม้เมืองไทยก็ยังลดลงตลอดเวลา นโยบายป่าไม้แห่งชาติ จึงออกมาเพื่อควบคุม พ.ร.บ.ป่าไม้อีกที โดยเขาแบ่งป่าออกเป็น ๒ ลักษณะ คือ ป่าอนุรักษ์กับป่าเศรษฐกิจ โดยให้ป่าเศรษฐกิจ ๒๕% กับป่าอนุรักษ์ ๑๕% ซึ่งจะทำให้พื้นที่ป่าไม้ของประเทศทั้งหมด ๔๐% ซึ่งมองแล้วมันดี แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันจะเพิ่มในแง่ของป่าเศรษฐกิจ พวกยูคาลิปตัส ซึ่งไม่ได้เน้นในเรื่องของระบบนิเวศวิทยา การที่เราปลูกไม้โตเร็ว ๒-๓ ชนิด แล้วไปตัดไม้ในป่าธรรมชาติ ผมคิดว่ามันไม่มีทางรักษาป่า หรือทำให้เป็นป่าธรรมชาติได้อีก สำหรับป่าธรรมชาติตอนนี้เหลืออยู่เพียง ๑๙% ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นป่าอนุรักษ์ต้นน้ำ ลำธาร อุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ประมาณ ๙% ส่วนอีกไม่ถึง ๑๐% เป็นป่าสงวนที่อยู่รอบ ๆ ป่าอนุรักษ์ ตัวนี้แหละที่ถูกราษฎรบุกรุกอยู่ทุกวันโดยอ้างว่าไม่มีที่ดินทำกินและมีการซื้อขายอย่างผิดกฎหมาย โดยพวกนายทุนที่อยู่ในเมืองหรือมีอิทธิพล หนทางแก้ไข มันต้องหยุดยั้งการเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์ที่ดิน ซึ่งอันนี้ต้องมีการประสานกันทุกฝ่าย หน่วยงานของรัฐทุกแห่ง ต้องรับรู้นโยบายกันบ้าง แล้วก็ทำให้ชาวบ้านรู้สึกว่า ถ้าเขาขายที่ดินอันนี้ไปแล้ว เขาไม่มีทางไปอีกนั่นแหละจึงจะสามารถหยุดปัญหานี้ได้
  • อิมเมจ ฉบับ 3 หน้า 32, มีนาคม 2533 - ถึงแม้จะหยุดป่าสัมปทานแล้วก็ตาม แต่ราษฎรที่บุกรุกอยู่ในเขตป่าสงวนตอนนี้ ล้านกว่าครอบครัว ป่าไม้ที่ไหนจะเหลือ นอกจากความจริงใจของรัฐบาล เค้าบอกว่าจะต้องรักษาป่าให้ได้โดยการจำแนกพื้นที่ออกมาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ และบอกเลยว่าป่าสงวนตรงนี้ห้าม ห้ามมีกรรมสิทธิ์ ห้ามเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น ตอนนี้ป่าหมดเพราะอะไรรู้ไหม เพราะป่าสงวนหมดสภาพ สามารถเปลี่ยนแปลง เป็นป่ายูคาลิปตัสได้ ผมไม่อยากจะเรียกป่า เพราะมันไม่ใช่ป่า

