พรรคพลังประชารัฐ

จาก วิกิคำคม
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

[แก้ไข]

  • ผมนี่ไม่เคยเห็นคนในพรรคพลังประชารัฐไปด่าคนเลยนะ ผมไม่เคยได้ยินเลย ให้ผมตาย ออกจากนี่ อัดรายการเสร็จให้รถชนตาย ตกคลองตาย เค้าไม่ได้ด่า ไม่มีด่า
    • กรุง ศรีวิไล
  • พรรคพลังประชารัฐมองในแง่การพัฒนา นอกเหนือไปจากความรู้ในห้องเรียน แต่มองการณ์ไกลไปนอกโรงเรียน เพราะเชื่อว่าการให้โอกาสเท่ากับการสร้างอนาคต รัฐต้องทำหน้าที่ในการสนับสนุน เด็ก ๆ ต้องได้รับการศึกษาที่ดี และทั่วถึง รวมทั้งวัดผลได้จริง ไม่เรียนแบบท่องจำ แต่ต้องเกิดการเรียนรู้ การนำไปใช้ เรียนให้น้อย แต่ต้องรู้ให้ตรงจุด นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง
  • “การใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ หมายถึงการใช้เวลาไปกับสิ่งที่ตนเองชอบ สนใจ ฉะนั้นสิ่งที่ทางภาครัฐสามารถจัดเตรียมเอาไว้ให้ได้ คือ พื้นที่ที่ทุกคนได้ใช้ร่วมกัน ทางพรรคพลังประชารัฐได้มีนโยบาย 50 สวนสาธารณะ 50 เขต รวมไปถึง Co-working Spaces เพื่อเป็นแหล่งพื้นที่ในการทำกิจกรรม และที่สำคัญต้องทำอย่างต่อเนื่อง เพราะทุกคนอยู่ในยุคที่ลองผิดลองถูกได้ด้วยตนเอง เพียงอยู่ที่เริ่มคิด เริ่มลงมือ”
    • ไกรเสริม โตทับเที่ยง

[แก้ไข]

  • ต้องการเห็นบ้านเมืองเดินหน้าไปได้ พรรคพลังประชารัฐ เป็นพรรคหนึ่งที่เราไว้วางใจให้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลในครั้งนี้
    • คฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล

[แก้ไข]

  • เลือกความสงบ จบที่ลุงตู่ คำประกาศใหม่ของพรรคพลังประชารัฐ หมายความว่าถ้าไม่จบที่ลุงตู่ก็ไม่เลือกความสงบ 1 คะแนนของท่าน อย่าเลือกโดยจำนนกับความกลัวในอดีต ที่ถูกนำมาใช้หลอกหลอนจนต้องให้ 1 คะแนนนั้น แทน "ค่าคุ้มครอง
    • เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

[แก้ไข]

  • การที่บางพรรคออกมาพูดว่า เวลานี้เศรษฐกิจเป็นแบบรวยกระจุก จนกระจาย บอกกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ได้เปรียบธุรกิจขนาดเล็กเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ นั้นไม่ถูกต้อง เราต้องมองไปในระยะต่อไป เราต้องดูทุกด้าน สิ่งที่สำคัญตอนนี้คือการต่อยอดการกระจายรายได้มากกว่า จะทำยังไงให้โครงการต่าง ๆ ดำเนินต่อไป และสร้างรายได้ให้ประชาชนเพิ่มขึ้นมากกว่า เมื่อมีรายได้ที่ดีขึ้น เงินออม และทรัพย์สินก็จะตามมาต่อไป ข้อมูลจากสำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จำนวนครัวเรือนยากจนในประเทศไทยมีแนวโน้มลดลงตลอดระยะเวลา 10 ปี จาก 2 ล้านครัวเรือนเหลือเพียง 1.5 ล้านครัวเรือน และสัดส่วนคนจนก็มีแนวโน้มลดลงจาก 7.1 ล้านคน ในปี พ.ศ. 2557 เหลือ 5.3 ล้านคน ในปี พ.ศ. 2561 อีกด้วย สิ่งสำคัญ คือ อยากจะบอกว่า "ให้เอาเจ๊กลับไป และกรุณาเอาเงินชาวนา 600,000 ล้านคืนมา" แล้วเอากระจายรายได้ให้ประชาชน จะช่วยคนไทยได้อีกเป็นล้านคน
  • "ดังนั้นหากรัฐบาลต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าพรรคพลังประชารัฐได้มีโอกาสเข้ามาก็จะสามารถสานต่อโครงการและนโยบายต่าง ๆ ที่รัฐบาลปัจจุบันทำอยู่ได้ ก็จะทำให้อัตราการเติบโตของรายได้มีระดับเดียวกันหรือสูงกว่า ตอนนี้แน่นอนแล้วว่ามีการเติบโตของรายได้ของคนไทยอยู่ และเป็นขาขึ้นอีกด้วย อย่าให้อะไรมาทำให้สะดุด"
    • ณริช ผลานุรักษา

