สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

จาก วิกิคำคม
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

พลเอกหญิง พลเรือเอกหญิง พลอากาศเอกหญิง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี เป็นพระราชธิดา ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันเสาร์ที่ 2 เมษายน ค.ศ. 1955 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต โดยสมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรมหลวงวชิรญาณวงศ์ (พระราชอุปัชฌาย์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว) เป็นผู้ถวายพระนามว่า "สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดา กิติวัฒนาดุลโสภาคย์"

คำคม[แก้ไข]

  • เดินออกจากบ้านเพื่อชมความงดงามของทิวทัศน์ แต่เมื่อเดินไปแล้วรอบหนึ่ง กลับพบว่า ทิวทัศน์ที่งดงามที่สุดนั้น อยู่ ณ จุดที่ออกเดินนั่นเอง[1]

1981[แก้ไข]

  • พูดถึงการส่งเสริมเกษตรในโรงเรียนนั้น ความเป็นมาก็อย่างที่ได้ยินมาแล้ว แต่มีอยู่ ข้อหนึ่ง คือเมื่อนานมาแล้วได้คุยกับครูโรงเรียนชั้นประถมที่ห่างไกลบางคนเล่าให้ฟังว่าทาง หลักสูตรที่ให้สอนเกี่ยวกับการเกษตร และครูเหล่านั้นก็บ่นว่า ไม่รู้จะสอนอะไรให้เป็น ประโยชน์ เพราะว่านักเรียนเก่งกว่าครู เพราะว่านักเรียนของโรงเรียนที่สอนอยู่นั้นล้วนแต่เป็น บุตรหลานของเกษตรกร ซึ่งมีความรู้อยู่แล้วในด้านวิชาชีพ ส่วนตัวครูเองนั้น ความรู้ในด้านนี้ อาจจะด้อยกว่านักเรียนเสียด้วยซ้ำไป จึงทำให้ไม่มีความมั่นใจในการสอน ตอนนั้นได้ฟังแล้ว กลับมาคิดว่าน่าจะมีเรื่องสอนกันได้ คือคุณครูเหล่านั้นพูดขึ้นมาก็น่าจะถูกอย่างเต็มที่ เพราะ ว่าในการเพาะปลูกเพื่อที่จะให้มีผลผลิตได้มากขึ้น และให้มีความเป็นอยู่ที่มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น นั้น มีวิธีที่จะทำและส่งเสริมกันได้ เมื่อเป็นเช่นนั้น ในระดับเกษตรกรแล้ว เจ้าหน้าที่ฝ่าย ส่งเสริมการเกษตรซึ่งทำงานกันแทบตายจะมีประโยชน์อะไร ถ้าทำแล้วไม่ได้ผลประโยชน์อะไร เพิ่มเติมขึ้นมา ส่วนเจ้าหน้าที่การเกษตรนั้น ส่วนใหญ่ก็ส่งเสริมในระดับเกษตรกร คือ ให้ ความรู้ทางวิชาการเทคนิคใหม่ ๆ ที่จะได้ทำให้ผลผลิตขึ้นมาในระดับผู้ใหญ่ ตอนนี้มาถึงระดับโรงเรียนหรือเด็กเล็ก ๆ นั้น การเรียนการสอนให้มีความรู้ตั้งแต่ยัง เล็ก ให้รู้ถึงวิธีการใหม่ที่จะทำให้เพาะปลูกได้ดีขึ้น เพื่อรักษาสุขภาพอนามัยให้ดี ไม่ถูกผลร้าย ต่าง ๆ นั้นก็ควรจะทำได้ จึงมาปรึกษากับท่านนักวิชาการต่าง ๆ แล้วมาร่วมกันคิดขึ้นเป็น โครงการ ที่คิดว่าทำโครงการกับตำรวจตระเวนชายแดนจะได้ผลที่ดี เพราะว่าพูดถึงโรงเรียนที่ มีอยู่กระจายทั่วไปในประเทศไทยนั้น โรงเรียนต่าง ๆ มีหลายระดับ ระดับที่อยู่ใกล้กับ ศูนย์กลางที่พัฒนาอาจจะเป็นในลักษณะหนึ่ง ส่วนพื้นที่บางแห่งของประเทศ ซึ่งเรียกในปัจจุบันนี้ว่าเขตชนบทยากจนนั้น เป็นที่กล่าวกันว่าการพัฒนาเข้าไปถึงได้ยาก เพราะว่าติดที่ การคมนาคมไม่สะดวกบ้าง พื้นที่เป็นที่มีภัยอันตรายต่าง ๆ ทำให้เจ้าหน้าที่อย่างปกติอาจจะ เข้าไปปฏิบัติงานได้ยาก ฉะนั้นทางตำรวจตระเวนชายแดนก็ได้นึกปัญหาข้อนี้อยู่ก่อนแล้ว จึง ได้ตั้งโรงเรียนซึ่งอาศัยตำรวจตระเวนชายแดนเป็นครูสอนนักเรียน ซึ่งส่วนมากก็อยู่ในท้องที่ ทุรกันดารและห่างไกล เจ้าหน้าที่นั้นได้พัฒนาในระดับพอสมควรแล้ว ก็ส่งโรงเรียนนั้นให้ทาง ฝ่ายการศึกษาที่มีหน้าที่โดยตรงกับการจัดการศึกษาของชาติได้ออกไปอยู่ในความดูแล รับผิดชอบต่อไป ดังนั้นขั้นแรกที่อยู่ในสภาพยากจนยากลำบากนั้น ตำรวจตระเวนชายแดน ก็ได้รับอาสาเข้ารับหน้าที่เป็นทูตดูแลให้การศึกษาแก่นักเรียนในแถบนั้น ฉะนั้นถ้าได้นำ วิชาการไปเพิ่มเติมในที่นั้นโดยตรงก็คงจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ เพราะว่าฝ่าย ครูโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ก็ล้วนแต่มีความรู้และประสบการณ์ ทั้งการสอนนักเรียน และการใช้ชีวิตอยู่ในเขตที่ทุรกันดาร ซึ่งนอกจากมีหน้าที่ในการสอนนักเรียนแล้วยังจะต้อง ทำหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนในแถบนั้นทั้งหมด เห็นว่าจะได้รับประโยชน์ในแง่นี้ แต่สิ่งที่จะต้อง ขอฝากเอาไว้ คือทุก ๆ คนก็เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่า ณ โรงเรียนที่ตำรวจตระเวนชายแดนไป ปฏิบัติหน้าที่เป็นครูอยู่ขณะนี้ เป็นโรงเรียนที่มีสภาพลำบากและสิ่งประกอบอะไรต่าง ๆ อาจจะ ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ เมื่อได้รับการอบรมซึ่งส่วนมากก็เป็นเรื่องทั่วไป ๆ ที่จะให้เรา นักเรียนและ ชาวบ้าน ควรจะมีความรู้เอาไว้นั้น ถ้าถึงขั้นปฏิบัติอาจจะไม่ได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์หรือตามที่ ตั้งใจไว้ คืออาจจะมีความตั้งใจดี อยากจะให้งานที่ทำสำเร็จลุล่วงไปได้โดยดี แต่พอทำเข้าจริง แล้วอาจจะไม่ได้มากเท่าผู้อื่น เพราะว่าสถานที่มันขาดทุกสิ่งทุกอย่าง ก็อย่าพึ่งท้อถอยหมด กำลังใจ ให้ถือว่าเรารู้คนเดียวว่าเราได้ทำอะไรลงไปนั้นแล้วที่จะเป็นประโยชน์ และก็รับเอาที่ ประโยชน์ที่ทำแล้วในการประเมินผล ในชั้นนี้ก็ไม่ได้เปรียบเทียบว่า ผักใครงอกงามมากกว่า จะแค่ไหน ก็มีวิธีคิดหลาย ๆ อย่าง ทั้งทางด้านการช่วยให้ชาวบ้านดีขึ้นจากศูนย์เป็นหนึ่ง เราก็ ทราบว่าเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจแล้ว ฉะนั้นขอให้ตำรวจตระเวนชายแดนทุกท่านมีกำลังใจและ ทำงานให้สำเร็จลุล่วงตามที่ตนปรารถนา ให้มีความสำเร็จตามที่ต้องการทุกประการ ต้องขอ ขอบคุณท่านวิทยากรทั้งหลายที่มาช่วยด้วยความเต็มใจ และจะทำให้งานทุกอย่างของเราได้ สำเร็จผลไปอย่างที่น่าพอใจทุกประการ
  • การที่จะทำโครงการให้นักเรียนได้รับอาหารเพิ่มเติมนั้นเป็น ของดี จึงคิดว่าจะทำอย่างไรจะได้ผล จากการที่ได้ศึกษาตามที่เขาทำมา ก็มีการให้ทุน แล้ว ทางโรงเรียนไปจัดการทำอาหารให้นักเรียน บางทีก็ให้เปล่าหรือไม่ก็ให้ในราคาที่ต่ำพอที่จะซื้อ หากันได้ จึงมาลองคิดอีกทีหนึ่ง คืออยากให้เป็นพืชผักหรืออุปกรณ์แล้วให้นักเรียนมาทำการ เกษตร ซึ่งเป็นวิธีที่อ้อมและยากขึ้นมาอีกทางหนึ่ง อาหารที่จะให้รับประทานนั้นเป็นอาหารที่ ได้มาจากผลิตผลของนักเรียนผู้รับประทานเอง ซึ่งอาจจะได้ผลช้า แต่ก็เป็นวิธีหนึ่งซึ่งจะได้รับ อาหาร และคิดว่าจะได้รับประโยชน์เป็นผลพลอยได้ที่สำคัญ คือความรู้ทางด้านการเกษตร และด้านโภชนาการซึ่งจะเป็นวิชาติดตัวไปจนนักเรียนเหล่านั้นเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ และได้ ประกอบอาชีพทางด้านการเกษตร วิชาการใหม่ ๆ เหล่านั้น อาจจะนำมาช่วยในการครองชีพ ได้มากทีเดียว

