ข้ามไปเนื้อหา

จิตพิฆาตโลก

จาก วิกิคำคม

จิตพิฆาตโลก เป็นภาพยนต์ที่สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2553 โดย คริสโตเฟอร์ โนแลน

คอบบ์

[แก้ไข]
  • Dreams feel real while we're in them. It's only when we wake up that we realize something was actually strange.
    • เมื่ออยู่ในฝัน เราจะรู้สึกว่าเป็นความจริง แต่เมื่อตื่นมาจะรู้สึกว่ามีอะไรแปลก ๆ
  • There's one thing you should know about me. I specialize in a very specific type of security, subconscious security.
    • มีสิ่งหนึ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับผม ผมเชี่ยวชาญในชนิดที่เฉพาะเจาะจงของการรักษาความปลอดภัย ซึ่งเป็นการรักษาความปลอดภัยของจิตใต้สำนึก
  • You're asking me for Inception. I hope you do understand the gravity of that request.
    • คุณขอให้ผมทำอินเซ็ปชันให้ ผมก็หวังว่าคุณจะเข้าใจ ถึงความหนักหน่วงของงานชิ้นนี้
  • Downwards is the only way forward.
    • ต้องลง ถึงจะขึ้นได้

แอรีแอดนี

[แก้ไข]
  • Cobb! Wake me up! Wake me up!!
    • คอบบ์! ปลุกฉัน! ปลุกฉัน!!

มอล

[แก้ไข]
  • You're waiting for a train. A train that will take you far away. You know where you hope the train will take you, but you can't be sure. But it doesn't matter because we'll be together.
    • คุณกำลังรอรถไฟ รถไฟที่จะพาคุณไปไกลแสนไกล คุณรู้ว่าคุณหวังว่ารถไฟจะพาคุณไป แต่คุณไม่รู้ว่ารถไฟจะพาคุณที่ไหน แต่ไม่สำคัญเพราะเราจะได้อยู่ด้วยกัน

อีมส์

[แก้ไข]
  • You musn't be afraid to dream a little bigger, darling. (hefts a grenade launcher)
    • อย่ากลัวที่จะฝันให้ยิ่งใหญ่, ยาหยี (ยิงลูกระเบิดใส่หม้อแปลง)

บทสนทนา

[แก้ไข]
[ขณะที่คอบบ์กำลังโจรกรรมข้อมูลภายในจิตของไซโตะ]
ไซโตะ:(มาจากด้านหลังคอบบ์ และเปิดไฟ) หันกลับมา (Turn around.)
มอล: วางปืนลง ดอม (The gun, Dom.) (จากนั้นก็หันปืนไปทางอาร์เธอร์ ที่ถูกจับเป็นตัวประกัน) วางซะ (please.)

[คอบบ์วางปืน แล้วโยนไปบนโต๊ะ]

ไซโตะ: ทีนี้ก็ส่งซองมาให้ผม คุณคอบบ์ (Now the envelope, Mr. Cobb.)
คอบบ์: เธอบอกคุณหรอ หรือว่าคุณรู้มาโดยตลอด (Did she tell you? Or have you known all along?)
ไซโตะ: รู้ว่าที่จริงแล้วคุณมาขโมยของผม หรือรู้ว่าที่จริงแล้ว เราหลับอยู่ (That you are here to steal from me? Or that we are actually asleep?) ผมอยากรู้ว่าใครจ้างคุณมา (I want to know the name of your employer.)

[มอลจ่อปืนไปที่ศีรษะของอาร์เธอร์]

คอบบ์: การขู่ในความฝัน ไม่มีประโยชน์ใช่ไหม มอล (Ah, but what's threatening him in a dream, right, Mal?)
มอล: นั่นขึ้นอยู่กับว่าขู่เรื่องอะไรนะ ฆ่าตายก็แค่การปลุกให้ตื่น แต่ความเจ็บ (That depends on what you're threatening. Killing him will just wake him up. But pain-) (มอลยิงอาร์เธอร์ เข้าที่เข่า) ความเจ็บมันอยู่ในจิต และจากการตกแต่งห้อง ไปอยู่ในจิตของคุณด้วยใช่ไหมล่ะ อาร์เธอร์ (Pain is in the mind. And judging by the decor, we're in your mind, aren't we, Arthur?)

[มอลเตรียมยิงอาร์เธอร์อีกครั้ง แต่คอบบ์รีบตะครุบปืน แล้วยิงอาร์เธอร์เข้าที่หน้าผาก เป็นการปลุกเขา]



[คอบบ์นั่งคุยกับไซโตะในอะพาร์ตเมนท์ของเขา]
คอบบ์: (คอบบ์ถือปืนของไซโตะไว้ในมือ) คุณพร้อมแล้วนะ (You came prepared.)
ไซโตะ: หัวหน้ารักษาความปลอดภัยของผมยังหาที่นี่ไม่เจอ แล้วคุณเจอได้ไง (Not even my head of security know this about me. How did you find out?)
คอบบ์: มันยากมากเลยนะ ที่คุณจะซ่อนรังรักไว้ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับเมียของคนอื่น (Very difficult for a man in your position to keep a love nest like this secret, particularly when there's a married woman involved.)
ไซโตะ: เธอไม่บอกคุณหรอก (She would never-)
คอบบ์: แต่ทำไมเรา มาได้ (Yet, here we are.)

ไซโตะ: ทีนี้ก็ ปล่อยผมแล้วไปซะ (So, leave me and go.)
คอบบ์: ดูเหมือนคุณจะยังไม่เข้าใจนะ คุณไซโตะ ว่าองค์กรที่จ้างเรามา เขาไม่ยอมรับความล้มเหลว พวกเราจะอยู่ไม่ถึง 2 วัน (You don't seem to understand, Mr. Saito. The corporation that hired us, they won't accept failure. We won't last two days.)
อาร์เธอร์: (ส่งสัญญาณ) คอบบ์.
คอบบ์: ดูท่าว่าผมคงต้องทำให้มันง่ายขึ้นซะหน่อยแล้ว (Looks like I'm going to have to do this a little more simply.) (ลุกขึ้นแล้วเหวี่ยงไซโตะลงบนพื้น) บอกสิ่งที่คุณรู้มา! บอกสิ่งที่คุณรู้มา เดี๋ยวนี้เลย!! (Tell us what you know! Tell us what you know now!!)
ไซโตะ: (แตะพรมแล้วหัวเราะหึ ๆ) ผมล่ะเกลียดพรมห้องนี้ซะจริง ๆ เพราะมันเลอะและชอบยุ่ยออกมาจนน่ารำคาญ แต่มันทำมาจากผ้าขนสัตว์ ตอนนี้... มันทำมาจากเส้นใยสังเคราะห์ นั่นแปลว่า ผมไม่ได้นอนบนพรมในอะพาร์ตเมนท์ของผมจริง ๆ คุณเก่งสมคำร่ำลือมาก คุณคอบบ์ ตอนนี้ผมก็ยังฝันอยู่ (I've always hated this carpet. Stained and frayed in such distinctive ways. But very definitely made of wool. And not of polyester. Which means, I'm not lying on my carpet in my apartment. You have lived up to your reputation, Mr. Cobb. I'm still dreaming.)

