สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

จาก วิกิคำคม
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

พลเอกหญิง พลเรือเอกหญิง พลอากาศเอกหญิง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี เป็นพระราชธิดา ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันเสาร์ที่ 2 เมษายน ค.ศ. 1955 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต โดยสมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรมหลวงวชิรญาณวงศ์ (พระราชอุปัชฌาย์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว) เป็นผู้ถวายพระนามว่า "สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดา กิติวัฒนาดุลโสภาคย์"

คำคม[แก้ไข]

  • เดินออกจากบ้านเพื่อชมความงดงามของทิวทัศน์ แต่เมื่อเดินไปแล้วรอบหนึ่ง กลับพบว่า ทิวทัศน์ที่งดงามที่สุดนั้น อยู่ ณ จุดที่ออกเดินนั่นเอง[1]
  • ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัย ย่อมได้รับการยกย่องว่าเป็นบัณฑิต ซึ่งหมายถึงผู้มีสติปัญญา มีความรู้ความสามารถสูง และมีคุณธรรมพร้อมสมบูรณ์ในตน ความเป็นบัณฑิตจึงนอกจากจะหมายรู้ได้จากความฉลาดสามารถในการใช้วิทยาการให้เกิดผลแล้ว ยังสังเกตทราบได้จากคุณธรรมความประพฤติอีกทางหนึ่งด้วย กล่าวคือ บัณฑิตเมื่อจะกระทำการใดๆ ก็คำนึงถึงเหตุและผล ที่ถูกต้องเที่ยงตรงตามหลักวิชาและหลักธรรม และเมื่อลงมือปฏิบัติก็ตั้งใจจริงที่จะกระทำให้จนบรรลุเป้าหมาย ได้ประโยชน์ตนและประโยชน์ส่วนรวมโดยครบถ้วน ไม่ปฏิบัติทวนหลักการ หลักวิชา และหลักธรรม หรือทำโดยเพทุบาย ด้วยเจตนาอันไม่ริสุทธ์ อันจะเป็นผลกระทบกระเทือนถึงเกียรติภูมิของตน หรือประโยชน์ส่วนรวม จึงขอให้บัณฑิตทั้งหลายตั้งใจพยายามประพฤติปฏิบัติดีปฏิบัติชอบให้เป็นปรกตินิสัย จะได้เป็นกำลังส่งเสริมให้แต่ละคน สามารถใช้วิชาความรู้กับทั้งสมรรถภาพทั้งมวล สร้างสรรค์ความสำเร็จความเจริญ และความดีงาม เพื่อตนเพื่อส่วนรวม ให้สัมฤทธิ์ผลอันไพบูลย์ได้ดังประสงค์

2019[แก้ไข]

  • บัณฑิตทั้งหลายนับว่าเป็นผู้ทรงความรู้ เพราะได้ สําเร็จการศึกษาในระดับสู ง จนมีความรู้เพียงพอ สําหรับจะนําไปใช้ประกอบอาชีพการงาน ในโอกาสนี้ จึงใคร่จะกล่าวถึงปัจจัยพื้นฐานในการทํางานว่ า นอกเหนือจากความรู้ ที่กว้างขวางลึกซึ้งแล้ ว ยังมี อีกอย่างหนึ่งซึ่งจะขาดเสียมิได้ ก็ คือความคิดที่เป็นระเบียบ เป็นขั้นเป็นตอน เป็นเหตุเป็นผล คนที่ มีความคิดตามคุณลักษณะดังกล่าว ย่อมสามารถนําความรู้ ไปใช้ให้เป็นประโยชน์ในการทํางานได้อย่างเต็มที่ ตรงข้ามกับคนที่ มีความคิดสับสนฟุ้งซ่าน ไม่เป็นระเบียบ ไม่เป็นเหตุเป็นผล ซึ่งแม้จะมีความรู้มากเพียงใด ก็ไม่อาจนําไปใช้ปฏิ บัติงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทําให้ความรู้ที่ มีอยู่ สูญเปล่าไปอย่างน่าเสียดาย บัณฑิตทั้งหลายเป็นผู้ มีความรู้สูง จึงควรที่จะพยายามฝึกตน ให้เป็นผู้ มีความคิดดี มีระเบียบด้วย แต่ละคนจะได้สามารถนําความรู้ไปใช้ประกอบกิจการงาน ให้ สําเร็จผลเป็นประโยชน์แก่ตนเองและประเทศชาติได้ สมภูมิรู้ของบัณฑิต[2]
  • บัณฑิตทั้งหลายได้ ผ่านการศึกษาเล่าเรียนในระดับสูงมาแล้ว จนได้ รับปริญญา จึงได้ชื่อว่าเป็น ผู้ มีการศึกษาดี ตามธรรมดาผู้ มีการศึกษาดี นั้น ย่อมเป็นที่หวังของคนทั่วไปว่าจะเป็นผู้ มีสติ ปัญญาเฉลียวฉลาด สามารถเป็นหลักเป็นกําลังในการสร้างสรรค์ความเจริญมั่นคงให้แก่ชาติ บ้านเมืองได้ ด้วยเหตุ นี้ บัณฑิตทุกคนจึงควรถือเป็นความรับผิดชอบอย่างสําคั ญ ที่จะต้องประพฤติตนปฏิ บั ติงานอย่าง ผู้ มีสติ ปัญญาเฉลียวฉลาดที่แท้จริ ง คือนําหลักวิชาไปใช้ในการดําเนินชี วิตและการทํางานด้วยความรอบคอบ รู้ คิ ด รู้ ผิดชอบชั่วดี และรู้เท่าทันการณ์ ทันคน ทันโลก หลักวิชาที่แต่ละคนอุตส่าห์ ศึกษาเล่าเรียนมา ด้วยยากเป็นเวลานานปี จะได้ บังเกิดผลเป็นประโยชน์ ยั่งยืนทั้งแก่ตนแก่ประเทศชาติ และบัณฑิตเองก็จะเป็ น ผู้ควรแก่การนิยมยกย่อง สมกับที่ มีการศึกษาดี เป็นบัณฑิตที่แท้[3]

อ้างอิง[แก้ไข]

  1. หนังสือ "เมฆเหิน น้ำไหล" ของวังฟัง พระราชนิพนธ์แปลในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
  2. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดําเนินแทนพระองค์ ไปพระราชทานปริญญาบัตรแก่ ผู้สําเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยศิลปากร ประจําปีการศึกษา ๒๕๖๐ ณ อาคารศูนย์ ศิลปวัฒนธรรมเฉลิมพระเกียรติ ๖ รอบ พระชนมพรรษา มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ อําเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม
  3. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดําเนินแทนพระองค์ ไปพระราชทาน ปริญญาบัตรแก่ ผู้ สําเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประจําปีการศึกษา ๒๕๖๐ - ๒๕๖๑ ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อําเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่