1982[แก้ไข]

  • การทำงานจัดการโครงการอันนี้ ซึ่งผลต่าง ๆ นั้น ก็ได้ทราบจากรายงานที่ทางตำรวจตระเวน- ชายแดนได้เขียนส่งมาให้ ทราบว่ามีผลก้าวหน้าไปเป็นอย่างดีในบางแห่ง ในบางแห่งก็มี อุปสรรคและข้อขัดข้องหลายประการ โครงการอย่างนี้คิดว่าเป็นงานที่ยากลำบากมาก เพราะ ในเรื่องของการเกษตร ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับพื้นที่และสภาพสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ ซึ่งมี ความแตกต่างกันไป อย่างที่ปฏิบัติงานในครั้งนี้เป็นโรงเรียนต่าง ๆ ซึ่งเป็นของธรรมดาที่ โรงเรียนย่อมจะตั้งอยู่ในพื้นที่ค่อนข้างจะด้อยในแง่ของพื้นที่ทำการเกษตร เพราะว่าพื้นที่ใดจะ ใช้ในการเกษตรได้ดีนั้น ชาวบ้านย่อมจะนำไปใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่อยู่แล้ว ดังนั้นการที่ต้อง ปฏิบัติงานในพื้นที่ที่ยากลำบาก อาจจะทำให้มองดูเสมือนว่าผลงานของผู้ที่ปฏิบัติงานดูจะ ด้อยลงไปบ้าง แต่อันที่จริงแล้วเท่าที่อ่านจากรายงานจะเห็นว่า สิ่งที่ทำอย่างน้อยในด้านของ การให้ความรู้ ความคิดแก่ราษฎรที่จะประกอบอาชีพทำกินได้ดีขึ้นนั้นได้ผลขึ้นมามากกว่าเดิม เพราะว่าจะเห็นได้ว่านักเรียนในโรงเรียนหรือผู้ปกครองของทุกโรงเรียนซึ่งเป็นโรงเรียนที่ ปฏิบัติการนั้น มีอาชีพประจำคือการเกษตร และก็อาจจะยังไม่สามารถที่จะใช้วิทยาการแผน ใหม่ให้เป็นประโยชน์แก่ตนเองได้มากที่สุด ท่านต่าง ๆ ที่มีความรู้ เช่น ตำรวจตระเวนชายแดน เจ้าหน้าที่เกษตรด้านต่าง ๆ เกษตรจังหวัด และอาจารย์ต่าง ๆ ที่มาช่วยนี้ก็สามารถที่จะแนะนำ เพิ่มพูนความรู้ นอกจากช่วยเกษตรกรซึ่งเป็นหน้าที่ประจำอยู่แล้ว ก็ยังสามารถที่จะถ่ายทอด ให้เด็ก ๆ รู้หลักวิชา และมีจิตใจรักในผืนแผ่นดินที่จะทำมาหากินได้ผลเลี้ยงตนเลี้ยงครอบครัว เลี้ยงสังคมต่อไป อย่างน้อยก็ได้แนวความคิด ได้ปลูกฝังวิชาการต่าง ๆ ซึ่งในขณะที่เป็นเด็ก อาจจะยังไม่ได้นำไปใช้ หรือไม่มีโอกาสนำไปใช้ได้อย่างเต็มที่ แต่ก็ได้เห็นและได้ซึมซาบเข้าไป ในจิตใจ ซึ่งต่อไปถ้าเขามีโอกาสจะใช้วิชาการส่วนไหนให้เป็นประโยชน์ก็คงจะนึกออกและนำ มาใช้ได้ เช่นในเรื่องของโภชนาการ หรือความรู้ในด้านการกินการอยู่นั้น ทางครูบาอาจารย์ ก็ได้แนะนำให้ใช้ของที่มีอยู่ทำและบริโภคได้ ต่อไปจะได้มีโอกาสนำสิ่งที่มีอยู่มาบริโภคบำรุง ร่างกายให้นักเรียนเจริญเติบโตดีขึ้น ในการประชุุม คร้้งนี้ก็เป็น โอกาสที่ผู้ใหญ่ในสาขาต่าง ๆ ได้มาพบแลกเปลี่ยนความคิด เห็น คงจะได้เห็นปัญหาและบางส่วนที่แก้ได้ก็คงจะแก้ไขไป อันไหนที่ยังเป็นปัญหาที่หนักอยู่ ก็คงจะหลีกเลี่ยงหรือวางไว้ก่อน และพอจะพิจารณาหาทางอื่นที่จะทำได้ ได้ยินว่าคงจะต้อง แบ่งพื้นที่ในการปฏิบัติการตามลักษณะ คือ ลักษณะที่โครงการไปได้ดีแล้ว ลักษณะที่อยู่ใน ระยะปานกลาง และส่วนที่ทำไม่ได้เลย เช่น พื้นที่ที่พื้นดินอยู่ในสภาพที่เลว ขาดน้ำ ขาดปุ๋ย มี ศัตรูพืชมากมาย ก็อาจจะให้ความรู้ทางแนวคิด ทฤษฎีไปก่อน แล้วหาทางหางานที่เหมาะสม กับสภาพพื้นที่เป็นการให้ความรู้ไป อย่างในบางแห่งชาวบ้านที่ประกอบอาชีพในการเกษตรอยู่ ในลักษณะไหน คงจะต้องใช้วิธีเสริมหรือเพิ่ม หาทางให้เป็นแต่ละกรณีเฉพาะไป ขอขอบคุณทุกท่านที่ได้มาร่วม และช่วยเหลือเป็นกำลังใจในโครงการนี้ ขอบคุณ
  • วิชาการที่ท่านทั้งหลายได้ศึกษามานั้น เป็นสิ่งสำคัญและมีคุณค่าอย่างยิ่ง เพราะโดยเนื้อหาย่อมประกอบด้วยทฤษฎีและหลักวิชาต่าง ๆ อันเป็นหลักความจริงที่ได้พิสูจน์และสรุปลงเป็นกฎเกณฑ์ที่จะยึดถือได้แน่นอนแล้ว. ผู้ที่มีหลักวิชาหรือมีทฤษฎีอยู่ จึงอาจนำไปเทียบเคียงใช้แก่การงาน หรือการประกอบกรณียกิจของตนให้สำเร็จประโยชน์ได้อย่างกว้างขวาง ปัญหาอยู่ที่ว่า จะนำหลักวิชาทั้งหลายนั้นไปใช้ได้อย่างไร. ข้อแรก ต้องเรียนรู้ ต้องเข้าใจหลักวิชา โดยถูกต้องและกระจ่างแจ่มแจ้ง. ข้อสองต้องพยายามนำหลักวิชามาใช้ หรือนำมาพิจารณาเทียบเคียง กับกิจประจำวันของตนเองอยู่ตลอดเวลา ให้เกิดเป็นนิสัยและความชำนิชำนาญ. และข้อสำคัญที่สุด เวลาที่คิดพิจารณานั้น จะต้องกระทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ หนักแน่นเที่ยงตรงเป็นกลาง ไม่หวั่นไหวไม่สะเทือนด้วยแรงอคติ. ถ้าปฏิบัติได้ครบถ้วนดังนี้ก็จะเห็นแจ้งจริงในเรื่องที่พิจารณาโดยตลอดทั้งส่วนเหตุและส่วนผล ว่าจะควรนำหลักวิชาข้อใดมาใช้กับงานประเภทใด ให้ได้อย่างพอเหมาะพอดี ซึ่งจะช่วยให้สามารถใช้วิชาความรู้สร้างสรรค์ประโยชน์ได้โดยสมบูรณ์ทุกกรณี
  • ปริญญาบัตรที่ท่านทั้งหลายได้รับไปในวันนี้นั้น เป็นเครื่องรับรองอย่างหนึ่งว่าท่านมีความรู้ความสามารถในสาขาวิชาที่ศึกษามา ทุกคนจึงมีสิทธิ์ภาคภูมิใจในสิ่งนี้ แต่บัณฑิตจะเกิดความภาคภูมิใจมากยิ่งขึ้นหากได้สำรวจตรวจสอบรวมทั้งแก้ไขปรับปรุงจนกระทั่งแน่ใจว่า ตนมิได้เพียงแต่ผ่านการศึกษาระดับปริญญาจากมหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่ยังมีคุณลักษณะอื่น ๆ อันเป็นที่ยอมรับนับถือว่าเป็นผู้มีการศึกษาอีกด้วย คุณลักษณะประการแรกของผู้มีการศึกษาคือ ความสามารถในการใช้ภาษา บัณฑิตต้องสามารถใช้ภาษาได้ดี มีประสิทธิภาพ ได้แก่การใช้ภาษาให้เป็นประโยชน์สมความมุ่งหมายในเวลาอันรวดเร็ว ทั้งนี้ นอกจากภาษาของเราแล้ว ก็ควรมีความสามารถในการใช้ภาษาอื่นที่เป็นภาษาสากลด้วย คุณลักษณะดังกล่าวนี้จะช่วยส่งเสริมการประกอบอาชีพต่าง ๆ รวมทั้งการดำรงชีวิตอยู่ในสังคมให้ประสบความสำเร็จและเจริญก้าวหน้าได้เป็นอันมาก
  • ขอขอบใจในความร่วมมือของทุกคน เห็นได้ชัดจากรายงานว่ามีความพิถีพิถันและละเอียดในงาน ไม่ทำสักแต่ว่าเป็นหน้าที่ หาหนทางที่จะให้เด็กในรับผิดชอบอยู่ดีกินดีขึ้น ซึ่งจะ เป็นอนาคตของชาติบ้านเมือง อีก 10 – 20 ปีข้างหน้า พวกนี้จะได้เป็นหัวหน้าครอบครัวและ พลเมืองดีของชาติ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมาก ขอบใจที่เป็นคนช่วยให้งานและเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ เห็นออกมาเป็นรูปร่าง ได้รับความสำเร็จเป็นขั้น ๆ ไป