ไซโตะ: (หลังจากที่คอบบ์เห็นว่าอาร์เธอร์หายไปจากความฝัน หรือตื่นแล้วในความเป็นจริง) ฝันในความฝันหรือ... ฮ่ะ ผมประทับใจ แต่ในความฝันของผม คุณเล่นตามกฎของผม (A dream within a dream. I'm impressed. But in my dream, you play by my rules.)
แนช: อ๋อใช่ คุณไซโตะ คุณก็รู้ (Ah, yes, but you see, Mr. Saito...)
คอบบ์: เราไม่ได้อยู่ในฝันของคุณ (It's not your dream.)
แนช: นี่ฝันผม (We're in mine.)

[ประตูเปิดออก กลุ่มคนที่เป็นภาพสะท้อนจากจิตใต้สำนึกกรูกันเข้ามา จับตัวแนชกับคอบบ์ ไซโตะยืนมองด้วยความสงสัย]


อาร์เธอร์: แล้วนายก็ไปซ้อมเขาซะงั้น (What the hell was all that?)
คอบบ์: ฉันคุมอารมณ์อยู่น่ะ (I have it under control.)
อาร์เธอร์: ถ้าคุมไม่อยู่จะขนาดไหน (I'd hate to see out of control.)

คอบบ์: ฉันไม่ชอบรถไฟน่ะ (I don't like trains.)


[ไซโตะนั่งรออยู่ในเฮลิคอปเตอร์กับแนช]
เซโตะ: อ้า เขาขายคุณน่ะ เขามาหาผมเพื่อที่จะร้องขอชีวิต ผมเลยจะให้คุณแก้แค้นเขาแทนดีไหม (He sold you out. Thought to come to me and bargain for his life. So I offer you the satisfaction.)
(คนของไซโตะส่งปืนในคอบบ์)
คอบบ์: ผมไม่ชอบฆ่าคนเป็นผักปลา (That's not the way I deal with things.)

[ไซโตะส่งสัญญาณ คนของเขาลากแนชลงจากเฮลิคอปเตอร์]

คอบบ์: คุณจะทำอย่างไงกับเขา (What will you do with him?)
ไซโตะ: ผมไม่หรอก แต่โคบอลด์ เอ็นจิเนียริ่งจะว่ายังไง ผมไม่รู้ (Nothing. But I can't speak for Kobold engineering.)

คอบบ์: คุณต้องการอะไรจากพวกเรา?
ไซโตะ: อินเซ็ปชัน เป็นไปได้ไหม?
อาร์เธอร์: ไม่มีทางหรอก!
ไซโตะ: ถ้าคุณสามารถเข้าไปในขโมยข้อมูลจิตได้ แล้วทำไมจะฝังความคิดลงในจิตไม่ได้
อาร์เธอร์: โอเค ถ้าผมบอกคุณว่าอย่าคิดถึงช้าง แล้วคุณจะคิดถึงอะไร?
ไซโตะ: (คิด) ช้างสิ
อาร์เธอร์: ใช่ แต่คุณไม่ได้คิดเอง เพราะว่าคุณรู้ว่ามันมาจากผม จิตของเรารู้กำเนิดของที่มา แรงบันดาลใจไม่มีวันที่จะปลอมได้ (Right. But it's not your idea because you know I gave it to you. The subject's mind can always trace the genesis of the idea. True inspiration is impossible to fake.)
คอบบ์: นั่นไม่จริงหรอก (That's not true.)
ไซโตะ: (หันมาทางคอบบ์) คุณทำได้หรือ (Can you do it?)
คอบบ์: คุณให้ทางเลือกกับผมใช่ไหม เพราะคุณรู้ว่าผมมีวิธีจะจัดการกับทางโคบอลด์ (Are you offering me a choice? Because I can find my own way to square things with Kobold.)
ไซโตะ: งั้นคุณก็มีทางเลือก (Then you do have a choice.)
คอบบ์: แล้วผมเลือก ที่จะหนี (Then I choose to leave, sir.)

เซโตะ: อยากกลับบ้านไหมล่ะคุณคอบบ์ กลับอเมริกา ไปหาลูก ๆ คุณ (Mr. Cobb. How would you like to go home to America, to your children?)
คอบบ์: คุณทำไม่ได้หรอก ไม่มีใครทำได้ (You can't fix that. No one can.)
เซโตะ: เหมือนกับอินเซปชั่นสินะ (Just like inception?)
อาร์เธอร์: คอบบ์ มาเถอะ (Cobb, come on.)
คอบบ์: ความคิดที่คุณต้องการซับซ้อนไหม? (How complex is the idea?)
เซโตะ: ความคิดง่าย ๆ (Simple enough.)
คอบบ์: ไม่มีความคิดไหนง่ายหรอก เมื่อเราฝังลงในจิตของคนอื่นไป (No idea is simple when you need to plant it in somebody else's mind.)

คอบบ์: (พูดถึงงานที่ไซโตะมอบหมาย) ถ้าผมทำได้ ถ้าผมสามารถจะทำได้ ผมต้องการความมั่นใจ ผมจะรู้ได้ไงว่าคุณทำได้ (If I were to do this, if I even could do it, I'd need a guarantee. How do I know you can deliver?)
เซโตะ: คุณไม่รู้ แต่ผมทำได้ แล้ว...คุณอยากท้าทายโชคชะตาไหมล่ะ หรือจะรอวันเป็นตาแก่ จมอยู่กับความเสียใจ รอความตายเพียงลำพัง (You don't. But I can. So, do you want to take a leap of faith? Or become an old man, dying of regret, waiting to die alone?)(คอบบ์ไม่พูดอะไร) รีบหาทีมงานเข้า คุณคอบบ์ มีหัวคิดเลือกคนให้เป็นด้วยล่ะ (Assemble your team, Mr. Cobb. And choose your people more wisely.)

[คอบบ์มาที่ปารีสเพื่อพบกับไมลส์ พ่อตาของตน]
คอบบ์: ไม่เคยชอบห้องทำงานตัวเองเลยใช่ไหม? (You never did like your office, did you?)
ไมลส์: ในตู้เก็บไม้กวาด ไม่มีที่ให้คิดได้หรอก (No space to think in that broom cupboard.)

คอบบ์: (ยื่นถุงให้ไมลส์) ฟังนะ ผม เอ่อ อยากจะฝากของนี้ไปให้เด็ก ๆ ถ้าหากพ่อมีโอกาส (I brought these for you to give to the kids when you get a chance.)
ไมลส์: คงต้องใช้มากกว่าตุ๊กตาขนสัตว์นะ ถ้าจะให้ลูกเชื่อว่าพวกเขายังคงมีพ่ออยู่ในตอนนี้ (It'll take more than the occasional stuffed animal to convince those children they still have a father.)

