ซามูเอล จอห์นสัน

จาก วิกิคำคม
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
Samuel Johnson by Joshua Reynolds.jpg

ซามูเอล จอห์นสัน รู้จักกันในชื่อ ดร. จอห์นสัน (อังกฤษ: Samuel Johnson) (18 กันยายน พ.ศ. 2252 - 13 ธันวาคม พ.ศ. 2327 เป็นนักพจนานุกรม นักวิจารณ์และกวี เกิดที่เมืองลิชฟิลด์ สแตฟอร์ดไชร์ ตอนกลางของประเทศอังกฤษ เป็นบุตรชายของเจ้าของร้านขายหนังสือ เข้ารับการศึกษาที่มหาวิทยาลัยลิชฟิลด์และออกซฟอร์ดแต่ลาออกก่อนได้รับปริญญาเพื่อมาเป็นครู ในปี พ.ศ. 2280 จอห์นสันย้ายไปอยู่ที่กรุงลอนดอนทำงานเป็นนักหนังสือพิมพ์ หลังจากปี พ.ศ. 2290 ไปอีก 8 ปี จอห์นสันได้เขียนงานพจนานุกรม “พจนานุกรมภาษาอังกฤษ” (Dictionary of English Language) ซึ่งมีนิยามคำศัพท์มากถึง 40,000 คำโดยมีตัวอย่างประกอบการใช้คำด้วยพร้อมข้อความอ้างอิงต่าง ๆ มากกว่า 100,000 รายการ พจนานุกรมของจอห์นสันกลายเป็นพจนานุกรมภาษาอังกฤษมาตรฐานที่ใช้กันยาวนานจนกระทั่งมีการตีพิมพ์พจนานุกรมใหม่ คือ Oxford English Dictionary ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2427

ในปี พ.ศ. 2302 จอห์นสันได้ออกวารสารเชิงจริยธรรมที่โด่งดังชื่อ “เดอะแรมเบลอร์” (The Rambler) และในปี พ.ศ. 2311 เขียนงานร้อยแก้วเกี่ยวกับอบิสซิเนียเรื่อง “ราสเซลลาส์” (Rassellas)

ต่อมาในปี พ.ศ. 2314 จอห์นสันได้รับเบี้ยยังชีพจากราชสำนักทำให้เขาสามารถเข้าสู่แวดวงของสมาคมบรรณโลกและกลายเป็นบุคคลสำคัญในสังคม โดยเฉพาะสมาคมนักอักษรศาสตร์ที่เขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2307 ในปีถัดมา จอห์นสันเริ่มตีพิมพ์งานชุดเช็คสเปียร์ ปี พ.ศ. 2315 ได้เริ่มงานออกหนังสือเล่มเล็กเกี่ยวกับการเมือง พ.ศ. 2315 ได้ออกเดินทางกับเจมส์ บอสเวลล์ไปทัศนาจรสก็อตแลนด์และกลับมาเริ่มเขียนหนังสือเรื่อง “ชีวิตของกวี” (Lives of the Poets) ระหว่าง พ.ศ. 2322-24)

ชื่อเสียงของจอนห์สันในด้านความเป็นนักสนทนาในยุคนั้นได้บดบังชื่อเสียงในความสามารถด้านอักษรศาสตร์ของเขาเองเกือบหมดสิ้น หากไม่มี เจมส์ บอสเวลล์ นักเขียนชาวสก็อตผู้เป็นเพื่อนสนิทเป็นผู้เปิดเผยผลงานในสมาคมนักอักษรศาสตร์ของเขาในหนังสือชีวประวัติ "Life of Samuel Johnson" ซึ่งตีพิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2324 ก็คงไม่มีใครทราบถึงความสามารถที่แท้จริงของเขา

ซามูเอล จอนห์สัน มีชีวิตอยู่ระหว่างรัชสมัยของพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระสมัยกรุงศรีอยุธยาและรัชสมัยของพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกในยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น

คำคม[แก้ไข]

Cquote1.png All travel has its advantages.

If the passenger visits better countries, he may learn to improve his own. And if fortune carries him to worse, he may learn to enjoy it.

Cquote2.png
ทุก ๆ การเดินทางมีข้อดีของมัน

หากเราเดินทางไปยังประเทศที่ดีกว่า เราอาจได้เรียนรู้ว่าจะพัฒนาประเทศของตัวเองอย่างไร แต่ถ้าหากเราเดินทางไปยังที่ที่เลวร้ายกว่า เราก็อาจได้เรียนรู้ว่าจะอยู่กับมันอย่างมีความสุขได้อย่างไร

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้ไข]

w
วิกิพีเดีย มีบทความเกี่ยวกับ