พรรณิการ์ วานิช

จาก วิกิคำคม
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

พรรณิการ์ วานิช นักการเมืองสตรีชาวไทย โฆษกพรรคพรรคอนาคตใหม่ อดีตพิธีกรรายการโทรทัศน์ เกิดวันที่ 28 มกราคม ค.ศ. 1988

คำคม[แก้ไข]

  • มันเชยไปแล้วที่จะมองข่าวในประเทศ แยกกับต่างประเทศ เพราะเราไม่ใช่แค่พลเมืองไทย แต่คือพลเมืองอาเซียน พลเมืองโลก

บัญชา/คามิน[แก้ไข]

  • ที่ผ่านมาการเขียนการ์ตูนล้อเลียนหลายครั้งเราไม่มีปัญหาอะไร เพราะเราเชื่อในเสรีภาพการนำเสนอข้อมูลของสื่อมวลชน แต่ในกรณีนี้ล้ำเส้นจรรยาบรรณของสื่อไปมาก[1]
  • การ์ตูนนี้ พยายามสร้างความเข้าใจว่า มีพรรคการเมืองสนับสนุนผู้ก่อเหตุความรุนแรงในยะลา ไม่เกี่ยวว่าผู้เขียนจะพาดพิงพรรคการเมืองไหน นี่เป็นเรื่องร้ายแรง เพราะคุณพยายามบอกว่ามีพรรคการเมืองพรรคหนึ่งกำลังสนับสนุนเหตุอุฉกรรจ์ ที่ทำให้เกิดผู้เสียชีวิตถึง 15 คน ถามตัวท่านเองว่านี่คือข่าวเท็จที่ก่อให้เกิดความแตกแยก ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนหรือไม่ ขอร้องอย่าทำแบบนี้ หยุดการกระทำที่ไม่สร้างสรรค์ และไม่ทำให้เกิดประโยชน์ต่อฝ่ายใดแบบนี้อีก[1]

พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์[แก้ไข]

  • เรื่องเฟกนิวส์เป็นประเด็นร้อนขึ้นเมื่อพล.อ.อภิรัชต์ ให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ พูดถึงสงครามพันทาง และพรรคการเมืองหนึ่งล้างสมองคนรุ่นใหม่ ซึ่งพุ่งเป้ามาที่อนาคตใหม่อย่างชัดเจนแม้จะไม่ได้เอ่ยชื่อพรรค พรรคอนาคตใหม่ถูกโจมตีบ่อยครั้ง ทั้งการตัดต่อคลิปเสียงจนนำมาสู่แฮชแท็ก เนชั่นโป๊ะแตก จนถึงทุกวันนี้ก็ไม่มีการดำเนินการใดๆ หรือกรณีฝ่ายค้านถูกกล่าวหาอยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดในกรุงเทพฯ ซึ่ง ส.ส.พรรคพลังประชารัฐได้แชร์ข่าวปลอมนี้ด้วย เราจึงอยากจะถามว่านายพุทธิพงษ์ มีแนวคิดจัดการเรื่องนี้อย่างไร[2]

อภิรัชต์ คงสมพงษ์[แก้ไข]

  • อนาคตใหม่ไม่เคยมีความคิดเป็นปฏิปักษ์ต่อกองทัพ เพราะประเทศยังจำเป็นต้องมีกองทัพและทหาร ปกป้องอธิปไตยของประเทศและประชาชน แต่สิ่งที่เราอยากเห็นคือการให้ทหารทำหน้าที่ของตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ยุ่งเกี่ยวการเมือง แต่สิ่งที่พล.อ.อภิรัชต์ กำลังทำอยู่ปฏิเสธไม่ได้ว่ากำลังเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมือง โดยสภาวะปกติที่รัฐบาลพลเรือนอยู่เหนือกองทัพเป็นเรื่องควรจะเป็น และผบ.ทบ.ไม่มีสิทธิออกความเห็นทางการเมือง โดยเฉพาะประเด็นที่ชี้เฉพาะไปที่พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง ถ้าดูย้อนไปในอดีตจะพบว่าแนวคิดของพล.อ.อภิรัชต์ คล้ายกับแนวคิดผบ.ทบ.ช่วงก่อนเกิดเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ทั้งเพลงปลุกใจ โฆษณาชวนเชื่อว่านักศึกษาและคนรุ่นใหม่ยุคนั้นมีแนวคิดอันตราย และเป็นอันตรายกับสถาบันหลักของประเทศ[2]