ไมลส์: กลับมาสู่ความเป็นจริงเถอะนะ ดอม ได้โปรด (Come back to reality, Dom. Please.)
คอบบ์: เด็กสองคนนั้น เขาเป็นหลานของพ่อนะ พวกเขากำลังรอพ่อพวกเขากลับบ้าน นั่นคือความเป็นจริงของพวกเขา และงานนี้ งานสุดท้ายนี่แหละ คือทางที่ผมจะกลับไป ผมจะไม่มีทางยืนอยู่ตรงนี้ ถ้าผมรู้ว่ามีทางอื่น (Those kids, your grandchildren, they're waiting for their father to come back home. That's their reality. And this job, this last job, that's how I get there. I would not be standing here if I knew any other way.)

[คอบบ์พบกับแอรีแอดนี สถาปนิกคนใหม่]
ไมลส์: แอรีแอดนี ฉันอยากให้เธอรู้จักกับคุณคอบบ์ (Ariadne, I'd like you to meet Mr. Cobb.)
แอรีแอดนี: ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ (Pleased to meet you.)
ไมลส์: ถ้าเธอมีเวลาสักครู่ คุณคอบบ์ เขามีงานที่อยากจะปรึกษากับเธอสักหน่อย (If you have a few moments Mr. Cobb has a job offer he'd like to discuss with you.)
แอรีแอดนี: งานประจำหรอคะ? (A work placement?)
คอบบ์: มันไม่ใช่แบบนั้นหรอก (Not exactly.)

คอบบ์: We create the world of a dream. We bring a subject into that dream and they fill it with their secrets.
แอรีแอดนี: Then you break in and steal it?
คอบบ์: Well, it's not strictly speaking, legal.

คอบบ์: ว่ากันว่าเราใช้ศักยภาพสมองเพียงเศษเสี้ยวเดียวเท่านั้น นั่นคือเวลาที่ตื่นอยู่ แต่เมื่อเรานอนหลับ จิตสามารถทำได้เกือบทุกอย่าง (They say we only use a fraction of our brain's true potential. That's when we're awake. When we're asleep, our mind can do almost anything.)
แอรีแอดนี: เช่นอะไร? (Such as?)
คอบบ์: สมมติว่าเธอกำลังออกแบบอาคารอยู่ จิตสำนึกเธอสร้างรายละเอียดของมัน แต่บางครั้งคล้ายกับมันจะสร้างด้วยตัวเองได้ เธอเข้าใจที่ฉันพูดใช่ไหม? (Well, imagine you're designing a building. You consciously create each aspect. But sometimes it feels like it's almost creating itself, if you know what I mean.)
แอรีแอดนี: ใช่ ฉันก็กำลังค้นหาอยู่ (Like, I'm discovering it.)
คอบบ์: มันเป็นแรงบันดาลใจแท้ ๆ ใช่ไหม? ในความฝัน จิตของเราก็ทำสิ่งนี้อย่างต่อเนื่อง เราสร้างมันและมองเห็นภาพโลกของเราไปพร้อมกัน และมันราบรื่นจนเราไม่รู้ว่ามันกำลังเกิดขึ้น นั่นทำให้เราสามารถเข้าไปในระหว่างกระบวนการได้ (Genuine inspiration, right? Now, in a dream, our mind continuously does this. We create and perceive our world simultaneously. Now, our mind does this so well that we don't even know it's happening. That allows us to get right in the middle of that process.)
แอรีแอดนี: อย่างไง? (How?)
คอบบ์: โดยการทำหน้าที่สร้าง และฉันให้เธอมาทำตรงนี้ เธอสามารถสร้างโลกแห่งความฝัน เราพาเป้าหมายเข้าไปในฝันนั้น เขาจะใช้จิตใต้สำนึกเขาเติมรายละเอียด (By taking over the creative part. You create the world of the dream. We bring the subject into the dream, and they fill it with their subconscious.)
แอรีแอดนี: แล้วฉันจะมีรายละเอียดมากพอ ทำให้เขาคิดได้ไงว่ามันเป็นความจริง? (How could I ever acquire enough detail to make them think it's reality?)
คอบบ์: ในความฝัน เราจะรู้สึกว่าจริงเมื่อกำลังฝันใช่ไหม มีเพียงแค่ตอนตื่น เราจะรู้สึกว่ามันมีอะไรแปลก ๆ อยู่ (Well, dreams feel real while we're in them, right? It's only when we wake up that we realize that something was actually strange.)

คอบบ์: เธอไม่เคยจำตอนต้นของความฝันได้เลยใช่หรือเปล่า เธอมักจะพบว่าตัวเองอยู่ระหว่างเหตุการณ์ในฝัน (You never really remember the beginning of a dream, do you? You always wind up right in the middle of what's going on.)
แอรีแอดนี: ก็งั้นมั้ง ใช่ (I guess, yeah.)
คอบบ์: แล้วเราจบฝันได้ยังไง? (Then how did we end up here?)
แอรีแอดนี: เราก็ต้องออกมาจาก เอ่อ (Well, we just came from the-) (แอรีแอดนีเริ่มสับสน)
แอรีแอดนี: เราฝันอยู่หรอ? (We're dreaming?)
คอบบ์: จริง ๆ เธอกำลังอยู่ในเวิร์กชอปตอนนี้ เธอหลับอยู่ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอแชร์ความฝันกับคนอื่น (You're actually in the middle of the workshop right now. This is your first lesson in shared dreaming.)
[เมื่อแอรีแอดนีเริ่มตระหนก ถนนในปารีสเริ่มระเบิดและแตกสลาย]

คอบบ์: (พูดกับอาร์เธอร์) ขอเวลาเราอีกสัก 5 นาทีนะ (Why don't you give us another five minutes.)
แอรีแอดนี: 5 นาทีหรอ? เมื่อกี้พวกเราคุยกันเป็นชั่วโมงเลยนี่! (Five minutes? But we were talking for at least an hour!)
คอบบ์: ในความฝัน จิตของเราจะสามารถทำงานได้เร็วขึ้น ดังนั้นเวลาจึงดูเหมือนช้าลง (In a dream, your mind functions more quickly. Therefore, time seems to feel slower.)
อาร์เธอร์: 5 นาทีในโลกความจริง คือ 1 ชั่วโมงในฝัน (Five minutes in the real world gives you an hour in the dream.)

[หลังจากแอรีแอดนีถูกมอลแทงในความฝัน]
แอรีแอดนี: คุณมีจิตใต้สำนึกที่น่ากลัวมากนะ คอบบ์ เสน่ห์เธอร้ายกาจ (That's some subconscious you've got on you, Cobb! She's a real charmer.)
อาร์เธอร์: อ๋อ เข้าใจล่ะ เธอเจอคุณนายคอบบ์ (Ah, I see you've met Mrs. Cobb.)
แอรีแอดนี: เธอเป็นเมียเขาหรอ? (She's his wife?)