[แก้ไข]

  • ผมถูกมองว่าการมาอยู่พรรคพลังประชารัฐในครั้งนี้เพราะต้องการช่วยคุณพ่อนั้น ก็ยอมรับว่าเป็นอย่างนั้นจริง
    • เดชณัฐวิทย์ เตริยาภิรมย์

[แก้ไข]

  • ตนเป็นนักการเมืองรุ่นพี่และอาวุโสที่สุดของ จังหวัดอุตรดิตถ์ ตลอดชีวิตทางการเมือง เชื่อว่า ทุกคนที่อาสาเป็นตัวแทนของประชาชน มีเจนตนาและคามตั้งใจดี ยิ่งมีนักการเมืองรุ่นใหม่เปิดตัวมากเท่าไหร่ ยิ่งเป็นสิ่งที่ดี เนื่องจากคลื่นลูกหลังย่อมทยอยไล่คลื่นลูกแรกต่อไปเรื่อยๆ เพื่อร่วมพัฒนาสังคม ประเทศชาติ แม้การแข่งขันการเลือกตั้งจะเป็นแบบไหน จุดยืนของนักการเมืองคือต้องยึดถือประชาชน ประเทศชาติเป็นหลัก ที่สำคัญต้องนึกถึงอนาคต แม้จะอยู่คนละพรรคการเมือง แต่คือคนไทยด้วยกัน จึงถือโอกาสในฐานะรุ่นพี่มาให้กำลังใจ ชื่นชม ยินดีนักการเมืองรุ่นน้องหรือรุ่นใหม่ เพื่อให้บรรยากาศการเมืองการเลือกตั้ง จ.อุตรดิตถ์ เป็นต้นแบบเชิงสร้างสรรค์ ทั้งนี้ในส่วนของผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐ จ.อุตรดิตถ์ อยู่ระหว่างการนัดหมาย และหากมีการเปิดตัวพรรคการเมืองใดใน จ.อุตรดิตถ์ ก็จะเดินสายพบปะครบทุกพรรค
    • ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย

[แก้ไข]

  • กรณีที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จัดระดมทุนเมื่อ 19 ธันวาคม 61 ในงานมีมินิคอนเสิร์ต ผิด พรบ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งฯ 2561 มาตรา 73 ข้อ 3 หรือไม่ ซึ่งมีหลายๆคนได้ร้องเรียนให้ กกต. ตรวจสอบทั้งกรณีที่มาของทุน และเรื่องการหาเสียงที่มีความน่าสงสัยว่าจะผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ ว่า ขณะนี้เวลาล่วงเลยมาเกือบ 2 เดือนแล้ว ตนจึงต้องออกมาทวงถาม กกต. ว่าพิจารณาเรื่องนี้ไปถึงไหนแล้ว ด้วยความที่ตนอยู่ในขบวนการต่อสู้ภาคประชาชนที่ได้รับความอยุติธรรมมาตลอด เมื่อผันตัวมาสู่การเมืองภาครัฐสภา ตนจึงตั้งมั่นว่าจะต่อสู้เพื่อขจัดความอยุติธรรมให้หมดไป ทำให้ตนทนไม่ได้ที่เพิ่งเข้ามาสู่การเมืองภาครัฐสภาไม่ถึงครึ่งปี จะต้องทนกับความไม่เท่าเทียมอีก จึงขอเรียกร้องให้ กกต. พิจารณา ข้อรัองเรียนตามลำดับ ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะข้อร้องเรียนฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามอำนาจรัฐปัจจุบัน
    • พรพรหม พรหมชาติ

[แก้ไข]

  • โดยการพูดก็เป็นการแนะนำท่านสมศักดิ์ไปในฐานะที่ท่านทำงานให้กับกลุ่มเกษตรกรมาทุกกลุ่ม ไม่ว่า ชาวนา สวนปาล์ม เลี้ยงไก่ เลี้ยงโค ยาสูบ อ้อย เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับกลุ่มเกษตรกรว่า พรรคพลังประชารัฐมีบุคคลที่เหมาะสม มีความเข้าใจในการแก้ปัญหาเกษตรกรได้รวดเร็ว เพราะรู้งานจริง แต่ที่สื่อหลายสำนักไปมองว่า เป็นการจองตำแหน่งอะไรแบบนั้น สื่อตีความหมายล้ำหน้าความคิดเห็นของประชาชน ที่เขายังไม่ได้ตัดสินผ่านการเลือกตั้งเลย
    • ภิรมย์ พลวิเศษ