ศรีสุวรรณ จรรยา[แก้ไข]

  • กรณีนี้เป็นประเด็นสำคัญที่อยากให้ กกต.วินิจฉัยให้ชัดเจนว่าเป็นไปตามคำร้องหรือไม่ ถ้าไม่ได้เป็นไปตามคำร้อง บุคคลที่เป็นสามี ภรรยา หรือเครือญาตินามสกุลเดียวก็กันสามารถแยกบริจาคเงินให้กับพรรคการเมืองได้คนละไม่เกิน 10 ล้านบาทต่อปีใช่หรือไม่[3]

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร[แก้ไข]

26 พฤษภาคม 2019[แก้ไข]

  • มีข้อกังวลอยากหารือกับท่านประธาน แล้วก็ เพื่อนสมาชิกว่า วันนี้เราได้เห็นแล้วว่ามีรายชื่อของรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง แคนดิเดต(Candidate) มี ๒ คน ท่านแรกคือท่านสุชาติ ตันเจริญ ท่านที่ ๒ อาจารย์เยาวลักษณ์ วงษ์ประภารัตน์จากพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งเป็นสตรี และเรามีความภูมิใจที่จะนำเสนอ แคนดิเดต (Candidate) ที่เป็นผู้หญิง เนื่องจากพรรคอนาคตใหม่รวมถึงฝั่งพรรคต่อต้าน การสืบอำนาจ คสช. ๗ พรรค ได้หารือร่วมกันแล้วว่าในรอบ ๘๗ ปีของประชาธิปไตยไทย[4]
  • เนื่องจากว่า ๘๗ ปีที่ผ่านมา เรามีผู้ที่ทำหน้าที่ควบคุมการประชุมสภาที่เป็นผู้หญิงเพียงแค่คนเดียวคือ คุณลลิตา ฤกษ์สำราญ ตอนปี ๒๕๔๗ เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง เราจึงอยากเสนอ ตำแหน่งที่สูงขึ้น รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ให้คุณเยาวลักษณ์เป็นแคนดิเดต (Candidate) แต่กลับมีหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งนำไปพาดหัวว่าแคนดิเดต (Candidate) ของฝั่งเราเป็นเพียงไม้ประดับเท่านั้น
  • แคนดิเดต (Candidate) สตรีซึ่งเป็นแคนดิเดต (Candidate) ทางฝั่งเราไม่ใช่ไม้ประดับ ขออนุญาตให้ผู้ที่เป็น แคนดิเดต (Candidate) ทั้ง ๒ ท่านได้แสดงวิสัยทัศน์สั้น ๆ เพื่อที่จะพิสูจน์ว่าไม่ว่าจะเป็น เพศใด ชาย หญิง หรือว่าหลากหลายทางเพศ มีคุณสมบัติ มีศักดิ์ศรีเหมาะสมพอกัน[5]
  • ในเมื่อท่านพูดมาถึงขนาดนี้แล้วนะคะ เมื่อสักครู่ดิฉันยืนยันว่าเป็นการหารือข้อกังวล พิสูจน์ว่าผู้หญิงไม่ใช่แค่ไม้ประดับ แต่ว่าในเมื่อ ท่านจะหาเสียงถึงขั้นนี้แล้วดิฉันเสนอว่าขอให้แคนดิเดต ( Candidate) ทั้ง ๒ ท่าน ท่านสุชาติ ท่านเยาวลักษณ์ อภิปรายเพื่อที่จะแสดงวิสัยทัศน์ท่านละ ๒ นาทีค่ะ เพื่อให้ ประชาชนทั้งประเทศที่เฝ้าดูอยู่ได้ร่วมเห็นวิสัยทัศน์ของแคนดิเดต (Candidate) ทั้ง ๒ ท่าน เป็นประโยชน์กับทั้ง ๒ ฝ่ายค่ะ[6]