อาร์เธอร์: แล้วก็โทเทม เธอต้องมีวัตถุขนาดเล็ก มีน้ำหนักหน่อย เป็นของที่ต้องติดตัวเอาไว้ตลอด (A totem. You need a small object, something heavy. Something you can have on you at all times.)
แอรีแอดนี: แบบเหรียญน่ะหรอ? (Like a coin?)
อาร์เธอร์: ไม่ มันต้องเป็นอะไรที่เฉพาะตัวมากกว่านั้น (No, it has to be something more unique.) (โชว์ลูกเต๋าสีแดงให้เธอดู) เหมือนกับเต๋าถ่วงน้ำหนักลูกนี้ (แอรีแอดนีพยายามหยิบลูกเต๋า) ฉันให้เธอแตะไม่ได้ มันจะทำให้เสียจุดประสงค์ มีฉันคนเดียวที่รู้สมดุลและน้ำหนักของเต๋าพิเศษลูกนี้ เพราะงั้นเมื่อเธอเห็นโทเทมของเธอ เธอจะแน่ใจได้เลยว่าเธอไม่ได้อยู่ในฝันของคนอื่น (This is a loaded die. I can't let you touch it, because that would defeat the purpose. See, only I know the balance and weight of this particular loaded die. That way, when you look at your totem, you know beyond a doubt that you're not in someone else's dream.)

คอบบ์: (พูดถึงชิปพนันที่อีมส์ถืออยู่) นายจะถือมันอีกกี่ที มันก็ไม่เพิ่มขึ้นมาหรอก (Rub them together all you want, they're not going to breed.)
อีมส์: มันก็ไม่แน่ (You never know.)

[อีมส์และคอบบ์นั่งคุยกันที่บาร์ในมอมบาซ่า]
อีมส์: เขาอยู่ที่บาร์
คอบบ์: โคบอลด์ เอ็นจิเนียริ่ง แล้วค่าหัวของฉันนี่ จับเป็นหรือจับตายล่ะ? (Kobold Engineering. The price on my head, was it dead, or alive?)
อีมส์: จำไม่ได้ว่ะ ดูละกันว่ามันจะยิงไหม (Don't remember. See if he starts shooting.)

[อาร์เธอร์และแอรีแอดนีเดินขึ้นบันไดไม้]
อาร์เธอร์: ในความฝัน เธอสามารถหลอกสถาปัตยกรรมให้เป็นรูปทรงที่ไม่มีทางเป็นไปได้ นั่นคือการสร้างจุดเชื่อม เช่นขั้นบันไดเพนโรส บันไดที่เดินต่อได้ไม่รู้จบ (In a dream you can cheat architecture into impossible shapes. That lets you create closed loops. Like the Penrose Steps. An infinite staircase.)
[กล้องถ่ายให้เห็นว่าพวกเขาเดินอยู่บนบันไดที่มีรูปทรงที่เป็นไปไม่ได้]

[คอบบ์ อีมส์ ไซโตะและยูซุปเข้ามาในห้องที่มีคนนอนหลับอยู่จำนวนมาก]
อีมส์: สิบ, สิบสอง ทุกคนเชื่อมต่อกันเหลือเชื่อ (Ten, twelve all connected by the machine.)
ยูซุป: พวกเขามาทุกวันเพื่อร่วมแชร์ความฝัน (They come every day to share the dream.)
[ชายแก่ตบหน้าชายอีกคนที่หลับอยู่ และชายคนนั้นไม่ตื่น]
ยูซุป: เห็นไหม? หลับนิ่งมากเลย (You see? Very stable.)
คอบบ์: พวกเขาฝันนานแค่ไหน? (How long do they dream for?)
ยูซุป: 3-4 ชั่วโมงต่อวัน (Three, four hours, each day.)
คอบบ์: เวลาในฝัน? (Dream time?)
ยูซุป: ถ้าด้วยยานี้ ก็ประมาณ 40 ชั่วโมง ในแต่ละวัน (With this compound? About 30 or 40 hours, each and every day.)
ไซโตะ: แล้วทำไมพวกเขามาทำ? (Why do they do it?)
ยูซุป: บอกเขาสิ คุณคอบบ์ (Tell him, Mr. Cobb.)
คอบบ์: เมื่อชาชิน นี่คือทางเดียวที่คุณจะได้ฝัน (After a while it becomes the only way you can dream.)
ยูซุป: คุณยังฝันอยู่หรือเปล่า คุณคอบบ์ (Do you still dream, Mr. Cobb?)
อีมส์: มากันทุกวันเพื่อนอนหรอ? (They come here every day to sleep?)
คนแก่: เปล่า พวกเขามาเพื่อที่จะตื่นขึ้น ความฝันกลายเป็นความจริงของพวกเขา คุณเป็นใครถึงจะเถียงว่าไม่ใช่? (No. They come to be woken up. The dream has become their reality. Who are you to say otherwise?)
คอบบ์: [พูดกับยูซุป] ดูซิ คุณทำอะไรได้ (Let's see what you can do.)


อีมส์: อีแร้งกำลังบินวนไปมา ยิ่งมอริส ฟิชเชอร์อาการทรุด ปีเตอร์ บราวนิงก็ยิ่งมีอำนาจมากขึ้น เรามีโอกาสสังเกตการณ์บราวนิงมากมาย เก็บรูปลักษณ์ทางกาย ศึกษากิริยาท่าทางและอื่น ๆ อีกมากมาย ตอนนี้ในความฝันระดับแรก ฉันสามารถปลอมตัวเป็นบราวนิง และสามารถให้คอนเซ็ปต์ต่อจิตใต้สำนึกของฟิชเชอร์ได้ จากนั้น เมื่อเราพาเขาไประดับที่ลึกขึ้น ภาพสะท้อนของบราวนิงในจิตเขาจะป้อนมันกลับให้เขา (The vultures are circling. The sicker Morris Fischer becomes, the more powerful Peter Browning becomes. I've had ample opportunity to observe browning, the doctor's physical presence to study his mannerisms, and so on, and so forth. Now, the first layer of the dream, I can impersonate Browning and suggest consent to Fischer's conscious mind. When we take him a level deeper, his own projection of Browning should feed that right back to him.)
อาร์เธอร์: มันจะเป็นไอเดียที่เขาคิดเอง (So, he gives himself the idea.)
อีมส์: ถูกต้อง ทางเดียวที่ความคิดจะมั่นคง เขาต้องนึกว่าคิดเอง (Precisely. It's the only way it'll stick. It has to seem self-generated.)
อาร์เธอร์: อีมส์ ฉันประทับใจมาก (Eames, I am impressed.)
อีมส์: (หัวเราะ) คำชมนายเหมือนเดิมนะ ฉันซาบซึ้งใจมากเลย อาร์เธอร์ ขอบใจมาก (Your condescension, as always, is greatly appreciated, Arthur. Thank you.)