[แก้ไข]

  • ผมไม่เลือกพรรคพลังประชารัฐแน่นอน มีหลายเหตุผล รวมทั้งเหตุผลนี้ชัดเจนมาก และภาคประชาชนก็เห็นแล้ว และเชื่อว่าประชาชนที่ต้องการปกป้องทรัพยากร และภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมทั้งกลุ่มคนที่จะได้ประโยชน์ รวมทั้งผู้ป่วยที่จะได้ใช้กัญชาทางการแพทย์ก็จะได้หูตาสว่างว่า ควรเลือกมาบริหารประเทศหรือไม่
    • วิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ

[แก้ไข]

  • ผมว่าลุงน่าจะทวงบ้างนะครับว่า ถ้าไม่มีผม พวกคุณจะได้มานั่งสลอนกันแบบนี้หรือ # เลิกทวงได้แล้ว # แยกย้ายลงพื้นที่ทำงานเถอะ # รักประชาชนจริงๆ กันบ้าง # อย่าเร้าหรือ
    • สกลธี ภัททิยกุล
  • ตอนนี้ยังต้องถามอีกหรือว่าพรรคไหนจะอยู่ในใจท่าน เพราะสิ่งที่แสดงออกมาค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าคือพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และตัว พล.อ.ประยุทธ์เอง ก็ค่อยๆ แย้มถึงความสนใจทางการเมืองมาอย่างต่อเนื่อง และต่อให้ไม่สังกัดพรรคแต่ก็เชื่อว่าจะมีชื่อในบัญชีเสนอนายกฯของพรรคนี้แน่นอน
    • สติธร ธนานิธิโชติ
  • นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงโอกาสที่จะร่วมรัฐบาลด้วย โดยทั้งสามคนมีความเห็นว่า การเข้าร่วมรัฐบาลไม่ใช่เพื่อต้องการตำแหน่งหรืออะไร แต่มองว่า หากเข้าร่วมรัฐบาลแล้วต้องมีเงื่อนไขว่าพรรคจะสามารถนำนโยบายที่หาเสียงไว้ไปเป็นประโยชน์อย่างไร ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะยังมีกระบวนการอีกเยอะ และต้องฟังเสียงประชาชนด้วยซึ่งนายอภิรักษ์ และนายพีระพันธ์พูดตรงกันว่าหากตนได้เป็นหัวหน้าพรรคและเข้าร่วมรัฐบาลก็จะไม่ขอรับตำแหน่งใดๆ และหากพรรคไม่เข้าร่วมรัฐบาลก็จะต้องมาดูถึงการฟื้นฟูพรรคโดยคนที่เป็นส.ส.ก็ทำหน้าที่ในสภาไป แต่คนที่ไม่ได้เป็นก็มาทำงานฟื้นฟูพรรค ดังนั้นการที่มีข่าวว่าทางพรรคพลังประชารัฐจะให้ตำแหน่งรัฐมนตรีถึง 6 ตำแหน่งให้กับพรรคประชาธิปัตย์นั้น จึงเป็นการสร้างข่าวออกมามากกว่า เพราะพรรคประชาธิปัตย์ก็มีศักดิ์ศรีไม่ใช่เขาโยนอะไรมาก็งับ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีศักดิ์ศรี
    • สาทิตย์ วงศ์หนองเตย
  • ทั้งยังน่าสงสัยว่า นี่เป็นทฤษฎีการสมคบคิดวางแผนหาเสียงล่วงหน้าโดยการใช้นโยบายประชานิยมเพื่อซื้อเสียงหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้รัฐบาลอยู่เฉยๆ มาเกือบ 5 ปี ก็ไม่เคยคิดจะลงมือทำอะไร แต่พอรู้ตัวว่าอีก 2-3 เดือนจะมีการเลือกตั้ง ก็รีบเร่งรัดออกมติ ครม. สั่งการให้การรถไฟแห่งประเทศไทยรีบโอนความรับผิดชอบในการบริหารตลาดนัดจตุจักรไปให้กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นองค์กรที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐนั่งเป็นใหญ่ในฐานะผู้บริหารอยู่เต็มไปหมด จากนั้น ก็รีบลดราคาค่าเช่าแผงในตลาดก่อนจะเลือกตั้งไม่กี่วัน และเมื่อถึงวันเซ็นต์สัญญา ก็เชิญแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคพลังประชารัฐ มานั่งชูคอรับความดีความชอบเหมือนเป็นผลงานชิ้นโบว์แดง ซึ่งเป็นการรับลูกกันเป็นทอดๆ แบบนี้เท่ากับใช้อำนาจรัฐเอื้อประโยชน์ในการหาเสียง ซึ่งถือเป็นการโกงเลือกตั้งอย่างหนึ่ง
    • สุณิสา ทิวากรดำรง
  • วันนี้ยิ่งมั่นใจเพราะได้พบดาวรุ่งไทยปรากฏใหม่คือนายสนธิรัตน์ จึงอยากจะขอร้องให้ท่านลาออกจากการเป็นรัฐมนตรี เพื่อขึ้นปราศรัยและ หลักชัยที่ 3 เราต้องก้าวข้ามถ้าได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลสิ่งสำคัญที่สุดคือจะทำอย่างไรให้พรรคพลังประชารัฐอยู่ในหัวใจของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ซึ่งตรงนี้คิดว่าเป็นงานหนัก ซึ่งจะต้องมีการฟื้นฟูเศรษฐกิจกระจายไปทั่วทุกภูมิภาค ถ้าทำตรงนี้สำเร็จพลังประชารัฐจะอยู่ในหัวใจของคนไทย
    • สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ

[แก้ไข]

  • พรรคได้มีการหารือเกี่ยวกับนโยบายข้าว ซึ่งเป็นไฮไลท์ของพรรค ด้วยการเติมเงินบาทแรกเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจจากฐานราก เริ่มจากเกษตรกร ด้วยการต่อยอดนโยบายรัฐบาลชุดนี้ ที่ทำมาแล้วและเป็นเรื่องดี โดยได้ข้อสรุปว่า เราจะเพิ่มค่าเกี่ยวจากเดิมไร่ละ1,500 บาท ไม่เกิน 12 ไร่ เป็นไร่ละ 2,000 บาท จำนวน 20 ไร่ ช่วยค่าปลูกและค่าเตรียมดิน 1,500 บาทต่อไร่ ไม่เกิน 20 ไร่ และหากชาวนามียุ้งฉางเก็บข้าว เพื่อลดปริมาณข้าวที่ออกสู่ตลาด ทำให้ราคาข้าวดี ก็จะให้ค่าเก็บรักษา 1,500 บาทต่อตัน ซึ่งหากเทียบเป็นค่าปลูกและค่าเกี่ยวเป็นตัน ก็จะอยู่ที่ตันละ 5,800 บาท ซึ่งนโยบายเรื่องข้าว ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่พรรค ต้องทำทันที หากได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ส่วนนโยบายระยะยาว พรรคก็ได้เตรียมมาตรการช่วยเหลือไว้แล้ว เช่น 3 ลด 3 เพิ่ม ที่จะทำให้เกษตรกร เป็นเกษตรกรยุคใหม่ เพราะถือเป็นพื้นฐานเศรษฐกิจของประเทศ จึงจำเป็นต้องรีบเติมเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ผ่านเกษตรกร ซึ่งถูกละเลยมาหลายรัฐบาล
  • การทำนโยบายเรื่องข้าวครั้งนี้ทางพรรค ได้เล็งเห็นว่าจำเป็นที่จะต้องป้องกันการทุจริตและต้องการให้เงินทุกบาททุกสตางค์ถึงมือพี่น้องเกษตรกรโดยตรง จึงได้จ่ายเงินให้กับพี่น้องโดยคิดเป็นจำนวนต่อไร่ ซึ่งมีการลงทะเบียนไว้เรียบร้อย ก่อนแล้วซึ่งไม่สามารถมีการเปลี่ยนแปลงหรือเล่นแร่แปรธาตุได้ แต่มีพรรคการเมืองบางพรรคซึ่งเพิ่งออกนโยบายเกี่ยวกับเรื่องข้าว โดยจ่ายเงินให้เกษตรกร โดยคิดเป็นจำนวนตันซึ่งอาจสุ่มเสี่ยงให้เกิดการทุจริตในนโยบายที่เกิดขึ้น ยกตัวอย่าง หากพี่น้องเกษตรกรมีปริมาณข้าวที่เก็บเกี่ยวได้น้อยกว่าจำนวนตันสูงสุดที่จะได้รับ อาจเกิดการเวียนเทียนหรือการนำข้าวจากต่างประเทศมาสวมสิทธิ์ ทำให้เกิดการทุจริตและทำให้เกิดการเสียหายต่องบประมาณของแผ่นดิน
    • อนุชา นาคาศัย