1985[แก้ไข]

  • การเริ่มต้นก็ดังที่ท่านผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจ - ตระเวนชายแดนได้กล่าวมาแล้ว คือเรื่องที่มีความต้องการอยากจะให้นักเรียนได้รับอาหารที่ดี บำรุงร่างกาย และถูกสุขลักษณะ ทั้งนี้ ได้ทดลองว่าแทนที่จะช่วยในการทำเรื่องอาหารอย่าง เดียว ถ้าจะช่วยในด้านการเกษตรก็จะทำให้นักเรียนได้รับความรู้ทางด้านเกษตรกรรมในตัว ในตอนต้นได้ทดลองเข้าไปทำในเขตจังหวัดภาคกลางก่อน ในระยะนั้นไม่ได้ทำทั่วไปทุก โรงเรียน แล้วทำต่อไปในภาคเหนือ ภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือนี้ ทั้งได้เลือกและไป หาข้อมูล โดยการถามจากครูตามโรงเรียนต่าง ๆ มีลักษณะของโรงเรียน เช่น พื้นที่ จำนวน นักเรียน และสภาพทั่วไปของดินฟ้าอากาศ สภาพพืชธรรมชาติซึ่งมีอยู่ในที่นั้นและก็สิ่งที่เขา เคยปลูกอยู่เป็นประจำ ปัญหามีอะไรบ้าง จะได้นำมาคัดเลือกเอาเฉพาะโรงเรียนที่จะพอเข้าไป ติดต่อได้ง่ายเพียง ๔ - ๕ แห่ง ซึ่งนับว่าได้ผลดี ในระยะหลังจึงได้เชิญครูหลาย ๆ ท่านมา อบรมเพิ่มเติมเพื่อซักซ้อมความเห็นว่าจะได้ปฏิบัติอย่างไรต่อไป วิทยากรต่าง ๆ ที่ได้มาช่วยก็มีอยู่หลายหน่วยงาน ซึ่งก็ขอขอบคุณเป็นอย่างมากมา ณ ที่นี้ด้วย ประการสำคัญที่จะขอกล่าวคือ ในการอบรมครั้งนี้ พยายามเลือกหัวข้ออบรมที่เป็น ไปอย่างทั่ว ๆ ไป ที่จะใช้ได้ในที่ทุกแห่ง แต่ว่าสภาพของท้องถิ่นในแต่ละแห่ง แต่ละโรงเรียนของ ท่านนั้น มีความแตกต่างกันออกไป ซึ่งท่านคงจะต้องนำสิ่งที่จะได้อบรมและความรู้ที่ท่านมีอยู่ แล้วไปใช้ตามแต่จะเห็นสมควร และก็ขอให้เห็นว่าในการอบรมครั้งนี้ ถ้าท่านมีข้อเสนอแนะว่า สมควรจะเพิ่มเติมเรื่องอะไร หรือที่อบรมมายังไม่ตรงกับความต้องการหรือจุดประสงค์ของโรงเรียนของท่าน ไม่เหมาะกับสภาพพื้นที่ของท่าน ขอให้ช่วยบอกด้วย เพื่อจะได้แก้ไขให้เป็น ประโยชน์แก่ผู้ที่จะได้รับการอบรมในช่วงหลัง ๆ ต่อไป แล้วจากนั้นก็ขอให้ท่านผู้ที่มาเป็น ผู้สังเกตการณ์ ซึ่งก็ล้วนแต่มีประสบการณ์ในการทำงานกับนักเรียนมา คงจะเป็นเวลานาน พอสมควรแล้ว ถ้ามีอะไรที่จะเพิ่มเติมหรือเสนอแนะ ทั้งยังไม่เข้าใจ ก็ให้ช่วยบอกเป็น การสนทนา อภิปรายแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ร่วมกันด้วย ขอให้ท่านมีความสำเร็จในกิจการงานต่าง ๆ สำหรับท่านที่อยู่ในโรงเรียนที่มีสภาพยัง ไม่ค่อยจะดีนักก็อย่าไปมีความทุกข์ร้อน หรือน้อยใจ เพราะว่าเท่าที่แล้ว ๆ มานี้ พออบรมไป บางแห่ง คุณครูบางท่านก็ได้เสนอขึ้นมาว่า ที่อบรมหรือว่าโครงการอันนี้ก็ดีอยู่ แต่ว่าทำไม่ได้ ในพื้นที่ที่รับผิดชอบ เพราะว่าท้องที่ที่รับผิดชอบนั้น เป็นท้องที่ที่ยากลำบากมาก ดินก็ไม่ดี น้ำก็ไม่มี ทำให้หมดกำลังใจ ข้าพเจ้าก็ขอว่าบางครั้งก็อย่าเพิ่งหมดกำลังใจ ถ้าท่านมีข้อขัดข้อง ต่าง ๆ แล้วก็สามารถทำให้ดีขึ้นไปอีกนิดหนึ่งเป็นส่วนหนึ่ง และท่านเป็นผู้ที่ให้อะไรต่อโครงการ นั้นนับว่าดี ก็เป็นผลงานเท่า ๆ กันกับผู้ที่ทำแล้วได้รับผลงานออกมาเป็นสิ่งของ หมายความว่า เป็นผลผลิตพืชหรือเป็นนักเรียนมีสุขภาพดีขึ้น ขอให้อย่าไปวัดกันที่ผลของวัตถุนี้ออกมา แต่ให้ วัดด้วยตัวเองถึงความตั้งใจของแต่ละท่าน ในการนี้ขอให้ทุกท่านที่เข้าร่วมประชุม จงมีความสุขโดยทั่วกัน

1988[แก้ไข]