[แอรีแอดนีเข้ามาคอบบ์ที่เวิร์กชอป]
แอรีแอดนี: คุณเข้าไปอยู่ในความ เอ่อ (Are you going under by yourself?)
คอบบ์: เปล่า ฉันก็แค่ทดลองทำอะไรหน่อยนึง ฉันไม่รู้ว่ามีคนอยู่ที่นี่ (No, I was just running some experiments. I didn't know anyone else was here.)
แอรีแอดนี: ฉันกำลังทำโทเทมส่วนตัวอยู่น่ะ (I was working on my totem, actually.)
คอบบ์: มาให้ฉันดูหน่อย (Here.) (คอบบ์ขอดูโทเทมของแอรีแอดนี แต่เธอปฏิเสธ)
คอบบ์: เธอเรียนรู้แล้วสินะ (You're learning.)
แอรีแอดนี: ใช้โทเทมเพื่อแก้ปัญหาในการแยกแยะความจริง มันเป็นไอเดียของคุณหรอ? (An elegant solution for keeping track of reality. Was it your idea?)
คอบบ์: เปล่า ที่จริงมันเป็นไอเดียของมอลน่ะ (No, it was Mal's, actually.) (โชว์โทเทมของตนซึ่งเป็นลูกข่าง) โทเทมนี้เป็นของเธอ เมื่อหมุนมันในความฝัน มันจะหมุนไม่หยุด มันจะหมุนอยู่ตลอดไป (This one was her's. When it would spin in the dream it would never topple.)

แอรีแอดนี: (อธิบายเขาวงกตในจิตใต้สำนึกของฟิชเชอร์) ระดับต่าง ๆ เกี่ยวข้องกับแต่ละส่วนของจิตใต้สำนึกของเป้าหมายที่เราพยายามเข้าไป ฉะนั้นมันจะต้องมีฟลอร์ชั้นล่างของโรงพยาบาล เพื่อให้ฟิชเชอร์พาพ่อเขาเข้าไป ฉันว่าฉันมีคำถามเกี่ยวกับแบบแปลนหน่อยนึงน่ะ (Each level relates to the part of the subject's subconscious that we are trying to access. So, I'm making the bottom level a hospital so Fischer will find his father. I have a question about this layout-)
คอบบ์: ไม่ ไม่ อย่า อย่าให้ฉันรับรู้ด้วย แบบแปลนน่ะ คนสร้างฝันควรรู้คนเดียว (No, no, don't show me specifics. Only the dreamer should know the layout.)
Ariade: ทำไมต้องเป็นอย่างนั้นน่ะ? (Why is that so important?)
คอบบ์: เผื่อมีคนในจิตใจของใครแทรกเข้ามา เราไม่อยากให้เขารู้เส้นทางในเขาวงกต (In case one of us brings in our projections. We don't want them knowing the details of the maze.)
แอรีแอดนี: คุณหมายถึง ถ้ามอลเข้ามาปรากฏตัว คุณกันเธอออกไปไม่ได้ใช่ไหม? คุณสร้างแบบแปลนเองไม่ได้ เพราะถ้าคุณรู้ เธอก็จะรู้ด้วย และเธอจะทำลายปฏิบัติการหมด คอบบ์ แล้วคนในทีมรู้ไหม? (Which means, in case you bring Mal in. You can't keep her out, can you? You can't build because if you know the maze, she knows it. She'd sabotage the whole operation. Cobb, do the others know?)
คอบบ์: ไม่ พวกเขาไม่รู้ (No. They don't.)
แอรีแอดนี: คุณต้องเตือนพวกเขา ถ้าเกิดมันแย่ลง (You've got to warn them if this is getting worse.)
คอบบ์: ไม่มีใครพูดว่ามันจะแย่ลง ฉันต้องกลับบ้าน นี่คือทั้งหมดที่ฉันแคร์ในตอนนี้ (No one said it's getting worse. I need to get home. That's all I care about right now.)
แอรีแอดนี: ทำไมคุณกลับบ้านไม่ได้ล่ะ? (Why can't you go home?)
คอบบ์: เพราะตำรวจคิดว่าฉันฆ่ามอล (Because they think I killed her.) (ลุกขึ้น) ขอบใจมาก (Thank you.)
แอรีแอดนี: เรื่องอะไร? (For what?)
คอบบ์: ที่ไม่ถามว่าฉันฆ่าเธอหรือเปล่าไง (For not asking whether I did it.)

[ทีมประชุมเรื่องวิธีที่ใช้ในการอินเซปชั่น]
คอบบ์: "ฉันจะทำลายอาณาจักรของพ่อ" ชัดเจนเลยว่านี่เป็นความคิดที่โรเบิร์ตเลือกที่จะปฏิเสธ เราถึงต้องฝังมันลึกลงในจิตใต้สำนึกของเขา จิตใต้สำนึกเกิดจากอารมณ์ ไม่ใช่เหตุผล เราจะต้องหาทางแปลงสิ่งนี้ ให้เป็นคอนเซ็ปต์ทางอารมณ์ ("I will split up my father's empire". Now, this is obviously an idea that Robert himself will choose to reject. Which is why we need to plant it deep in his subconscious. The subconscious is motivated by emotion, right? not reason. Which is why we need to find a way to translate this into an emotional concept.)
อาร์เธอร์: นายจะแปลงกลยุทธธุรกิจเป็นอารมณ์ได้ไง? (How do you translate a business strategy into an emotion?)
คอบบ์: นั่นคือสิ่งที่ต้องคิดใช่ไหม ความสัมพันธ์ระหว่างโรเบิร์ตกับพ่อของเขาเข้าขั้นตึงเครียด ว่างั้นเถอะ (That's what we're going to figure out. Fischer's relationship with his father is stressed to say the least.)
อีมส์: ถ้างั้นเอามาใช้ได้ เราเสนอเขาว่าการทำลายบริษัทของพ่อก็เหมือนการ "ตอกหน้า" ตาแก่นั่น (Can we run with that? We could suggest breaking up the company as a "screw you" to the old man.)
คอบบ์: ไม่หรอก เพราะฉันคิดว่าอารมณ์ทางบวกจะเอาชนะอารมณ์ทางลบได้ทุกครั้ง จิตของมนุษย์หวังการปรองดอง เพื่อลดความโกรธ เราจะต้องทำให้โรเบิร์ต ฟิชเชอร์รู้สึกทางบวกต่อเรื่องนี้ (No, because I think positive emotion trumps negative emotion every time. We all yearn for reconciliation. For catharsis. We need Robert Fischer to have a positive emotional reaction to all this.)
อีมส์: ถ้าอย่างนั้น เราจะลอง เอ่อ "พ่อฉันยอมรับว่าฉันอยากสร้างความสำเร็จเอง ไม่ใช่เดินตามรอยเท้าของพ่อ" (Well, why don't we try this? "My father accepts that I want to create for myself, not follow in his footsteps.")
คอบบ์: อาจจะเวิร์ก (That might work.)
อาร์เธอร์: อาจหรอ? เราต้องให้มันดีกว่า "อาจ" (Might? We need to do a little better than "might".)
อีมส์: (หันมามอง) ขอบใจที่ช่วยทำงานนะ อาร์เธอร์ (Thank you for your contribution, Arthur.)
อาร์เธอร์: ขอโทษที่ฉันต้องการความจำเพาะเจาะจง อีมส์ (Forgive me for wanting a little specificity, Eames.) (อีมส์มองอย่างสับสน ไม่พูดอะไร) เจาะจงให้แน่ชัด (Specificity?!)

