ตุลาการทมิฬ

จาก วิกิคำคม
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ตุลาการทมิฬ
w
วิกิพีเดีย มีบทความเกี่ยวกับ

ตุลาการทมิฬ (ญี่ปุ่น: 新暗行御史 Shin Angyō Onshi เกาหลี: 신암행어사 Sinamhaengeosa อังกฤษ: Blade of the Phantom Master) เป็นการ์ตูนญี่ปุ่นผลงานของ ยองอินวานและยังกวางอิล ซึ่งเป็นชาวเกาหลี ชื่อการ์ตูนภาษาอังกฤษของตุลาการทมิฬใช้ชื่อ Blade of the Phantom Master และในบางประเทศใช้ชื่อ Shin Angyō Onshi ในฉบับหนังสือการ์ตูนมี 17 เล่มจบ ในฉบับภาษาไทยตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์วิบูลย์กิจ ในฉบับภาษาญี่ปุ่นตีพิมพ์โดยโชงะกุกัง

เหวินซิ่ว[แก้ไข]

“ ชีวิตทั้งหลายในโลกนี้ ล้วนมีรากฐานที่กำเนิดเกิดมาทั้งสิ้น มันเป็นต้นกำเนิดที่เรียกได้ว่า เป็นธรรมชาติที่ศักดิ์สิทธิ์และยิ่งใหญ่ สิ่งนั้นเปรียบเสมือนบิดามารดา มนุษย์ที่ทิ้งขว้างบุพการีที่ให้กำเนิดมา ก็ต้องรับโทษทัณฑ์เป็นธรรมดา ”
เหวินซิ่ว
“ คนที่ไม่รู้จักกำลังของศัตรู แล้วกล้าต่อกรคือคนโง่ ”
เหวินซิ่ว
“ อย่าร้องไห้ พวกเขาคงกลับไปในที่ๆควรไปแล้วล่ะ ที่จริงน่าจะได้ไปนานแล้วด้วย นี่คือกฏของธรรมชาติ พวกเขาทุกคนคงจะขอบใจเจ้าอยู่แน่ๆ ”
เหวินซิ่ว
“ ไม่ใช่เรื่องน่าอายหรอก มนุษย์น่ะอ่อนแอ จะหวังพึ่งปาฏิหาริย์ก็ไม่แปลก แต่เพราะว่าเป็นมนุษย์ ถึงสามารถลบล้างภาพลวงนั่นได้ ถึงเจ้าตายไปแล้ว ก็ยังไม่สูญเสียความเป็นมนุษย์หรอกนะ ”
เหวินซิ่ว
“ หยวนซู่เอ๋ย สงครามที่แสนทุกข์ทรมาน ความสับสนวุ่นวายที่แสนสาหัส มันทำให้ข้าเข้าใจอย่างถ่องแท้ ว่าไม่มีผู้ช่วยให้รอดพ้นหรอกนะ แต่จะถึงอยู่ในความมืดมิด และค้นพบแสงสว่างก็ตาม นั่น... ก็เป็นแค่แสงสว่างที่เผอิญมีอยู่ตรงนั้นเท่านั้นเอง มันไม่มีความหมายอะไรสักนิดเดียว หากเผลอยื่นมือออกไป ก็จะโดนความมืดที่อยู่ข้างหลังแสงสว่างนั้น กลืนกินเข้าไปเท่านั้นเอง ”
เหวินซิ่ว
“ ลืมเลือน... เจ้าน่ะเมามายอยู่ท่ามกลางทุ่งหยางกุ้ยเฟย จนลืมไปหมดแล้วน่ะสิ เจ้าใช้พลังเวทจนหมดสิ้น ร่างกายเจ้ากำลังแก่ชราลงไป การต่อสู้ในวันนั้น เกียรติยศ... ความเจ็บปวด... ทุกสิ่งทุกอย่างข้าได้เห็นมาจนหมดสิ้น จึงได้มีชีวิตมาจนถึงบัดนี้ได้ เจ้าคิดว่าถ้าหากได้รับพลังของคนที่ยังอยู่ จะดึงอดีตกลับมาได้งั้นรึ? เจ้าในตอนนี้น่ะ มันก็เป็นแค่ปิศาจที่ทิ้งความภาคภูมิใจของตัวเองไปแล้วเท่านั้น ”
เหวินซิ่ว
“ คิดจะมีชีวิตอยู่ในความมืดไปตลอดชาติรึ ไล่ตามแสงสว่างสิ คนที่หนีเข้าไปในความมืดน่ะ จะไม่มีวันได้พบกับรุ่งอรุณ ”
เหวินซิ่ว
“ หิมะนั้นถึงจะเปรอะเปื้อนดินยังไง มันก็ยังเป็นหิมะสีขาวอยู่วันยังค่ำ ”
เหวินซิ่ว
“ ถ้าไม่รู้จักความทุกข์ของคนอื่นล่ะก็ จงอยู่อย่างทุกข์ทรมานไปตลอดชีวิตเถอะ คนที่มีแต่ความสุขสบายน่ะ....มันไม่มีอยู่ในโลกนี้หรอกนะ นี่แหละคือ "ชีวิต" ล่ะ ”
เหวินซิ่ว
“ รู้จักคำว่า "แสงสุดท้ายอันโชติช่วง" รึเปล่า? หมายถึงแสงเทียนที่สว่างเจิดจ้า ก่อนที่มันจะมอดดำไปยังไงล่ะ ขนาดเทียนมันเผาไหม้ทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อพิสูจน์ความเป็นตัวเอง แล้วมนุษย์จะมัวแต่สั่นกลัวเจ้าปิศาจโง่เง่าเพียงตัวเดียวอยู่ได้ยังไงกันล่ะ? ถึงเปอร์เซ็นต์ที่จะชนะ มันเป็นศูนย์ แต่ถึงอย่างนั้น ก็จะทุ่มทุกสิ่งทุกอย่างให้หมด ”
เหวินซิ่ว
“ สิ่งที่ข้ารู้สึกได้ชัดเจนที่สุดจากการทำหน้าที่อาเมนโอซ่าเป็นเวลานานก็คือ... ถึงแม้เมฆดำคิดจะปกคลุมให้ทั่วฟ้ายังไง สุดท้ายท้องฟ้าก็จะพยายามเอาสีฟ้าครามของมันคืนมาอยู่ดี เพราะงั้นนี่จึงไม่ใช่ชะตากรรม ถึงแม้ปิศาจร้ายตนไหนจงใจจะทำให้พ่ายแพ้ แต่สวรรค์จะต้องรับรู้ สิ่งที่เหมาะกับฟ้าสีครามก็คือชีวิตที่แสนบริสุทธิ์แหละนะ ขอเพียงพวกเราไม่ลืมเลือนสิ่งนั้นก็พอแล้ว ”
เหวินซิ่ว