[แก้ไข] แนวความคิดเรื่องการอนุรักษ์สัตว์ป่า

  • เอกสารประกอบการสัมมนาสิ่งแวดล้อม ๓๓ หน้า ๔๒ - การอนุรักษ์สัตว์ป่าในประเทศไทย จะสามารถประสบผลสำเร็จได้ต้องอาศัยความเข้าใจ และความจริงใจต่อการอนุรักษ์ป่าธรรมชาติที่ยังเหลืออยู่ประมาณร้อยละ ๒๐ ของพื้นที่ทั้งประเทศ ไม่เช่นนั้นแล้วจำนวนชนิดของสัตว์ป่าที่หายากและกำลังจะสูญพันธุ์เหล่านี้ก็จะต้องสูญไป พร้อมกับการบุกรุกทำลายป่า ทั้งในรูปแบบของการพัฒนาที่ต้องตัดป่า ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าออกและรวมถึงการยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าเพื่อกิจการอื่น ๆ
  • อิมเมจ ฉบับที่ ๓ หน้า ๓๑,มีนาคม ๒๕๓๓ - ปัญหาของการอนุรักษ์สัตว์ป่าที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง ก็คือ ช่องว่างของกฎหมายที่อนุญาต ให้บุคคลมีสัตว์ป่าไว้ครอบครองโดยไม่ต้องขออนุญาต สิ่งนี้เป็นช่องทางให้การล่าสัตว์ มันเหมือนกฎหมายสัตว์ป่าที่คุณบอกว่า คุณสามารถที่จะมีเก้ง มีกวาง มีเสือ มีหมาไน หมาจิ้งจอก เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง พวกนี้มีไว้ในครอบครองได้ ถ้าไม่เกินปริมาณที่กำหนด ทำไมในเมื่อเราคุ้มครองแล้ว ทำไมเราไม่คุ้มครองมันทุกตัว แก้กฎหมายสิ
  • เอกสารประกอบการสัมมนาสิ่งแวดล้อม ๓๓ หน้า ๔๓-๔๔ - สัตว์ป่าที่ถูกเลี้ยงมาตั้งแต่เล็ก ๆ ถ้าสามารถรอดชีวิตมาได้จนโต จะคุ้นเคยกับคน จนไม่สามารถปล่อยให้มีชีวิตอยู่ต่อไปในป่าได้ตามลำพังอีก... และส่วนมากลูกที่เกิดจากพ่อแม่ที่อยู่ในกรง ก็มักจะไม่แข็งแรง และเมื่อมันโตขึ้นก็จะเกิดการผสมกันเองในครอบครัวเดียวกัน... เรากำลังพูดกันมากว่าจะอนุรักษ์กันอย่างไร แต่ต้องเข้าใจก่อนว่าการรักษาชีวิตสัตว์ให้รอดอยู่ แตกต่างอย่างมากมายกับการอนุรักษ์พันธุ์ของสัตว์ป่าชนิดนั้น ๆ
  • สารคดี ฉบับ ๖๕ หน้า ๑๐๐,กรกฎาคม ๒๕๓๓ - พวกที่ชอบล่าสัตว์ป่าและพวกชอบกินเนื้อสัตว์ป่า ผมขอเถอะ พวกที่ชอบซื้อสัตว์ป่ามาเลี้ยงก็เช่นกัน ธรรมชาติเขาเลี้ยงได้ดีกว่าอยู่แล้ว
  • สารคดี ฉบับ ๖๘ หน้า ๑๐๕,ตุลาคม ๒๕๓๓ - ในแง่ของการอนุรักษ์ คือการที่เราจะช่วยเหลือไม่ให้มันสูญพันธุ์ การทำให้มันมีประชากรเพิ่มขึ้น จะเป็นในกรงเลี้ยงหรืออะไรก็ตาม ถ้าเราไม่สามารถปล่อยมันคืนไปในป่าธรรมดา ให้มันปรับตัวแลัวเพิ่มประชากรโดยตัวของมันเองได้ นั่นไม่ถือว่าเป็นการอนุรักษ์ แล้วพันธุ์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติมีวิวัฒนาการ ปรับตัวให้อยู่ได้ในสภาพธรรมชาติ แต่ถ้าเราเอามันออกมาทำให้มีจำนวนประชากรเพิ่มขึ้น แต่พันธุ์ไม่ได้รับการพัฒนา สัตว์ที่ถูกจำกัดให้อยู่ในพื้นที่เล็ก ๆ มันก็จะผสมพันธุ์กันเอง ซึ่งจะทำให้เกิดลักษณะด้อยเพิ่มขึ้น


[แก้ไข] บทเพลงที่กล่าวถึง สืบ นาคะเสถียร

ชื่อเพลง สืบ นาคะสเถียร ประพันธ์โดย หงา คาราวาน

เขายังยืนตรงนี้   เขายังไม่ไปไหน
เขายังอยู่กลางใจของเรา
ฉันยังยืนตรงนี้    ร้องเพลงยังพอไหว
ขอทำความเข้าใจเรื่องราว   
เรื่องราวของป่า   เรื่องราวของคน
ป่าชุมชน ป่าแท้แท้
ป่าเขียวๆ  ยังต้องเขียวต่อ  
ใต้ท้องฟ้า   ใช่มีแต่คน
ปลวกและมด  สร้างรังวกวน
สวยงาม   คุณเห็นบ้างไหม
เสียงปืนปังวันนั้น  ดังมาจนวันนี้
นับเนื่อง กรณี  ของสืบ
นาคะสเถียร  คือบทเรียน 
ข้าราชการไทย
ไม่เพียงเท่านั้น  คือขวัญกำลังใจ
ของคนรักป่า   