26 มิถุนายน 2019[แก้ไข]

  • เหตุการณ์ลิดรอนคุกคามสิทธิเสรีภาพสื่อ สิทธิเสรีภาพในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของ ประชาชนแบบที่เคยเกิดขึ้นในรัฐบาลเผด็จการของ คสช. เกิดขึ้นอีกในรัฐบาล ที่แม้แต่ พวกท่านฝ่ายของรัฐบาลเอง ซึ่งจริง ๆ ก็เป็นรัฐบาลเดียวกับรัฐบาล คสช. พูดออกมาว่า เป็นยุคประชาธิปไตย แล้วเราผู้แทนราษฎรจะไม่ปล่อยให้การปฏิรูปสื่อที่ลิดรอนสิทธิภาพ ของประชาชนแบบนี้มีการแทรกแซงจากภาครัฐแบบนี้เกิดขึ้น นี่คือหน้าที่ของผู้แทนราษฎร นักการเมืองทั้งหลายในที่นี้ทุกท่านล้วนเคยถูกสื่อโจมตีมาแล้วไม่มากก็น้อย ท่านจิตนาการออก[7]
  • แน่นอนว่าหากปล่อยให้ฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามกับท่าน ส่งคนของตัวเองเข้าไปอยู่ในสภาวิชาชีพสื่อ คณะกรรมการจริยธรรมสื่อที่มีอำนาจล้นมือล้นฟ้าขนาดนี้ ตัวท่านเองและพรรคของท่าน จะอยู่ในสภาพเช่นไร ผู้ที่เสียประโยชน์ไม่ใช่ท่านค่ะ ผู้ที่เสียประโยชน์คือประชาชนที่จะตก อยู่ในวงล้อมของข้อมูลข่าวสารที่เอนเอียงบิดเบือน หรือแม้แต่สร้างความเกลียดชังแตกแยก ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย[7]
  • แผนการปฏิรูปสื่อแบบประชารัฐอันดูแล้วน่าจะ หมายถึงว่ารัฐปิดหูปิดตาประชาชนจะเกิดขึ้นไม่ได้ในยุคที่เรามีสภาผู้แทนราษฎร และมีตัวแทนจากประชาชนผ่านการเลือกตั้ง การลิดรอนสิทธิเสรีภาพสื่อจะเกิดขึ้นไม่ได้ เราไม่ได้ทำเพื่อปกป้องสิทธิเสรีภาพของท่านสื่อมวลชน แต่ทำเพื่อปกป้องสิทธิเสรีภาพในการ รับรู้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นจริงของประชาชน[7]

อ้างอิง[แก้ไข]

  1. 1.0 1.1 ช่อ สับสื่อดัง วาดการ์ตูนล้อการเมือง สร้างความเกลียดชังชายแดนใต้กว่าเดิม
  2. 2.0 2.1 ช่อ สับ บิ๊กแดง ไม่มีสิทธิมายุ่งการเมือง ลั่นเอาเวลาไปทำหน้าที่ตัวเองให้ดีก่อน
  3. ร้องต่อไม่รอแล้ว! ศรีสุวรรณ ยื่น กกต.สอบ ‘ช่อ’ บริจาคอนาคตใหม่ พ่วง “ธนาธร-เมีย”
  4. รายงานการประชุม ครั้งที่ ๒ วันอาทิตย์ที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๒ เวลา ๐๙.๑๙ - ๑๗.๔๓ น. (กล่าวถึง เยาวลักษณ์ วงษ์ประภารัตน์)
  5. รายงานการประชุม ครั้งที่ ๒ วันอาทิตย์ที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๒ เวลา ๐๙.๑๙ - ๑๗.๔๓ น. (กล่าวถึง ลลิตา ฤกษ์สำราญ)
  6. รายงานการประชุม ครั้งที่ ๒ วันอาทิตย์ที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๒ เวลา ๐๙.๑๙ - ๑๗.๔๓ น.
  7. 7.0 7.1 7.2 รายงานการประชุม ครั้งที่ ๖ วันพุธที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๒ เวลา ๑๓.๐๐ - ๒๑.๕๙ น.