  • ตระเวนชายแดน ในครั้งนี้เหมือนกับทุก ๆ ปี ที่เคยจัดการประชุมสัมมนากันมา ก็ได้เห็นว่า บรรดาครูใหญ่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน มาประชุมพร้อมกันในการสัมมนา ได้มีโอกาส แลกเปลี่ยนความคิดเห็น แลกเปลี่ยนวิธีการ เทคนิคในด้านการสอน และจัดการกับสิ่งที่ เกิดขึ้นในเขตหมู่บ้าน อันเป็นความรับผิดชอบ ได้มีโอกาสพูดกันถึงปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ในการทำงาน ซึ่งถ้าได้ปรึกษาหารือกัน คิดค้นหาวิธีแก้ไขก็จะดำเนินการไปได้ ปัญหาอุปสรรค ต่าง ๆ ก็จะค่อย ๆ บรรเทาลงไปดังที่เป็นอยู่ ถ้าคิดย้อนไปก็จะเห็นว่า กิจการงานต่างๆ ที่ทำมาได้มีความเจริญก้าวหน้าดีขึ้นมาก ทั้งนี้อาจกล่าวได้ว่า ความสำเร็จส่วนใหญ่อยู่ที่การปฏิบัติงานของทุก ๆ ท่านที่เป็นครูใหญ่และ ผู้ใต้บังคับบัญชาที่ทำงานกันมา ก็ทราบอยู่เองแล้ว ในการทำงานนี้จะเห็นได้ว่า มีหลาย ๆ คณะบุคคล ตั้งแต่ท่านผู้บังคับบัญชา ผู้แทนหน่วยราชการต่าง ๆ และหน่วยที่เป็นเอกชน ได้มา พร้อมใจกันช่วยให้งานนี้ สำเร็จลุล่วงไป เท่าที่ทำงานเฉพาะงานนี้ก็ ๓ ปีแล้ว ทำให้นักเรียน ในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งอยู่ในเขตทุรกันดารหรือว่ามีปัญหาอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นความจำเป็นที่ทางตำรวจตระเวนชายแดน จะต้องทำหน้าที่เป็นผู้ให้การศึกษาแก่ เยาวชนของประเทศ เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า นอกจากที่จะต้องให้ความรู้ ทำงานในด้าน การเรียนการสอนแล้ว หน้าที่ของตำรวจก็ยังคงอยู่ คือหน้าที่การดูแลรักษาความสงบของ อาณาบริเวณนั้น และหน้าที่อื่น ๆ ของตำรวจก็ยังอยู่ยังต้องปฏิบัติพร้อมกันไปด้วย จึงเป็นสิ่งที่ น่าชมเชยมากที่ท่านผู้บัญชาการฯ ได้กล่าวมาเมื่อสักครู่นี้ถึงโครงการที่คิดจะปฏิบัติต่อไป คือเรื่อง ของการให้การศึกษาแก่นักเรียนของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเพิ่มเติมขึ้น และโครงการ ที่จะช่วยฝึกอาชีพนักเรียนนั้น ได้ปรึกษากับหัวหน้าหน่วยราชการหลาย ๆ ท่าน ที่ได้อยู่ ณ ที่นี้ ด้วย ถึงแนวทางผลได้ ผลเสีย ของการที่จะทำให้นักเรียนของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ได้รับการศึกษาเพิ่มขึ้น ข้อที่อาจจะเป็นอุปสรรคต่าง ๆ ก็ได้พูดกันเรียบร้อยแล้ว พอสรุป ได้ว่าที่กล่าวว่าเป็นโครงการนั้น เป็นการเขียนไว้เพื่อเป็นแนวทางเท่านั้น แต่หลักคือ นักเรียน ของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนทั้งหลาย น่ามีโอกาสมากขึ้นในการพัฒนาความรู้ให้มี มากขึ้น กล่าวง่าย ๆ คือในขณะนี้นักเรียนจบชั้นสูงสุด คือชั้นประถมศึกษา ซึ่งมีนักเรียน บางส่วน อาจจะมีความสามารถและสติปัญญาที่จะได้รับความรู้เพิ่มเติมยิ่งกว่านี้ เราจะมา ช่วยกันว่าจะทำอย่างไรให้ผู้ที่สมควรได้รับการศึกษาเพิ่มขึ้นแต่มีอุปสรรค มีข้อขัดข้อง บางประการ ที่เขาจะไม่สามารถได้รับการศึกษา ให้คนเหล่านี้ได้มีโอกาสในชีวิตเพิ่มเติมขึ้น ก็อาจจะเป็นทั้งในลักษณะที่ส่งเข้าโรงเรียน ได้มีโอกาสเรียนเพิ่มเติมในโรงเรียนมัธยม และมี ทางที่จะช่วยเหลือให้เรียนได้ กับอีกอย่างหนึ่ง คือทางโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน อาจจะ ต้องได้สอนเพิ่มเติมขึ้นอีก ซึ่งในกรณีหลังนี้ก็ขึ้นอยู่กับครูบาอาจารย์ทุกท่านอีก ที่จะต้อง เหนื่อยหรือต้องลำบาก ต้องปฏิบัติงานมากขึ้น ทั้งนี้ก็ดูแล้วแต่โอกาส ไม่ใช่ว่าจะต้องทำ เดี๋ยวนี้ทุก ๆ รายไป เพียงแต่อยู่ในวิจารณญาณของท่านว่า นักเรียนผู้ใดสมควรจะได้รับความ ช่วยเหลือ พิจารณาเป็นราย ๆ ไป เหมือนอย่างที่หลักของโครงการที่เราทำกันมาอยู่เสมอ คือ แต่ละโรงเรียนคิดเป็นหน่วยโรงเรียน เราก็ถือว่าไม่เหมือนกัน เพราะว่าแต่ละโรงเรียนตั้งขึ้น ด้วยเหตุผลต่างกัน ตั้งอยู่ในภูมิประเทศที่ต่างกัน สิ่งแวดล้อมที่ต่างกัน ย่อมเอามาเปรียบเทียบ กันไม่ได้ว่าใครดีกว่าใคร อันนี้ถ้าเราคิดย่อยลงมาเป็นตัวนักเรียน เราก็ต้องดูว่าคนไหนเราควร จะพัฒนาช่วยเหลือไปในทางใด สำหรับโครงการเกี่ยวกับเรื่องการประกอบอาชีพก็เช่นกัน ในปัจจุบันก็มีอยู่แล้ว และ ก็ได้ขอความช่วยเหลือจากทางด้านกลุ่มอาชีวศึกษาเพิ่มเติมขึ้นอีก เพื่อที่จะให้นักเรียนที่อยู่ใน โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งต่อไปจะเป็นประชาชนในหมู่บ้านที่โรงเรียนนั้นตั้งอยู่ ได้มี ความสามารถในการประกอบอาชีพ สามารถเลี้ยงตนและพึ่งตนเองได้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ก็จะทำได้ โดยลักษณะต่าง ๆ กัน เช่นเดียวกัน ในโอกาสนี้ขอให้ครูใหญ่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ผู้ปฏิบัติงานทุก ๆ ท่าน ผู้ที่ อยู่ในที่นี้ จงประสบแต่ความสุข ความสวัสดีและมีกำลังกาย กำลังใจ ในการปฏิบัติหน้าที่ ทั่วหน้ากัน
  • โรงเรียนในสังกัด ตำรวจตระเวนชายแดนนั้น เป็นโรงเรียนในเขตท้องถิ่นที่ห่างไกลการคมนาคม และมีภาวะที่ ยากลำบากต่าง ๆ ในตอนเริ่มต้นก็มุ่งไปในแง่ที่ว่า ทำอย่างไรเยาวชนที่อยู่ในวัยศึกษาเล่าเรียน อย่างนั้น จะมีสุขภาพพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ พร้อมที่จะสร้างเสริมสติปัญญา เพื่อ การศึกษาและพัฒนาตัวเองให้เป็นประโยชน์ต่อภูมิลำเนาและสังคมสืบต่อไป ในการจัดการ ก็ได้ทดลองเริ่มด้วยการให้การศึกษาและช่วยเหลือในทางด้านเกษตร วิธีการในตอนต้นนั้น ได้เลือกสรรเฉพาะครูที่สอนในโรงเรียนนำมา และขออาศัยวิทยากรจากหน่วยงานต่าง ๆ มา จัดการอบรมครู เผยแพร่แนวความคิดตั้งแต่ความรู้ในเรื่องของการเพาะปลูก ตั้งแต่เรื่องดิน เรื่องพืช เรื่องน้ำ และแม้แต่เรื่องการปราบศัตรูพืช ซึ่งมีทั้งผลดีและผลกระทบข้างเคียงที่อาจ จะเป็นอันตรายได้ ให้ความรู้เหล่านี้แก่ครู และให้ครูเป็นผู้ถ่ายทอดแก่ศิษย์ในโรงเรียนต่อไป เป็นการให้ความรู้ทางอ้อม

1998[แก้ไข]

