ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์

จาก วิกิคำคม
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
Chuwit Kamolvisit 2010-5-20.jpg

ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ หรือนามแฝงว่า Davis Kamol (เกิดเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ค.ศ. 1961) เป็นนักการเมืองชาวไทย หัวหน้าพรรคและอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อพรรครักประเทศไทย อดีตสมาชิกพรรคสู้เพื่อไทย และอดีตรองหัวหน้าพรรคชาติไทย

คำพูด[แก้ไข]

  • ผมเห็นมามากแล้ว ผู้ชายร้อยทั้งร้อย ตกม้าตายด้วยน้ำมือผู้หญิง ยิ่งพวกที่ชอบอ้างว่าเมียป่วย ยอมให้เที่ยว ตัวเองแก่ ของไม่สู้ ที่จริงยอมรับซะเลยว่า มันอยากตามสันดานผู้ชายเรื่องธรรมชาติไม่เห็นจะต้องแก้ตัว
  • ไม่ว่าคุณจะมีเงินเยอะแค่ไหน เงินจะไม่มีความหมายสำหรับคุณ เมื่อคุณหมดสิ้นอิสรภาพ

คำคม[แก้ไข]

ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล[แก้ไข]

  • หากตั้งใจจะ ปราบค้ามนุษย์ ให้ทำตามที่แนะ  5 ข้อ รอบรอง ไปแค่ที่แถวรัชดาก็เจอแล้ว แต่ท่านศรีวราห์ เป็นคนธรรมะธัมโม เรื่องแบบนี้ พับผ่าสิ ท่านคงไม่ถนัดหรอก ถามชูวิทย์สิครับ มองปร๊าดเดียวทะลุกระดูก[1]

ฝ่ายค้าน[แก้ไข]

  • เคยพูดเรื่องงูเห่ามานานหลายครั้งแล้ว ตอนนี้ได้เห็นตัวเป็นๆ นับได้ 12 ตัว แม้ว่าตอนแรกจะมองไม่เห็นว่าใครเป็นใคร แต่ท้ายสุดก็หนีไม่พ้นที่จะต้องแสดงตัว และงูเห่าจะมีข้ออ้างสารพัด ไม่ว่า หนี้บุญคุณ, คดีของวงศาคณาญาติ, ประชาชนในพื้นที่ต้องการ, อยู่แล้วอึดอัด, กรรมการบริหารไม่เห็นหัว, อุดมการณ์ไม่ตรงกัน (เพิ่งนึกขึ้นได้) แต่เชื่อเถอะ ร้อยทั้งร้อยไม่พ้นเรื่องที่ชาวบ้านร้านกาแฟแถวเยาวราชบ้านผมคุยกันไว้หรอก เขาทำท่าตบกระเป๋ากันป้าบๆ ตุงกันเป็นแถว ซึ่งบรรดางูเห่าพวกนี้ถือเป็นเพียง “งูเห่ารุ่นเยาว์” กำลังอยากเติบโต ทนกลิ่นยั่วเย้าไม่ไหว แต่ที่จะพูดถึงนี้ คนทั่วไปหรือแม้แต่พวกนักวิเคราะห์การเมืองก็ไม่รู้ การที่พรรคอนาคตใหม่เป็นฝ่ายค้านร่วมกับพรรคเพื่อไทยแล้วไม่ประสบความสำเร็จ แม้ว่าจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจสักกี่รอบก็ล้มรัฐบาลไม่ได้ เหตุเพราะนี่เป็นกลยุทธ์การเมืองระดับปรมาจารย์ หากให้ผมเรียกภาษาชาวบ้าน คือ “งูเห่าระดับพญานาค” ที่ส่งเสียงคำรามน้ำกระเพื่อม แต่มองไม่เห็นตัวตน (เพราะไม่ได้อยู่ในสภา) การขู่ฟอดๆ ของระดับพญานาคว่าจะเอารายชื่อนั้นรายชื่อนี้ของบรรดาคณะรัฐมนตรีไปขึ้นเขียงในวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยทยอยปล่อยทีละชื่อ ต้นสายปลายเหตุที่มัวแต่ทำเป็นคัดชื่อยังไม่นิ่ง ก็เพราะเขย่ากันไม่เสร็จ ต่อรองกันอยู่กับรัฐบาล แบบนี้เรียกว่า “งูเห่า” หรือ “พญางูเห่า” กันแน่ คนที่น่าอภิปรายที่สุดกลับไม่มีชื่อ หากคิดล้มคงรู้ว่าใครมีอำนาจบารมีในรัฐบาลนี้ และเป็นจุดเปราะบางที่ฝ่ายค้านจะทะลวงได้ รายชื่ออภิปรายได้แค่บรรดาน้องๆ ส่วนพี่ใหญ่เอาไว้ใช้ขู่เพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กัน[2]
  • ผมเห็นชัดเหมือน 10 ปีก่อน ที่จับปลาไหลคามือมาแล้ว การเมืองไม่ได้เปลี่ยนเลยสักนิด เล่นการเมืองแบบนี้มันลึกซึ้งนัก ได้ประโยชน์มากกว่า แม้จะไม่ได้เป็นรัฐบาล งูเห่าระดับ “พญานาค” หรือจะเรียกว่าระดับ “อนาคอนด้า” ไม่โผล่หน้ามาให้เห็นในสภาเหมือนระดับงูเห่ากระจอกๆ บารมีก็ได้ ชื่อก็ไม่เสีย ไม่ต้องให้คนด่า ไม่ต้องไปวิ่งไล่ใครให้เห็น ไม่ต้องห่วงว่าจะโดนศาลรัฐธรรมนูญตัดสิทธิ์ เพราะมีคนไปร้องให้กวนใจ นั่งจิบไวน์สบายแฮที่บ้าน แล้วอย่างนี้พรรคอนาคตใหม่หวังจะประสบความสำเร็จได้ยังไง? ในเมื่อฝ่ายค้านไม่มีเอกภาพแบบนี้? เพราะมันเป็นฝ่ายค้านเทียม เตี๊ยมกันมาแต่ต้น ของจริงเขานั่งคุยกับลุงอยู่บนโต๊ะจีนในห้องสูทโรงแรมระดับ 5 ดาว มีลิฟต์ VIP ไม่ปะปนกับคนทั่วไป หากจะไม่ให้อภิปรายคนนี้ จะขอคนนั้นขึ้นเป็นรัฐมนตรี ตอนปรับ ครม. หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจจบ นักการเมืองรุ่นเก๋าเขาถึงบอก อุดมการณ์ต้องเก็บไว้ในลิ้นชัก การเมืองในสภามันลิเกโรงใหญ่ ผลประโยชน์ต้องมาก่อนประเทศชาติ[2]

อ้างอิง[แก้ไข]