ข้ามไปเนื้อหา

สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก

จาก วิกิคำคม
สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก

สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก (ภาษาซองคา : འཇིགས་མེད་གེ་སར་རྣམ་རྒྱལ་དབང་ཕྱུག་) เป็นพระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรภูฏาน รัชกาลที่ 5 แห่งราชวงศ์วังชุก ทรงได้รับการยกย่องจากชาวภูฏานรวมถึงชาวไทยส่วนใหญ่ว่ามีพระจริยวัตรที่งดงาม และเป็นที่รักยิ่งของประชาชนชาวภูฏาน

คำคม

[แก้ไข]
  • ประเทศของเราประสบความสำเร็จได้ก็ด้วยผลงานของพระบิดาและพระมารดา หาใช่ผลงานของพวกเราเองไม่ งานของเรายังรออยู่ข้างหน้า สิ่งที่เราต้องทำยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน... หลายคนบอกว่าภูฏานเป็นประเทศเล็ก ๆ จริงอยู่ แต่ขนาดของประเทศคือจุดแข็งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเรา... บางคนบอกว่าเราเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลระหว่างเพื่อนบ้านยักษ์ใหญ่สองประเทศ ใช่แล้ว เราทุกคนรู้ดีว่าการไม่มีทางออกสู่ทะเลมีข้อเสีย แต่ในการสร้างเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิรัฐศาสตร์ของเราจะเป็นข้อได้เปรียบที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ภายในไม่กี่ทศวรรษ คาดว่าอินเดียและจีนจะครองเศรษฐกิจโลก ดังนั้น ในบริบทของโอกาส เราไม่ได้ไม่มีทางออกสู่ทะเลอย่างแน่นอน ข้าพเจ้าคิดว่าเรามีโลกทั้งใบอยู่ที่หน้าประตูบ้านของเรา!
  • ภูฏานเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยความหวังและศักยภาพ เรามีความมั่นคงและความเชื่อมั่นในวัฒนธรรมและประเพณีของเราเอง มีสิ่งแวดล้อมที่บริสุทธิ์ และที่สำคัญที่สุดคือประชากรวัยหนุ่มสาวที่เต็มไปด้วยพลังและความหวัง ข้อความของข้าพเจ้าถึงผู้นำรุ่นเยาว์ของภูฏานคือ เรามีทุกสิ่งที่จำเป็นในการสร้างเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและปกป้องทุกสิ่งที่เรารัก แต่ภายใต้เงื่อนไขหนึ่ง เราต้องเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ด้วยความทะเยอทะยานอันยิ่งใหญ่ และเราต้องทำงานหนัก

การกล่าวถึง

[แก้ไข]
  • แด่พระมหากษัตริย์แห่งประเทศไทย ผู้ซึ่งหาที่เปรียบมิได้ ทรงเปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์และเปรียบดั่งอัญมณีล้ำค่า ที่ได้ทรงเข้าสู่ปรินิพพานแล้วนั้น ข้าพเจ้าขอแสดงความเคารพอย่างถึงที่สุด พร้อมด้วยผู้คนที่สวดภาวนาอย่างสุดหัวใจ ขอให้พระองค์ท่านเสด็จพระราชสมภพในฐานะธรรมราชาตลอดกาล เพื่อสร้างคุณประโยชน์ให้แก่ทุกสรรพชีวิต" ทั้งนี้ในวันที่ 16 ตุลาคม สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระราชินีเจตซุน เพมา วังชุก เจ้าชายจิกมี นัมเกล วังชุก มกุฎราชกุมารแห่งภูฏาน มายัง พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เพื่อวางพวงมาลาและสักการะพระบรมศพพร้อมลงพระนามแสดงความอาลัย