  • ความเป็นบัณฑิตนั้นนอกจากจะหมายรู้ได้จากความฉลาดสามารถในทางวิชาการแล้ว ยังสังเกตทราบได้จากการกระทำและการพูด เพราะบัณฑิตย่อมทำ ย่อมพูด ในสิ่งที่ดีที่ชอบประกอบด้วยประโยชน์เสมอ วันนี้ จะกล่าวเพิ่มเติมถึงลักษณะของบัณฑิตอีกประการหนึ่ง คือ การคิด การคิดนั้นมีอยู่สองแบบ แบบหนึ่ง คิดอย่างง่าย ๆ ตามที่ตัวนึกพอใจ อีกแบบหนึ่ง คิดอย่างดี คิดอย่างรอบคอบ ประกอบด้วยสติ ไม่มีอคติเป็นเครื่องเหนี่ยวนำ หากอาศัยความถูกต้องตามหลักวิชา เหตุผลความเป็นจริง และศีลธรรมจริยธรรม เป็นพื้นฐาน การคิดอย่างแรกเป็นความคิดที่ไม่ควรยึดถือ เพราะมีความคิดเข้าข้างตัวเป็นพื้นฐานอยู่ จึงมักพาตัวให้ฟุ้งเฟื่องไปต่าง ๆ อย่างไร้ประโยชน์ การคิดอย่างหลัง จึงเป็นความคิดที่เป็นแก่นสารควรแก่การยึดถือ เพราะเป็นประโยชน์แท้ที่แน่นอนและยั่งยืน ปราศจากพิษปราศจากภัย ผู้เป็นบัณฑิตจึงควรฝึกฝนการคิดที่ดีที่ถูกต้องให้เกิดขึ้นในตนเอง เพื่อให้เป็นหลักยึดในการกระทำและคำพูดทุกอย่าง จักได้สามารถทำและพูดในสิ่งที่ถูกที่ควร ให้เกิดประโยชน์แก่ตน แก่ส่วนรวม และแก่ชาติบ้านเมืองได้สมบูรณ์ทุกส่วน
  • ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัย ย่อมได้รับการยกย่องว่าเป็นบัณฑิต ซึ่งหมายถึงผู้มีสติปัญญา มีความรู้ความสามารถสูง และมีคุณธรรมพร้อมสมบูรณ์ในตน ความเป็นบัณฑิตจึงนอกจากจะหมายรู้ได้จากความฉลาดสามารถในการใช้วิทยาการให้เกิดผลแล้ว ยังสังเกตทราบได้จากคุณธรรมความประพฤติอีกทางหนึ่งด้วย กล่าวคือ บัณฑิตเมื่อจะกระทำการใด ๆ ก็คำนึงถึงเหตุและผล ที่ถูกต้องเที่ยงตรงตามหลักวิชาและหลักธรรม และเมื่อลงมือปฏิบัติก็ตั้งใจจริงที่จะกระทำให้จนบรรลุเป้าหมาย ได้ประโยชน์ตนและประโยชน์ส่วนรวมโดยครบถ้วน ไม่ปฏิบัติทวนหลักการ หลักวิชา และหลักธรรม หรือทำโดยเพทุบาย ด้วยเจตนาอันไม่ริสุทธ์ อันจะเป็นผลกระทบกระเทือนถึงเกียรติภูมิของตน หรือประโยชน์ส่วนรวม จึงขอให้บัณฑิตทั้งหลายตั้งใจพยายามประพฤติปฏิบัติดีปฏิบัติชอบให้เป็นปรกตินิสัย จะได้เป็นกำลังส่งเสริมให้แต่ละคน สามารถใช้วิชาความรู้กับทั้งสมรรถภาพทั้งมวล สร้างสรรค์ความสำเร็จความเจริญ และความดีงาม เพื่อตนเพื่อส่วนรวม ให้สัมฤทธิ์ผลอันไพบูลย์ได้ดังประสงค์
  • ความคิดพิจารณา หมายถึง การไตร่ตรองหาเหตุหาผลที่ถูกต้องแท้จริงของเรื่องราวและเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ได้เกิดขึ้น หรือได้ผ่านพบ ให้รู้ชัด ความรู้ชัดนี้ จะเกิดขึ้นได้ก็โดยอาศัยความรู้อันกว้างขวาง ที่ได้รู้ได้เห็นและสังเกตศึกษามาดีแล้ว อาศัยสติความระลึกรู้ และความมีใจสงบตั้งมั่นในความเป็นกลาง เป็นพื้นฐานในการพิจารณากลั่นกรอง กล่าวคือ เมื่อจะพิจารณาเรื่องใด ปัญหาใด ก็ใคร่ครวญไตร่ตรองดูด้วย ความรู้ และใจที่เป็นกลางด้วยความหนักแน่นเที่ยงตรง ก็จะทำให้เห็นเหตุเห็นผลในสิ่งที่พิจารณานั้นโดยกระจ่างแจ่มชัด และถูกต้องตรงตามความเป็นจริง ความคิดพิจารณาหาเหตุผลจนรู้ชัดนี้ จึงเป็นประโยชน์โดยตรงในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เป็นสิ่งที่จะส่งเสริมความสามารถของบุคคลให้สูงขึ้น คือสามารถทำงานที่ยากที่มีความสำคัญสูงได้ บัณฑิตจึงควรจะได้สร้างเสริมความสามารถข้อนี้ให้มีในตนทั่วกันทุกคน
  • ความเพียร ความเพียรหรือวิริยะนั้น แปลว่า ความเป็นผู้กล้า คือกล้าสู้อุปสรรค กล้าสู้ความลำบากตรากตรำข้อนี้อธิบายได้ว่า แม้งานที่ทำจะมีความยากลำบากหรือมีอุปสรรคขัดขวางอย่างไรก็กล้าสู้กล้าทำ ไม่ยอมถดถอยย่อท้อ หรือเลิกราทอดทิ้งเสียกลางคัน หากมุ่งแต่จะกระทำให้สำเร็จ ผู้มีความเพียรจึงสามารถ ทำหน้าที่การงานได้อย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดชะงักล่าช้า มีแต่ดำเนินรุดหน้าเป็นลำดับไปจนบรรลุความสำเร็จโดยไม่มีสิ่งใดจะยับยั้งขัดขวางได้ บัณฑิตผู้หวังความสำเร็จและความเจริญก้าวหน้า จึงควรจะได้ฝึกฝนอบรมความเพียรทั้งนั้นให้กล้าแข็งและมั่นคง จักได้เป็นผู้องอาจสามารถในการงานอย่างแท้จริง และได้ประสบความสำเร็จในชีวิตดังที่มุ่งหมาย
  • ความเอาใจใส่ หมายถึง ความเอาใจผูกพันอยู่ในงาน ไม่ทอดธุระหรือทอดทิ้งหากเพ่งพินิจอยู่เฉพาะในกิจที่ทำ ด้วยความระมัดระวังรอบคอบ และด้วยความมีสติรู้ตัวอยู่ตลอดเวลา เมื่อมีปัญหาข้อขัดข้องเกิดขึ้นในทุกขั้นตอนปฏิบัติ ก็รับรู้เรื่องราวและปัญหาต่าง ๆ ได้กระจ่างถี่ถ้วน ทำให้สามารถปฏิบัติแก้ไขได้ถูกต้องและรวดเร็วทันเหตุการณ์ โดยปราศจากความหวั่นไหว เผลอพลั้ง และลังเล ความเอาใจใส่หรือผูกใจอยู่ในงาน จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ป้องกันมิให้การงานผิดพลาด บกพร่อง เสียหาย และส่งเสริมให้บุคคลปฏิบัติบริหารงานทั้งปวงได้ถูกต้อง และบรรลุผลสมบูรณ์ตามเป้าหมาย บัณฑิตทั้งหลาย ผู้จะออกไปปฏิบัติหน้าที่การงานต่อไป จึงควรจะได้อบรมฝึกฝนความเอาใจใส่ในงานให้เกิดขึ้นพร้อม เพื่อความสำเร็จและความเจริญมั่นคงของตนและชาติบ้านเมือง
  • ในชีวิตของเรานั้น เราต้องมีความรับผิดชอบและหน้าที่ผูกพันอยู่กับผู้อื่นสิ่งอื่นมาก ที่สำคัญที่สุดก็คือชาติบ้านเมือง ซึ่งเป็นที่เกิดที่อาศัย ดังนั้น ผู้ที่จะได้ชื่อว่ามีความสำเร็จในชีวิตอย่างแท้จริง จึงควรจะได้สร้างประโยชน์ทั้งส่วนตนและส่วนรวมให้ครบถ้วน ท่านทั้งหลายเป็นผู้มีความรู้ สติปัญญา ที่ได้อบรมมาดีแล้ว ขอให้พยายามใช้ความรู้ความสามารถของท่าน เป็นรากฐานในการสร้างความเจริญให้แก่ฐานะและการงาน สร้างคุณงามความดีให้แก่ตน และที่สำคัญที่สุด สร้างความมั่นคงให้แก่ประเทศชาติ ดังนี้ จะได้ชื่อว่ามีความสำเร็จในชีวิตอย่างสมบูรณ์
  • ความเป็นบัณฑิตนั้น นอกจากจะหมายรู้ได้จากความฉลาดสามารถทางวิชาการแล้ว ยังสังเกตทราบได้จากการกระทำ การพูด และการคิด ที่ดีที่ถูกต้องตามหลักวิชาและหลักธรรมด้วย บ่ายนี้ จะพูดกับท่านถึงหลักการทำงานให้ประสบความสำเร็จและก้าวหน้า บัณฑิตคงจะเคยสังเกตเห็นว่า คนบางคนบางพวกทำงานอย่างหนึ่งอย่างใดนานๆ เข้า มักจะเกิดความเบื่อหน่ายท้อถอย ที่สุดก็เสียงานเสียคนไปก็มี ส่วนอีกพวกหนึ่งไม่ว่าจะทำงานสิ่งใด เล็กหรือใหญ่ ง่ายหรือยาก ก็มีใจจดจ่อแน่วแน่อยู่ในงาน และ พากเพียรกระทำต่อเนื่องกันไป ได้เหนียวแน่น เสมอต้นเสมอปลาย การทำงานให้ได้เหนียวแน่นและยั่งยืนนี้ เห็นได้ว่าขึ้นอยู่กับความรักความพอใจในงานยิ่งกว่าอื่น เพราะเมื่อบุคคลมีความพอใจในงาน ความมุมานะที่จะทำงานให้ตลอดต่อเนื่องก็จะเกิดตามมา ทำให้สามารถอดทนต่ออุปสรรคและความยากลำบากต่างๆ ได้ ทั้งมีความเบิกบานยินดีในเมื่องานที่ทำประสบผลสำเร็จ ความพอใจในงาน จึงเป็นอุปการะอย่างสำคัญที่เกื้อหนุนให้บุคคลทำงานได้ยั่งยืนและก้าวหน้า บัณฑิตผู้จะออกไปทำงานสร้างตัว สร้างฐานะ จึงควรจะได้ปลูกฝังความรักความพอใจในงาน ให้เกิดมีขึ้น และรักษาไว้ให้มั่นคง