[แก้ไข] ตัวอย่างกลุ่มคนที่ร่วมไว้อาลัยสืบ

ข้อมูลคัดลอกจากเว็บบอร์ด www.weekendhobby.com มีคนมากมายเสียใจกับการจากไปของสืบ มีการแต่งเพลงและกลอนให้ไว้เพื่อระลึกถึงสืบอย่างมากมาย

 ‘’เช้าวันที่ 1 กันยาในราวป่ามีเสียงปืนกึกก้อง”
 ....หนึ่งเปรี้ยง ปืนลั่น สะท้านป่า 
 .......หนึ่งวูบ ไหวผวา ทั้งป่าลั่น 
 หนึ่งคืน นานยาว ราวกัปกัลย์ 
 หนึ่งฝัน ฟลูกแล้วลับแนวไพร 
 หนึ่งคนควรค่าคาราวะ 
 “สืบ” สร้าง สัจจะยิ่งใหญ่ 
 หมื่นคำ ร่ำหา อาลัย 
 รวมใจ สืบทอด เจตนา.....  
 [[จิระนันท์   พิตรปรีชา]]
 3   กันยายน   2533



 ใบไม้ร่วง หนึ่งใบ ในราวป่า 
 พาพื้น พสุธา ไหวหวั่น 
 พาจักรวาล โศกา จาบัลย์ 
 พาผู้คน นับพัน รันทด 
 พาเงื้อมผา หล้าลั่น สั่นสะท้าน 
 พาโตรกธาร วิปโยค โศกสลด 
 พาสัตว์ส่ำ ร่ำระงม ระทมทด 
 พามอดมด ผู้กล้า คุ้มป่าไทย 
 ปลิดขั้วผล็อย ลอยหลั่ง แต่ยังเขียว 
 ถึงก้านเหนียว เหนี่ยวนาน สุดทานไหว 
 เลือดขุ่นข้น ของคนจริง ก็ทิ้งไพร 
 ปลุกเลือดไทย อีกแสนหมื่น ให้ตื่นตัว 
 ร่วงแล้วหนอ ขอจงหลับ กับป่านุ่ม 
 ที่โอบอุ้ม เหล่าใบกล้า กลางป่าสลัว 
 สืบใบใหม่ อีกแสนหมื่น ให้ตื่นตัว 
 กว่าหมอกชั่ว จะคลายขับ อัปราชัย 
 ............อีกคนหนึ่งที่ศรัทธาในอุดมการณ์ของท่าน...... 
 จาก dedy พฤหัสบดี, 4/9/2546 เวลา : 20:15    

 สืบคือตำนานอุทยานโลก 
 สืบคือโลกแห่งชีวิตที่สดเขียว 
 สืบคือสืบป่าไว้ให้นานเทียว 
 สืบป่าเขียวคือสืบ นาคะเสถียร  
 จาก นายหิน กลุ่มOUTDOOR&CAMPING เชียงใหม่ พฤหัสบดี, 25/9/2546 เวลา : 20:05 


 เป็นอีกคนหนึ่งค่ะ ที่ยังระลึกถึง "วีรบุรุษแห่งพงไพร" เสมอ เพื่อนๆ เคยฟังเพลง "ไม้ขีดไฟกับดอกทานตะวัน" ไหมคะ
 เป็นเพลงที่คุณประภาส ชลศรานนท์ แต่งเพื่อระลึกถึงคุณสืบ นาคะเสถียร ในท่อน hook น่ะค่ะ "จุดตัวเองก็ยอมทันใด ให้
 ลุกเป็นไฟขึ้นมา เพียงปรารถนา ให้มีลำแสงสีทอง จุดตัวเองก็ยอมทันใด ให้ลุกเป็นไฟขึ้นมา เพียงปรารถนา ดอกทานตะวัน  
 หันมอง ... สักครั้ง" อยากให้พวกเราช่วยกันเท่าที่จะทำได้ นะคะ ร่วมกันอนุรักษ์มรดกทางธรรมชาติ ก่อนที่จะสูญเสีย 
 ไป ตลอดกาล  
 จาก ส้มจุก อังคาร, 18/1/2548 เวลา : 22:16