[ทุกคนในทีมยืนอยู่ในบนถนนในเมือง ซึ่งเป็นความฝันชั้นแรก]
อีมส์: ที่ระดับบนสุด เราเปิดความสัมพันธ์ระหว่างเขา (ฟิชเชอร์) กับพ่อเขา นั่นคือ "ฉันจะไม่เดินตามรอยเท้าของพ่อฉัน" และในระดับลึกขึ้น เราก็ป้อนข้อมูล "ฉันจะสร้างผลงานด้วยตัวของตัวเอง" และพอถึงระดับลึกสุด เราก็ชักปืนขึ้นมาเลย (On the top level, we open up his (Fischer's) relationship with his father. Say, "I will not follow in my father's footsteps". Then, the next level down, feed him "I will create something for myself". Then, by the time we hit the bottom level we bring out the big guns.)
คอบบ์: พ่อฉันไม่อยากให้ฉันเป็นเหมือนเขา (My father doesn't want me to be him.)
อีมส์: ถูกต้อง (Exactly.)

ยูซุป: สารเคมีที่ใช้ในการแชร์ฝัน จะสร้างการเชื่อมต่อที่ชัดเจนระหว่างคนสร้างฝัน ในขณะที่เร่งการทำงานของสมอง (The compound we'll be using to share the dream creates a very clear connection between dreamers whilst actually accelerating brain function.)
คอบบ์: มันจะให้เวลาเรามากขึ้นในแต่ละระดับ (In other words, it gives us more time on each level.)
ยูซุป: การทำงานของสมองในฝันจะเป็น 20 เท่าของปกติ แล้วเมื่อคุณเข้าไปอยู่ในฝันที่อยู่ฝัน ผลคือการทวีคูณ สามความฝันก็คือ 10 ชั่วโมง (Brain function in the dream will be about 20 times of normal. When you enter a dream within that dream, the effect is compounded. Three dreams is ten hours, is...)
อีมส์: (ขัดจังหวะ) โทษนะ ฉันคิดเลขไม่ค่อยเก่ง เวลาเท่าไหร่บอกเลย (I'm sorry, math was never my strong subject. So how much time is that?)
คอบบ์: 1 สัปดาห์ในความฝันชั้นแรก 6 เดือนในความฝันชั้นที่สอง และความฝันชั้นที่สาม... (A week the first level down, is six months the second level down, third level is...)
แอรีแอดนี: เป็น 10 ปี ใครอยากจะติดอยู่ในฝันนานขนาดนั้น (Ten years. Who'd want to be stuck in a dream for ten years?)
ยูซุป: ขึ้นกับว่าฝันอะไร (Depends on the dream.)
อาร์เธอร์: พอฝังความคิดได้แล้ว เราจะออกมายังไง หวังว่านายคงมีวิธีที่ดีกว่ายิงหัวฉันนะ (So, once we've made the plant how do we get out? I'm hoping you have something more elegant in mind than shooting me in the head?)
คอบบ์: การปลุก (A kick.)
แอรีแอดนี: แล้วการปลุกแบบไหน? (What's a kick?)
อีมส์: นี่ แอรีแอดนี นี่คือการปลุก (This, Ariadne, would be a kick.) [อีมส์กระดกเก้าอี้ของอาร์เธอร์ ทำให้อาร์เธอร์สะดุ้ง]
คอบบ์: ความรู้สึกว่ากำลังตกจากที่สูงจะปลุกให้เราตื่น สะดุ้งตื่นขึ้นจากความฝัน (It's that feeling of falling that jolts you awake. It snaps you out of the dream.)
อาร์เธอร์: แล้วเราจะสะดุ้งตื่นหรอ ยาแรงซะขนาดนั้น? (Are we going to feel a kick with this kind of sedation?)
ยูซุป: นั่นแหละความเจ๋งของมัน คือว่ายาของฉัน มันไม่ไปกดการทำงานของหูชั้นใน เพราะอย่างนั้น ไม่ว่าหลับลึงยังไง คนหลับก็ยังรู้สึกถึงการตกหรือถูกผลัก (Well, that's the clever part. I customize the sedative to leave inner ear function unimpaired. That way, however deep the sleep, the sleeper still feels falling, or tipping.)
คอบบ์: เทคนิคก็คือการเชื่อมการปลุกที่ส่งถึงฝัน 3 ระดับ (The trick is to synchronize a kick that can penetrate all three levels.)

[ทุกคนกำลังวางแผนการในทำอินเซ็ปชัน]
อีมส์: เราต้องการอย่างน้อยก็ 10 ชม. (We need at least a good ten hours.)
ไซโตะ: จากซิดนีย์ไปลอสแองเจลิส หนึ่งในเที่ยวบินที่ยาวนานที่สุด แล้วเขาก็บินทุก ๆ 2 สัปดาห์ (Sydney to Los Angeles. One of the longest flights in the world. He makes it every two weeks.)
คอบบ์: เอ่อ เขาต้องบินด้วยเครื่องส่วนตัว (He must be flying privately.)
ไซโตะ: นอกเสียแต่ว่าเครื่องของเขาเสีย ต้องเอาไปซ่อม (Not if there was unexpected maintenance with his plane...)
อาร์เธอร์: มันต้องเป็นเครื่อง 747 (It would have to be a 747.)
คอบบ์: ทำไม (Why is that?)
อาร์เธอร์: เพราะห้องนักบินอยู่ข้างบน แล้วชั้นเฟิร์สต์คลาสอยู่ข้างล่าง ซึ่งจะไม่มีใครเดินผ่าน แต่เราต้องเหมายกชั้น และเหมาทั้งพนักงานบนเครื่องด้วย) Because on a 747 the pilot is up top, and the first class cabin is in the nose, so no one would walk through. But you'd have to buy out the entire cabin. And the first class flight attendant.
ไซโตะ: ผมซื้อเหมาสายการบิน (I bought the airline.)
[ทุกคนมองมาที่เขาอย่างนึกทึ่ง]
ไซโตะ: (หน้าตาเฉยเมย) แบบนี้เนียนกว่าไหมล่ะ (It seemed neater.)
คอบบ์: ดูเหมือนว่าเราได้ 10 ชม. มาแล้วนะ (Looks like we have our ten hours.)