1999[แก้ไข]

  • บัณฑิตผู้สำเร็จการศึกษาแล้วย่อมมีความหวังตั้งใจอยู่ทั่วกัน ที่จะได้ออกไปทำงานสร้างฐานะความเจริญให้แก่ชีวิต. ในการนี้ จำเป็นที่แต่ละคนจะต้องมีหลักปฏิบัติสำหรับยึดถือ จึงจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จอันน่าพึงพอใจ. เบื้องต้น ท่านทั้งหลายควรจะได้ตั้งเป้าหมายในชีวิตและหน้าที่การงานให้แน่นอนก่อน. เมื่อตกลงปลงใจในจุดประสงค์อันใดอันหนึ่งแล้ว ก็ต้องมีความสัจจริงที่จะปฏิบัติตามความตั้งใจนั้น ให้ดำเนินก้าวหน้าไปจนกว่าจะบรรลุถึงจุดประสงค์. ข้อสำคัญ ทุกคนจะต้องเข้าใจให้ชัดเสียแต่ต้น ว่าการสร้างความสำเร็จในชีวิตนั้นมิใช่จะสำเร็จผลในคราวเดียวได้ หากจำเป็นต้องค่อย ๆ เสริมค่อย ๆ สร้างให้มั่นคงก้าวหน้ามาเป็นลำดับ และเมื่อมีปัญหาอุปสรรคเกิดขึ้น ก็จะต้องมีจิตใจที่มั่นคงแน่วแน่ ใช้สติปัญญาขบคิดและปฏิบัติแก้ไข โดยไม่เหนื่อยหน่ายท้อถอย หรือละทิ้งเสียกลางคัน. เมื่อใดได้พากเพียรปฏิบัติอย่างต่อเนื่องได้ครบตามลำดับ และสมบูรณ์ในทุกด้านตามเป้าประสงค์แล้ว เมื่อนั้นจึงจะถือได้ว่าประสบความสำเร็จที่แท้จริง
  • บัณฑิตผ่านการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมาแล้ว เป็นผู้มีความรู้สูงถึงระดับที่จะทำการงานสร้างสรรค์ความเจริญมั่นคงให้แก่ตนเองและส่วนรวมให้สำเร็จได้. แต่การที่จะสร้างความสำเร็จดังนั้นได้มากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับเหตุสำคัญคือความประพฤติปฏิบัติและความคิดพิจารณาของแต่ละคน. ถ้าคิดให้ดีได้ถูก ประพฤติปฏิบัติได้ดีได้ถูก ก็มีความสำเร็จสูง. ถ้าเป็นตรงกันข้าม ก็ยากนักที่จะประสบความสำเร็จสมหวังได้ ชีวิตและการงานก็จะล้มเหลว มากด้วยปัญหา. ผู้ปรารถนาความดีความเจริญ จึงต้องฝึกหัดทำความคิดเห็นที่ถูกต้องให้เกิดขึ้นในตนเอง เพื่อให้เป็นหลักประคับประคองส่งเสริมทั้งความประพฤติทั้งการปฏิบัติงาน ให้เป็นไปโดยถูกต้อง เที่ยงตรง เป็นประโยชน์ เป็นความเจริญก้าวหน้า ไม่ให้หลงทาง หลงทำ ในทางและในสิ่งที่จะฉุดลงไปสู่ความเสื่อมเสียหาย. ดังนั้น ถ้าบัณฑิตระมัดระวังตั้งใจประพฤติตน ปฏิบัติงานให้รอบคอบ ประกอบพร้อมด้วยหลักวิชาและคุณธรรมอยู่เสมอ ก็จะสามารถพึ่งตนเอง และทำตนให้เป็นที่พึ่งที่อาศัยของผู้อื่นได้ ตามที่มุ่งหวังตั้งใจไว้เป็นแน่นอน

2000[แก้ไข]

  • งานสำคัญของมหาวิทยาลัย กล่าวตามหลักมีอยู่สองส่วน ส่วนหนึ่งคือการให้การศึกษาแก่นักศึกษา ให้มีความรู้ในวิชาการต่าง ๆ อย่างหนักแน่น และสามารถนำไปใช้ปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกส่วนหนึ่งคือการค้นคว้าวิจัยในวิชาการทุก ๆ สาขา เพื่อความเจริญก้าวหน้าของวิชาการนั้น ๆ และเพื่อที่จะนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม. ตลอดเวลาที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ทำหน้าที่นี้โดยเต็มกำลัง จนบังเกิดผลดีเป็นที่ประจักษ์ทั้งแก่นักศึกษาเองและแก่ประเทศชาติเป็นส่วนรวม. ผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันแห่งนี้จึงควรจะได้ภูมิใจ และตั้งใจนำเอาความรู้ความสามารถที่อุตส่าห์ฝึกฝนอบรมมา ไปปฏิบัติบริหารงานในหน้าที่ให้มีประสิทธิผลและก้าวหน้า. พร้อมกันนั้น ก็ต้องพยายามศึกษาค้นคว้าให้ยิ่งคล่องแคล่วชำนาญ ทั้งในทางวิชาการและในการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ว่าหน้าที่เฉพาะตัวหรือหน้าที่ร่วมกับผู้อื่น เพื่อจักได้สามารถสร้างสรรค์ความสำเร็จและความเจริญมั่นคงให้แก่ตนเองและชาติบ้านเมืองได้พร้อมทุกประการ
  • ในการปฏิบัติงานนั้น นอกเหนือจากความรู้ในวิชาการและความสามารถในการนำความรู้มาปฏิบัติแล้ว ยังมีความรู้จักคิดและรู้จักใช้ความคิดนั้นอีกประการหนึ่ง ซึ่งเป็นปัจจัยส่วนสำคัญที่จะทำให้สามารถนำวิชาการและคุณสมบัติทุกอย่างในตัวออกมาใช้ได้โดยถูกต้องและได้ผล. ความรู้จักคิด ได้แก่การยกเอาเรื่องหรือปัญหาที่ต้องการทราบขึ้นพินิจพิจารณาอย่างละเอียด ด้วยเหตุด้วยผล และด้วยจิตใจที่เที่ยงตรงเป็นกลาง. การใช้ความคิดโดยนัยนี้ จะทำให้เห็นและทราบความจริงอย่างกระจ่าง เข้าถึงปัญหาได้โดยตลอด เมื่อเห็นสภาพแท้จริงของเรื่องตลอดแล้ว ก็จะทราบวิธีปฏิบัติต่อเรื่องนั้น ๆ โดยถูกต้องตรงตามเหตุผล และพอเหมาะพอดี. บัณฑิตจึงควรศึกษาและฝึกฝนให้ชำนาญในกระบวนการคิด แล้วร่วมกันใช้ความรู้ความคิดปฏิบัติกิจการงาน ให้สำเร็จผลเป็นประโยชน์สร้างสรรค์ทั้งแก่ตนเองและชาติบ้านเมือง

