พระบาทสมเด็จ​พระ​ว​ชิ​ร​เกล้า​เจ้า​อยู่​หัว​

จาก วิกิคำคม
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
Vajiralongkorn.jpg

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว​ เป็นพระราชโอรสพระองค์เดียวในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเป็นสยามมกุฎราชกุมารพระองค์ที่ 3 ของไทย

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ มีพระนามเมื่อแรกประสูติว่า "สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ บรมจักรยาดิศรสันตติวงศ เทเวศรธำรงสุบริบาล อภิคุณูประการมหิตลาดุลเดช ภูมิพลนเรศวรางกูร กิตติสิริสมบูรณ์สวางควัฒน์ บรมขัตติยราชกุมาร" เป็นพระราชโอรสพระองค์เดียวในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชสมภพ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เมื่อวันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2495 เวลา 17:45 น.

พระราชดำรัส[แก้ไข]

“ คนเราโดยมากมักนึกว่า อนาคตจะเป็นอย่างไรนั้นเราทราบไม่ได้ แต่ที่จริงเราย่อมจะทราบได้บ้างเหมือนกัน เพราะอนาคตนั้นก็คือผลของการกระทำในปัจจุบัน ถ้าปัจจุบันทำดีอนาคตก็ไม่ควรจะตกต่ำ ดังนี้ เมื่อกระทำการใดควรคิดให้ได้ว่าการนั้นจะมีผลสืบไปในอนาคต จักได้มีสติกระทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยความรู้ตัวและระมัดระวัง ”


“ ในการปฏิบัติงานทั้งปวง ย่อมมีปัญหาต่าง ๆ เกิดขึ้นได้เสมอ ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นต้องรีบแก้ไข อย่าทิ้งไว้ให้ลุกลามจนแก้ยาก ก่อนอื่นต้องทำใจให้หนักแน่นเป็นกลาง เพื่อพิจารณาหาเหตุของปัญหาให้จนเห็นชัด เมื่อเห็นเหตุได้ชัดแล้วก็จะคิดหาทางแก้ไขว่า ปัญหาใดจะแก้ไขให้ดีที่สุดด้วยวิธีใด ”


“ ข้าพระพุทธเจ้าผู้เป็นมกุฎราชกุมาร จะรักษาเกียรติยศและอิสริยศักดิ์ ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานไว้เสมอด้วยชีวิต จะภักดีต่อชาติบ้านเมือง จะซื่อสัตย์ต่อประชาชน จะปฏิบัติภาระหน้าที่ทุกอย่างโดยเต็มกำลังสติปัญญาความสามารถ และโดยความเสียสละ เพื่อความเจริญ ความสงบสุข และความมั่นคงไพบูลย์ของประเทศชาติไทย จนตราบเท่าชีวิตร่างกายจะหาไม่ ”


“ ผู้มั่นอยู่ในสัตย์สุจริต ไม่ว่าจะประพฤติปฏิบัติการใดก็ปฏิบัติดี ปฏิบัติจริงและปฏิบัติตรงเสมอ ความสัตย์สุจริตจึงเป็นคุณสมบัติสำคัญ ที่ส่งเสริมให้บุคคลเป็นผู้ที่เชื่อถือไว้วางใจได้สนิท และประสบความสำเร็จในกิจการทั้งปวง ”


“ ปัจจุบันนี้โลกวิวัฒนาไปเร็วมาก การยึดมั่นในความก้าวหน้าทันสมัยโดยละเลยวัฒนธรรมของชาติก็ดี การยึดมั่นในวัฒนธรรมของชาติโดยไม่ปรับเปลี่ยน ให้ทันกับความเจริญก้าวหน้าของโลกก็ดี ล้วนไม่เป็นผลดีทั้งแก่ตนเองและส่วนรวม ”


“ ประโยชน์ที่พึงประสงค์นั้นมีอยู่สองอย่างด้วยกัน คือประโยชน์ส่วนตัวกับประโยชน์ส่วนรวม การทำงานทุกอย่างจำเป็นต้องมุ่งหมายให้ได้ประโยชน์ ทั้งส่วนตัวและส่วนรวม ประโยชน์ที่เกิดขึ้นจึงจะสมบูรณ์และอำนวยผลเป็นความเจริญมั่นคง ให้แก่ตนและชาติบ้านเมืองอย่างแท้จริง ”


“ ความรู้ของคนที่ทำงานร่วมกัน มักมีเป็น 2 ลักษณะ คือความรู้เชิงทฤษฎีอันได้จากการศึกษาเรียนรู้มามาก กับความรู้เชิงความชำนาญอันสั่งสมมาจากประสบการณ์และการปฏิบัติ เมื่อทำงานร่วมกันทุกฝ่ายจะต้องเห็นความสำคัญและยอมรับความรู้ซึ่งกันและกัน จึงจะทำให้การทำงานเป็นไปโดยราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูง ”


“ ผู้มีความรับผิดชอบ ย่อมทราบตระหนักถึงหน้าที่การงานเสมอ ทั้งจะตั้งอกตั้งใจปฏิบัติปรับปรุงงานทุกสิ่ง ให้ลุล่วงไปได้โดยปราศจากข้อบกพร่อง ดังนี้ ผู้ปรารถนาความสำเร็จในชีวิต จึงควรขวนขวายสร้างเสริมความรับผิดชอบให้สมบูรณ์มั่นคงทุกเมื่อ ”


“ บุคคลเมื่อจะกระทำสิ่งใดก็ใช้ปัญญาพิจารณาจนรู้ชัดว่า สิ่งใดเป็นทางแห่งความเจริญและสิ่งใดเป็นทางแห่งความเสื่อมแล้วเลือกปฏิบัติในทางที่เป็นประโยชน์สร้างสรรค์ บุคคลนั้นย่อมเป็นอันหวังได้ว่า จะสามารถนำพาตน นำพาประเทศชาติ ให้ก้าวหน้าพ้นความเสื่อมเสียหาย และบรรลุความเจริญที่แท้และยั่งยืนได้อย่างแน่นอน ”


“ บุคคลที่ฉลาดไม่สมควรจะมีความลำพองประมาทหมิ่นผู้ใดสิ่งใด เพราะความประมาทหมิ่นนั้นจะปิดบังป้องกัน มิให้เปิดหูเปิดตาเปิดใจรับรู้รับฟังสิ่งต่าง ๆ ความรู้ความฉลาดจึงไม่มีทางเข้ามาสู่ตนได้ ตรงข้านควรจะถือว่าคนทุกคน เรื่องราวและเหตุการณ์ทุกสิ่ง เป็นเสมือนครูเสมือนบทเรียนที่ให้ความรู้ความฉลาดได้อย่างวิเศษ ”

ดูเพิ่ม[แก้ไข]