[แอรีแอดนีเข้ามาในความทรงจำหนึ่งที่คอบบ์เก็บซ่อนไว้]
มอล: (หันมามองแอรีแอดนี) เธอมาทำอะไรที่นี่ (What are you doing here?)
แอรีแอดนี: (พูดตะกุกตะกัก) เอ่อ ฉันชื่อ (I'm...)
มอล: ฉันรู้ว่าเธอเป็นใคร เธอมาทำอะไรที่นี่ (I know who you are. What are you doing here?)
แอรีแอดนี: ฉันแค่พยายามจะเข้าใจ (I'm just trying to... understand.)
มอล: เธอจะเข้าใจได้อย่างไง การเป็นคนรักน่ะ การเป็นเครื่องมือของคนอีกคน (How could you understand? Do you know what it is to be a lover? To be half of a whole?)
แอรีแอดนี: ไม่ (No.)
มอล: ฉันจะเล่าปริศนาให้ฟัง เธอกำลังรอรถไฟ รถไฟที่จะพาเธอไปไกลแสนไกล เธอรู้ว่าเธอหวังว่ารถไฟจะพาเธอไป แต่เธอไม่รู้ว่าคือที่ไหน แต่มันก็ไม่สำคัญแล้ว เธอรู้ไหมว่า ทำไม (หยิบแก้วไวน์ที่แตก) (I'll tell you a riddle: you're waiting for a train, a train that will take you far away. You know where you hope this train will take you, but you don't know for sure. But it doesn't matter. How can it not matter to you where the train will take you?)
คอบบ์: (มาจากข้างหลังแอรีแอดนี) เพราะว่าเราจะได้อยู่ด้วยกัน (Because you'll be together.)
มอล: (ตกใจ) คุณพาเธอมาที่นี่ได้อย่างไง ดอม (How could you bring her here, Dom?)
แอรีแอดนี: ที่นี่ที่ไหน? (What is this place?)
คอบบ์: ห้องสูตในโรงแรม ในวันครบรอบแต่งงานของเรา (This is the hotel suite where we suspend our anniversary.)
แอรีแอดนี: แล้วเกิดอะไรขึ้น (What happened here?)

[มอลรีบพุ่งเข้ามาหาทั้งคู่ ทั้งคอบบ์และแอรีแอดนีรีบหนีเข้าไปในลิฟต์]

มอล: (เขย่าประตูลิฟต์) คุณสัญญาแล้วนะ คุณสัญญา (You promised! You promised!!)
คอบบ์: ได้โปรด ผมแค่ให้คุณอยู่ที่นี่ ชั่วคราวเอง! (Please! I need you to stay in here! Just for now!)
มอล: คุณบอกว่าเราจะอยู่ด้วยกัน คุณบอกว่าเราจะแก่เฒ่าไปด้วยกัน (You said we'd be together! You said we'd grow old together!)
คอบบ์: (กดปุ่มลิฟต์) ผมจะกลับมารับคุณ ผมสัญญา (I'll be back. I promise.)

[หลังจากตื่นในโลกความเป็นจริง]

แอรีแอดนี: นี่คุณคิดว่า คุณจะขังเธอไว้ในความทรงจำไว้ได้หรือ? (Did you think that you could build a prison of memories to lock her in? Did you think you could contain her?)

[ฝันชั้นแรก : ทุกคนอยู่ในรถ ซึ่งต่อมายุซูปก็เข้ามานั่ง]
อาร์เธอร์: วันหลังหัดไปฉี่เสียก่อนนะ (You couldn't have peed before you went under?)
ยูซุป: ขอโทษ (Sorry.)
อีมส์: ก่อนขึ้นเครื่อง ซดแชมเปญมากไปหรือเปล่า ยูซุป (A bit too much free champagne before takeoff, eh Yusuf?)
ยูซุป: [ตีหน้าเซ็ง] เอ้า ฮากันเข้าไป (Ha ha bloody-ha.)
คอบบ์: ฝนตกหนักอย่างนี้ เขาต้องโบกแท็กซี่แน่ ๆ เลย (Well, we know he's going to be looking for a taxi in this weather.)

[หลังจากการยิงกันบนถนน]
อาร์เธอร์: เป็นไงบ้าง (You alright?)
อีมส์: ดี ฉันโอเค ฟิชเชอร์ปลอดภัย อาจจะเมารถนิดหน่อย (Yeah, I'm fine, i'm okay. (pause) And Fischer's okay. Unless he gets carsick.)

[หลังจากหลบเข้ามาในอาคาร]
คอบบ์: เราถูกรถไฟกั้นทางไว้ (We got blocked by a freight train.)
อาร์เธอร์: (พูดกับแอรีแอดนี) บ้าจริง คุณปล่อยรถไฟเข้ามายังสี่แยกกลางเมือง (Why'd you put a train crossing in the middle of a downtown intersection?)
แอรีแอดนี: ฉันเปล่านะ! (I didn't!)
อาร์เธอร์: แล้วถ้างั้นมันมาจากไหน? (Then where'd it come from?)
คอบบ์: ฉันควรจะต้องถามนายมากกว่าไหม ทำไมเราถูกซุ่มโจมตีล่ะ พวกนั้นไม่ใช่ภาพจากจิตธรรมดา มันฝึกการรบมาเป็นอย่างดี (Let me ask you a question: why the hell were we ambushed? Those were not normal projections, they've been trained, for god's sake.)
แอรีแอดนี: ถูกฝึกหรือ? (How could he be trained?)
อาร์เธอร์: ฟิชเชอร์จ้างนักโจรกรรมมาสอนให้จิตใต้สำนึกของเขาป้องกันตัวเอง ฉันไม่ได้ลงในรายงาน ขอโทษ (Fischer has had an extractor teach his subconscious to defend itself. His subconscious has militarized. It should have shown in the research. I'm sorry.)
คอบบ์: แล้วทำไมไม่ลงล่ะ!? (When why the hell didn't it?!)
อาร์เธอร์: ใจเย็น (Calm down.)
คอบบ์: นายยังจะมาบอกให้ฉันใจเย็นอีกหรอ! นี่มันความรับผิดชอบของนาย นายมีหน้าที่เช็กประวัติฟิชเชอร์ เราไม่ได้เตรียมมารับอะไรที่รุนแรงแบบนี้ (Don't tell me to calm down. This was your job, goddamnit! This was your responsibility! You were meant to check ฟิชเชอร์'s background thoroughly! We are are not prepared to deal with this type of security!)
อาร์เธอร์: เราเคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน แค่เพิ่มความระวัง เราก็ผ่านไปได้ (We have dealt with some security before! We'll be a little more careful, and we're going to be fine!)
คอบบ์: แต่นี่มันไม่ได้อยู่ในแผนนะ! (This was not a part of the plan!) (พูดถึงไซโตะ) เขากำลังจะตาย (He's dying, for god's sake!)