หยวนซู่[แก้ไข]

“ อาวุธสุดยอดใดๆไม่เทียบเท่าปัญญาของผู้กล้าที่แท้จริง หมายความว่านักรบที่บรรลุหนทางแห่งดาบ ย่อมไม่พึ่งพาอาวุธ ดาบนั้นสำหรับนักรบแล้ว ก็เป็นแค่เครื่องมือถ่ายทอดจิตสังหาร สำหรับผู้ที่บรรลุจุดสูงสุด อาวุธก็ไม่มีความหมายอีกต่อไป จิตสังหารที่ผู้คนมีนั่นแหละ คือดาบที่สามารถตัดเหล็กพันชั่งได้อย่างสบาย ”
หยวนซู่

หยวนเสี่ยว[แก้ไข]

“ ร่างกายของข้าน่ะเหรอ มันจะเป็นยังไงก็ช่าง ขณะที่อยู่ท่ามกลางสงครามที่เหมือนนรกไม่จบสิ้น ข้าหวังเพียงสิ่งเดียวคือความสงบสุข เพื่อความสงบสุขล่ะก็ ให้ทุกข์ทรมานแค่ไหนข้าก็ทนได้ แม้ว่าข้าจะใช้พลังเวทอัญเชิญที่บั่นทอนอายุ ในฐานะจอมเวทไปจนหมดสิ้น จนต้องให้เดียรฉานวิชาครอบครองร่างนี้ก็ตาม ข้าก็ยอมค่ะ เพื่อความสงบสุขของจูชินไงล่ะ ”
หยวนเสี่ยว

มิสหว่อง[แก้ไข]

“ การเข้มแข็งขึ้น เพื่อปกป้องสิ่งสำคัญน่ะ คือธาตุแท้ของผู้หญิงนี่นะ ”
มิสหว่อง
“ เสือน่ะไม่กางเล็บใส่ศัตรูที่มันสู้ไม่ชนะหรอกนะ ”
มิสหว่อง

เออจวื้อไท่[แก้ไข]

“ เดิมทีโลกมนุษย์นั้นเป็นกระดาษขาว แต่เพราะความอ่อนแอในจิตใจมนุษย์ จึงทำให้เกิดสีขาวและสีดำ แต่เมื่อมองจากสวรรค์ มันก็เป็นเพียงเศษกระดาษแผ่นหนึ่ง ”
เออจวื้อไท่

มู่เจี้ยง[แก้ไข]

“ ความหวัง เป็นแค่หน้ากากที่ทับอยู่บนความสิ้นหวังเท่านั้น ”
มู่เจี้ยง

อื่นๆ[แก้ไข]

“ ไส้เดือนฝอยน่ะเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำที่สุดในประเภทหนอน ถ้าไม่มีสิ่งมีชีวิตนี้ละก็ปลาที่กินมันเป็นอาหารก็จะตาย สัตว์ที่กินปลาก็จะตายเช่นกัน ถึงแม้มันจะเป็นเพียงเหยื่อที่ไร้ความสามารถ แต่พวกมันก็ยังเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของโลกนี้ มนุษย์ก็เช่นกัน ถึงแม้จะเป็นมนุษย์ที่ทำอะไรไม่ได้ ถึงแม้จะต่างกันก็ตาม แต่ก็เป็นพลังงานที่ทำให้โลกเคลื่อนไหวเช่นกัน ”
“ จะเป็นหยางกุ้ยเฟยหรือมันดาราเคะก็ตาม ถึงแม้จะดื่่มยาอาถรรพ์ใดๆที่มีในโลก ก็ไม่มีทางทำให้นิทราอันแสนหวาน กลับคืนมาหาเจ้าอีกเป็นครั้งที่สอง ”
จากบทประพันธ์ของ วิลเลี่ยม เช็กสเปียร์ เรื่องโอโทเล บทที่ 3 องก์ที่ 3 "ในสวนของปราสาท"

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้ไข]

w
วิกิพีเดีย มีบทความเกี่ยวกับ