2004[แก้ไข]

  • วันนี้ได้จัดการเพื่อมาชุมนุมกัน แล้วก็จะจัดการเลี้ยงเพื่อขอบคุณทุก ๆ ท่านที่ได้มาร่วมกันช่วยงาน ทั้งที่ช่วยมานานแล้ว สำหรับบางท่านก็ทำงานด้วยกันมาประมาณเกือบจะ 25 ปีแล้ว ใน 25 ปีนี้ก็ได้มีกิจกรรมต่าง ๆ เพิ่มเติมขึ้นอีกมาก และสำหรับนักเรียนที่ได้ รับทุน และได้ศึกษาเล่าเรียนอย่างดีนั้น ก็ขอการเลี้ยงครั้งนี้เป็นการขอบคุณนักเรียนด้วย ที่รู้สึกได้ตั้งใจเรียนที่ดี และมุ่งหวังที่จะทำให้เป็นประโยชน์ต่อครอบครัว ต่อสังคม ต่อไปใน อนาคต และก็ได้ปฏิบัติธรรม ซึ่งทำให้ปลาบปลื้มใจและก็อาจจะส่งผลให้ทั้งมีสุขภาพกายใจ ที่ดี เรียกว่าจะปฏิบัติงานต่อไป ที่มาแบ่งกุศลให้ในครั้งนี้ก็ขอขอบคุณด้วย การงานที่ทำในโครงการเริ่มต้นอย่างโครงการของตำรวจตระเวนชายแดนนั้น ในขั้นต้น ก็มีจุดประสงค์เพียงเพื่อให้นักเรียนที่เป็นลูกศิษย์นั้นได้อ่านออกเขียนได้ และสามารถที่ จะประกอบอาชีพได้

2008[แก้ไข]

  • เมื่อวานนี้ไปเฝ้าฯ ก็ยังไม่เป็นไรแล้วก็ไปร่วมตั้งเครื่องถวายพระกระยาหาร ก็ยังเสวยได้ดี แต่พอมาถึงวันนี้ ทรงมีพระอาการในช่องพระศอ คือ ทั้งหลอดลมหลอดอาหารอักเสบ ทำให้เสวยเครื่องไม่ค่อยได้ เขาเลยถวายเป็นน้ำเกลือแล้วก็ยาส่วนทางด้านหลอดลมนี่ก็มีเสมหะออกมามาก ทำให้ท่านรู้สึกไม่ทรงพระสำราญ แล้วก็ทำให้อ่อนเพลีย แต่ว่าไม่มีไข้ ก็คิดว่าจะให้บรรทมพักไปสักพัก จนกระทั่งมีพระกำลังจึงค่อยออกมาพบท่านหรือทำอะไรได้ เพราะคิดว่าอยากจะทรงพักดีกว่า เรื่องรายละเอียดจะเป็นอย่างไรเข้าใจว่าประเดี๋ยวทางแพทย์เขาคงพูดด้วยภาษาที่ถูกต้องอีกที แต่ที่เขาว่า เท่าที่เห็น คือท่านก็ยังดูแล้วพระอาการไม่ได้หนักมาก แต่ว่าอาจจะดูเหมือนกับว่าอ่อนเพลียที่จะลุกเพราะว่าเสวยไม่ได้เต็มที่ แล้วก็เสมหะออกแล้วติดอยู่ คือ มีเสมหะแต่ติดอยู่ก็ไม่ค่อยจะออก แล้วก็ถวายน้ำเกลือเพื่อที่จะล้างให้ ถ้าได้น้ำไม่พอนี่ ก็จะเหมือนว่าเวลาคนที่มีเสมหะ เขาก็ให้ดื่มน้ำมาก ๆ แต่นี่ท่านดื่มได้ไม่ดี ก็ถวายน้ำเกลือ ตอนนี้ เสมหะดูจะออกลงมาก ถึงเวลาที่จะให้เฝ้าฯ แล้วก็จะให้เสมหะออก ก็ออกมาดี แต่ก็ยังไม่ทัน เลยโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมฯ มารับพร แล้วก็ขอบใจทุก ๆ ท่านแทน

2010[แก้ไข]

  • วิชาความรู้ที่บัณฑิตได้ศึกษาเล่าเรียนมา แม้จะเป็นปัจจัยและเป็นกำลังอย่างสำคัญ สำหรับใช้ในการดำเนินชีวิตและปฏิบัติงานก็จริง แต่ผลที่ได้จะเป็นอย่างไรนั้น ย่อมขึ้นอยู่กับว่า แต่ละคนนำความรู้ไปใช้อย่างไร. ถ้านำไปใช้ในทางที่ถูกต้อง ก็จะได้ผลดี ที่เป็นประโยชน์แท้ แต่ถ้าใช้ในทางที่ผิด ก็อาจเกิดผลเสียหายร้ายแรงทั้งแก่ตนเองและสังคมส่วนรวมได้. เมื่อเป็นดังนี้ บัณฑิตจึงต้องมีความรับผิดชอบอย่างสูง ที่จะนำความรู้ไปใช้แต่เฉพาะในทางที่ถูกที่ควร ด้วยความ ซื่อตรงต่อหลักวิชาและต่องาน เพื่อให้บังเกิดผลเป็นประโยชน์ที่แท้ ทั้งต้องตั้งใจระวังป้องกัน มิให้เกอดโทษเสียหายขึ้นจากความประมาทพลั้งเผลอ มิให้เอนเอียงด้วยอคติ หรือหลงไปกับ สิ่งยั่วยวนใจต่าง ๆ ซึ่งจะชักนำให้ใช้วิชาความรู้ในทางที่ไม่ถูกต้อง. หากบัณฑิตได้ตระหนักถึง ความรับผิดชอบของตน แล้วปฏิบัติตามที่กล่าวนี้ให้ได้ครบถ้วน ความรู้ที่แต่ละคนมีอยู่ก็จะอำนวยผล เป็นประโยชน์เป็นความเจริญมั่นคง ทั้งแก่ตนเองและแก่บ้านเมืองอย่างแท้จริง

2013[แก้ไข]

  • คนเราทุกคน แม้จะมีความรู้ความสามารถสูงเพียงใดก็ตาม ย่อมไม่อาจทำงานสร้างสรรค์ความสำเร็จได้โดยลำพัง หากต้องได้รับความร่วมมือสนับสนุนจากผู้อื่น ฝ่ายอื่นอย่างพร้อมเพรียงด้วย แต่การจะได้รับความร่วมมือ และความช่วยเหลือจากผู้อื่นมากน้อยเพียงใดนั้น ย่อมขึ้นอยู่กับการประพฤติปฏิบัติของแต่ละคนเป็นสำคัญ ในโอกาสที่บัณฑิตทั้งหลายสำเร็จการศึกษา จะต้องออกไปทำงานร่วมกับผู้อื่น

2014[แก้ไข]