[อีมส์เดินเข้ามา พร้อมกับเล็งปืนไปที่ไซโตะ]

อีมส์: งั้นช่วยให้เขาพ้นจากฝันร้าย (I'm putting him out of his misery.)
คอบบ์: อย่า อย่า อย่า!!! (DON'T DO THAT!) (ผลักอีมส์ไปติดรถ) อย่าฆ่าเขา (Don't do that.)
อีมส์: เขากำลังทรมาน ฉันก็แค่ช่วยเขา (He's in agony. I'm waking him up.)
คอบบ์: ไม่ เขาจะไม่ตื่น (No. It won't wake him up.)
อีมส์: หมายความว่าไง ไม่ตื่น ถ้าเราตายในความฝัน เราจะตื่นขึ้น (What do you mean "it won't wake him up"? If we die in a dream, we wake up.)
ยูซุป: ไม่ใช่ในฝันนี้ (Not from this.) (ทุกคนมองมาที่เขา) ยาแรงเกินกว่าจะตื่นด้วยวิธีนี้ได้ (We're too heavily sedated to wake up that way.)
อีมส์: หรอ แล้วจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเราตาย? (So, what happens when we die?)
คอบบ์: ดิ่งลง ห้วงนรก (We drop into Limbo.)
อาร์เธอร์: (โกรธ) นายพูดจริงน่ะ? (Are you serious!?)
แอรีแอดนี: ห้วงนรกไหน (Limbo?)
อาร์เธอร์: พื้นที่ร้างในความฝัน (Unconstructed dream space.)
แอรีแอดนี: แล้วจะมีอะไรอยู่ในนั้น (Well, what the hell is down there?)
อาร์เธอร์: ไม่มีอะไรอยู่เลย นอกจากจิตใต้สำนึกที่เวิ้งว้าง นอกจากจะมีสิ่งที่ผู้ร่วมแชร์ความฝันเคยติดอยู่มาก่อน แล้วในกรณีนี้ ก็คือนาย (พูดถึงคอบบ์) (Just raw, infinite subconscious. Nothing is down there. Except whatever might have been left behind by whoever's sharing the dream who was trapped there before. Which in our case, is just you.)
แอรีแอดนี: แล้วเราจะติดอยู่นานแค่ไหน? (But how long could we be stuck there?)
ยูซุป?: ไม่ต้องคิดที่จะหนีไปไหนเลยนะ ต้องจนกว่ายาจะหมดฤทธิ์ (You can't even think about waking up until-)
อีมส์: (ตะคอก) นานแค่ไหนล่ะ ยูซุป !? (How long!?)
ยูซุป?: เป็น 10 ปีหรือตลอดไป ฉันไม่รู้! (Decades! It could be infinite! I don't know!) (พูดถึงคอบบ์) ถามเขาดูสิ เขาเคยติดอยู่มาก่อน (Ask him, he's the one who's been there!)

[ไซโตะถูกพยุงขึ้นบันไดไป]

อีมส์: เยี่ยม (Great.) (พูดกับคอบบ์) ขอบใจ ตอนนี้เราติดอยู่ในจิตของฟิชเชอร์ ต่อสู้กับกองกำลังของเขา แล้วถ้าเราโดนฆ่า เราจะนอนเป็นผักเน่าจนกว่าสมองจะเละเป็นไข่ตุ๋น หืม? (Thank you. So, now we're in Fischer's mind battling his own private army. And, if we get killed, we'll all be lost in Limbo until our brains turn to scrambled egg. Hm?)

[คอบบ์ไม่พูดอะไรแล้วเดินหนีไป]


อาร์เธอร์: นายรู้ว่ามีความเสี่ยง แต่นายไม่บอกเรา (So, you knew about these risks and you didn't tell us?)
คอบบ์: มันจะไม่มีความเสี่ยงอะไรแบบนี้ ถ้าเราไม่เจอเข้ากับกองทัพติดอาวุธ (There weren't meant to be any risks. I didn't know we'd be dealing with a load of gunfire.)
อาร์เธอร์: นายไม่มีสิทธิ์ (You had no right.)
คอบบ์: ทางเดียวที่เราจะลงฝัน 3 ระดับ (This is the only way to go three layers deep.)
อาร์เธอร์: (หันไปทางยูซุป) ส่วนนาย ก็รู้เรื่องนี้มาโดยตลอด (And you! You knew about this and went along with it?)
ยูซุป?: (ผายมือไปทางคอบบ์) ฉันไว้ใจเขา (I trusted him!)
อาร์เธอร์: ไว้ใจหรอ เขาบอกเขาจะให้ครึ่งหนึ่งล่ะสิ (You trusted him? When he promised you half his share?)
ยูซุป?: เปล่า เขาบอกจะให้หมด เขาบอกเขาเคยทำมาก่อน (No! His whole share. Besides, he said he'd done it before.)
อาร์เธอร์: กับใคร มอลงั้นหรอ ได้ผลดีมากสิท่า (What, with Mal? Because that worked so good?!)
คอบบ์: นั่นมันไม่เกี่ยวกันเลย ฉันทำสิ่งที่ฉันต้องทำเพื่อกลับไปหาลูกฉัน (It had nothing to do with you. I did what I had to to get back to my children.)

[ฟิชเชอร์และ "บราวนิ่ง" คุยกันหลังถูกลักพาตัว]
"บราวนิ่ง": ไอ้สารเลวพวกนี้มันจับตัวลุงมา 2 วันแล้ว พวกมันให้คนเข้าไปค้นในออฟฟิศของพ่อเธอและพยายามจะเปิดตู้เซฟ มันคิดว่าลุงรู้รหัสเปิดตู้ แต่ลุงไม่รู้จริง ๆ (Those bastards have been at me for two days. They have someone with access to your father's office and they're trying to open his safe. They thought I'd know the combination but I don't know it.)
ฟิชเชอร์: ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน (Well, neither do I.)
"บราวนิ่ง": อะไรนะ มอริส (พ่อของฟิชเชอร์) บอกลุงนะว่าถ้าเขาตาย เธอคนเดียวที่เปิดมันได้ (What? Maurice (Fischer's father) told me that when he passed, you'd be the only one able to open it!)
ฟิชเชอร์: ไม่ เขาไม่เคยบอกรหัสอะไรผมเลย (No, he never gave me any combination.)
"บราวนิ่ง": เขาอาจจะบอก แต่เธอไม่รู้ว่ามันเป็นรหัสตู้เซฟ (Well, maybe he did. Maybe you just didn't know it was a combination.)
ฟิชเชอร์: มันเป็นยังไง? (Well, what, then?)
"บราวนิ่ง": ไม่รู้สิ มันอาจจะเป็นชุดตัวเลข เอ่อ แบบประสบการณ์ที่มีความหมายระหว่างเธอกับมอริส (I don't know, some meaningful combination of numbers based on your experiences with Maurice.)
ฟิชเชอร์: (หัวเราะ) คือเราไม่ได้มี เอ่อ ประสบการณ์ที่มีความหมายต่อกันมากนัก (We, um..., we didn't have many "meaningful" experiences together.)
"บราวนิ่ง": แล้วหลังจากที่แม่เธอตายล่ะ (Perhaps after your mother died.)
ฟิชเชอร์: (ถอนหายใจ) หลังจากที่แม่ผมตาย รู้ไหมเขาบอกผมว่าไง? "โรเบิร์ต จริง ๆ แล้ว ฉันไม่มีอะไรจะพูด" (After my mother died, you know what he told me? "Robert, there's really nothing to be said.")
"บราวนิ่ง": ก็เขาไม่เก่งเรื่องแสดงออกนี่ (Well, he was bad with emotion.)
ฟิชเชอร์: (เสียใจ) ผมเพิ่งอายุ 11 เองนะ ลุงปีเตอร์ (I was eleven.)

สโลแกน

[แก้ไข]
  • Your Mind is The Scene of The Crime. (จิตของคุณคือสถานที่ก่ออาชญากรรม)
  • The Dream is Real. (ฝันเป็นจริงพลิกโลกพินาศ)