  • บัณฑิตทั้งหลายเมื่อออกไปดาเนินชีวิตและประกอบกิจการงานสร้างตัวสร้างฐานะ ย่อมจะต้องเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ อยู่บ้างเป็นปรกติ. ในการแก้ไขปัญหาเหล่านั้น บัณฑิตคงจะได้พบว่า วิธีการที่เคยใช้ได้ผลกับปัญหาหนึ่ง ไม่อาจใช้ได้เสมอไปในทุก ๆ กรณี. ที่เป็นดังนี้ เพราะปัญหาต่าง ๆ มีสาเหตุ มีผล มีปัจจัยแวดล้อมและรายละเอียดแตกต่างกันไป. การจะแก้ไขปัญหาให้บรรเทาลุล่วง บุคคลจึงจาเป็นต้องทาความเข้าใจปัญหาให้รอบคอบและ รอบด้าน เพื่อแสวงหาแนวทางแก้ไขที่เหมาะสมกับปัญหานั้น ๆ และสถานการณ์แวดล้อมมากที่สุด. ในขณะเดียวกัน ก็ต้องรู้จักปรับเปลี่ยนวิธีการแก้ไขให้พอเหมาะพอดีกับแต่ละกรณี โดยใช้ปัญญาพิจารณาไตร่ตรอง และวินิจฉัยตัดสินให้ถูกต้องตามหลักวิชา หลักเหตุผล และหลักธรรมเสมอ
  • บัณฑิต หมายถึง ผู้ที่สาเร็จการศึกษาในระดับสูง และมีความรู้ในสาขาวิชาที่ได้ศึกษามาอย่างลึกซึ้งกว้างขวาง. แต่การที่บุคคลจะเป็นบัณฑิตแท้ได้นั้น นอกจากจะต้องมีความรู้ดีแล้ว ยังต้องมีความคิดความเห็นที่ถูกต้องอีกด้วย. การมีความคิดความเห็น ที่ถูกต้องดังกล่าว คือการรู้จักแยกแยะว่า สิ่งใดถูก สิ่งใดผิด สิ่งใดดี สิ่งใดชั่ว และรู้เหตุที่ทาให้เกิดสิ่งนั้นอย่างชัดแจ้ง. ด้วยเหตุนี้ ผู้มีความคิดความเห็นถูกต้องจึงประพฤติปฏิบัติแต่สิ่งที่ดี ที่ถูกต้องสมควร ที่จะก่อให้เกิดผลเป็นประโยชน์เป็นความเจริญ ตรงข้ามกับผู้มีความคิดความเห็นไม่ถูกต้อง ซึ่งอาจหลงผิดหลงทาในสิ่งที่เป็นโทษเสื่อมเสียหาย ทั้งแก่ตนเอง แก่ส่วนรวม และแก่ประเทศชาติ. ทุกท่านในที่นี้ต่างก็มีความรู้ทางวิชาการอันกว้างขวางหนักแน่นดีอยู่แล้ว หากจะได้ฝึกฝนอบรมตน ให้เป็นผู้มีความคิดความเห็นที่ถูกต้องประกอบพร้อมกันไปด้วย ก็จะได้ชื่อว่าเป็นบัณฑิตแท้ ผู้ควร แก่การยกย่องนับถื

2015[แก้ไข]

  • งานที่ท่านต้องรับผิดชอบต่อไปนั้น ไม่ว่าจะเป็น งานด้านการอนุรักษ์ การสืบทอด การสร้างสรรค์ หรือการส่งเสริมึิลปวัฒนธรรมก็ตาม จาเป็น ต้องอาึัยความรู้ความเข้าใจอย่างน้อย ๓ ประการ. ประการแรก คือความรู้ความเชี่ยวชาญ ในงานศิลปะตามสาขาวิชาที่แต่ละคนเล่าเรียนมา ตลอดจนความรู้พื้นฐานที่กว้างขวางหนักแน่น เกี่ยวกับึิลปวัฒนธรรมแขนงต่าง ๆ. ประการที่สอง คือความตระหนักซาบซก้งในคุณค่าของศิลปวัฒนธรรม ว่าเป็นเครื่องหมายแห่งความเจริญทางปัญญาและทางจิตใจของมนุาย์ ทั้งเป็น รากฐานสาคัญแห่งความเจริญมั่นคงของบ้านเมือง. ประการที่สาม คือความเข้าใจที่กระจ่างชัดแจ้งเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงของสังคมและวัฒนธรรม ตลอดจนทัึนคติและรสนิยมของคนในชาติ ซก่งมีผลโดยตรงต่อการสืบสานและสร้างสรรค์งานศิลปะ. ความรู้ทั้งสามประการนี้ จะเป็นพื้นฐาน อย่างสาคัญ ที่ช่วยให้แต่ละคนสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ใหึิ้ลปวัฒนธรรม แขนงต่าง ๆ ยิ่งเจริญรุ่งเรืองขก้น มีความหลากหลายมากขก้น เหมาะกับกาลสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งยังคงคุณค่าและความงามแห่งึิลปะไว้อย่างเต็มเปี่ยม. จกงขอให้บัณฑิตทุกคนเร่งเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจทั้งสามประการให้เพิ่มพูนขก้น เพื่อประโยชน์และความเจริญก้าวหน้าของตน ของงาน และของชาติบ้านเมืองสืบไป. ในพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขออวยพรให้บัณฑิตทุกคน และผู้มาร่วมในพิธีนี้ทุกท่าน ประสบแต่ความสุข ความเจริญ และความสาเร็จสมประสงค์จงทั่วกัน

2019[แก้ไข]

  • บัณฑิตทั้งหลายนับว่าเป็นผู้ทรงความรู้ เพราะได้ สําเร็จการศึกษาในระดับสูง จนมีความรู้เพียงพอ สําหรับจะนําไปใช้ประกอบอาชีพการงาน ในโอกาสนี้ จึงใคร่จะกล่าวถึงปัจจัยพื้นฐานในการทํางานว่ า นอกเหนือจากความรู้ ที่กว้างขวางลึกซึ้งแล้ ว ยังมี อีกอย่างหนึ่งซึ่งจะขาดเสียมิได้ ก็ คือความคิดที่เป็นระเบียบ เป็นขั้นเป็นตอน เป็นเหตุเป็นผล คนที่ มีความคิดตามคุณลักษณะดังกล่าว ย่อมสามารถนําความรู้ ไปใช้ให้เป็นประโยชน์ในการทํางานได้อย่างเต็มที่ ตรงข้ามกับคนที่ มีความคิดสับสนฟุ้งซ่าน ไม่เป็นระเบียบ ไม่เป็นเหตุเป็นผล ซึ่งแม้จะมีความรู้มากเพียงใด ก็ไม่อาจนําไปใช้ปฏิ บัติงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทําให้ความรู้ที่ มีอยู่ สูญเปล่าไปอย่างน่าเสียดาย บัณฑิตทั้งหลายเป็นผู้ มีความรู้สูง จึงควรที่จะพยายามฝึกตน ให้เป็นผู้ มีความคิดดี มีระเบียบด้วย แต่ละคนจะได้สามารถนําความรู้ไปใช้ประกอบกิจการงาน ให้ สําเร็จผลเป็นประโยชน์แก่ตนเองและประเทศชาติได้ สมภูมิรู้ของบัณฑิต[2]
  • บัณฑิตทั้งหลายได้ ผ่านการศึกษาเล่าเรียนในระดับสูงมาแล้ว จนได้ รับปริญญา จึงได้ชื่อว่าเป็น ผู้ มีการศึกษาดี ตามธรรมดาผู้ มีการศึกษาดี นั้น ย่อมเป็นที่หวังของคนทั่วไปว่าจะเป็นผู้ มีสติ ปัญญาเฉลียวฉลาด สามารถเป็นหลักเป็นกําลังในการสร้างสรรค์ความเจริญมั่นคงให้แก่ชาติ บ้านเมืองได้ ด้วยเหตุ นี้ บัณฑิตทุกคนจึงควรถือเป็นความรับผิดชอบอย่างสําคั ญ ที่จะต้องประพฤติตนปฏิ บั ติงานอย่าง ผู้ มีสติ ปัญญาเฉลียวฉลาดที่แท้จริง คือนําหลักวิชาไปใช้ในการดําเนินชี วิตและการทํางานด้วยความรอบคอบ รู้ คิ ด รู้ ผิดชอบชั่วดี และรู้เท่าทันการณ์ ทันคน ทันโลก หลักวิชาที่แต่ละคนอุตส่าห์ ศึกษาเล่าเรียนมา ด้วยยากเป็นเวลานานปี จะได้ บังเกิดผลเป็นประโยชน์ ยั่งยืนทั้งแก่ตนแก่ประเทศชาติ และบัณฑิตเองก็จะเป็ น ผู้ควรแก่การนิยมยกย่อง สมกับที่ มีการศึกษาดี เป็นบัณฑิตที่แท้[3]

อ้างอิง[แก้ไข]

  1. หนังสือ "เมฆเหิน น้ำไหล" ของวังฟัง พระราชนิพนธ์แปลในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
  2. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดําเนินแทนพระองค์ ไปพระราชทานปริญญาบัตรแก่ ผู้สําเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยศิลปากร ประจําปีการศึกษา ๒๕๖๐ ณ อาคารศูนย์ ศิลปวัฒนธรรมเฉลิมพระเกียรติ ๖ รอบ พระชนมพรรษา มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ อําเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม
  3. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดําเนินแทนพระองค์ ไปพระราชทาน ปริญญาบัตรแก่ ผู้ สําเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประจําปีการศึกษา ๒๕๖๐ - ๒๕๖๑ ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อําเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่