อัศวิน ขวัญเมือง

จาก วิกิคำคม
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
w
วิกิพีเดีย มีบทความเกี่ยวกับ

พลตำรวจเอก อัศวิน ขวัญเมือง อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนที่16

คำคม[แก้ไข]

พลตำรวจเอก อัศวิน ขวัญเมือง ได้ให้โอวาทไว้แก่ตำรวจผู้ใต้บังคับบัญชา เมื่อเข้ารับตำแหน่ง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เมื่อกลางปี พ.ศ. 2550 ความว่า

“ ผมรับราชการจากบ้านนอกเข้ากรุง แต่ได้สัมผัสกับนครบาลพอสมควรเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองผู้บังคับการกองปราบปราม (รอง ผบก.ป.) ผบก.ป. รอง ผบช.ก.รวมแล้วประมาณ 10 ปี คุ้นเคยกับท้องที่อยู่บ้าง จารีตประเพณีไม่แตกต่างกับหน่วยงานอื่นเท่าใดนัก ผมคิดว่าไม่ใช่เรื่องยุ่งยากในการมาทำงานตรงนี้

ด้านนโยบายพูดไปก็ซ้ำแบบเดิม ค่อนข้างสวยหรู ดูแล้วสวยงาม แต่มันอยู่ที่ตรงกลาง แก่นแท้ของการปฏิบัติมากกว่า การรับราชการตำรวจมีทั้งศาสตร์และศิลป์ ศาสตร์มาจากตำราเล่มเดียวกัน ระเบียบข้อบังคับของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กฎหมายอาญา ป.วิอาญา ระเบียบต่างๆ ทุกคนต้องรู้ แต่ศิลปะในการดำเนินชีวิต ดำเนินงาน ในหน้าที่ให้ถูกต้องทำนองคลองธรรมและถูกใจประชาชนเป็นเรื่องที่สอนกันยาก จะกำหนดกฎเกณฑ์ว่าอันนี้ต้องทำอย่างนั้น อันนั้นต้องทำอย่างนี้ เขียนออกมาเป็นตำราไม่ได้ ศิลปะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน จะทำอย่างไรให้ถูกใจประชาชนและเพื่อนร่วมงาน ประเด็นแรก ผมเห็นว่าชีวิตความเป็นอยู่ของคนกรุงเทพฯ 70-80 เปอร์เซ็นต์ เป็นชนชั้นกลาง การเดินทางส่วนใหญ่ไม่มีรถเป็นของตัวเอง ต้องพึ่งพาโดยสารรถประจำทาง จึงขอฝากให้ช่วยกันตรวจสอบ ดูแลเกี่ยวกับเรื่องรถเมล์ ไม่ว่าจะเป็นรถองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) รถร่วมบริการ รถสองแถว รถที่บริการรับส่งในซอย ตลอดจนรถจักรยานยนต์รับจ้าง ฝากรองผู้กำกับการจราจร (รอง ผกก.จร.) และ สว.จร.ทุกสถานี ให้ไปตรวจสอบในท้องที่ว่ามีอู่รถเมล์ต้นสายกี่แห่ง มีรถเมล์กี่คัน ให้สว.จร.ช่วยตรวจสมรรถภาพของผู้ขับขี่รถโดยสารว่าพร้อมที่จะขับขี่ไหม มีอาการมึนเมาสุราไหม ติดยาเสพติดหรือเปล่า อดนอนหรือเปล่า ตลอดจนแต่งกายเรียบร้อยหรือไม่ ขอให้ตรวจสอบเท่าที่จะทำได้ ผมว่าน่าจะเกิดประโยชน์ เพราะจากสถิติที่ผ่านมาอุบัติเหตุ 70 เปอร์เซ็นต์มาจากรถเมล์ แต่ละโรงพักมีตำรวจจราจร 30-40 นาย ไม่ต้องบอกว่ากำลังไม่พอ ขอให้ สว.จร.จัดเวรเวียนไปดูวันละ 1 คน ผมจะพูดให้กำลังเพิ่มสถานีละ 20 คน ง่ายนิดเดียว พวกที่เบียดบังเวลาราชการ มาสาย ออกก่อน โอ้เอ้ เข้างาน 08.00 น. กว่าจะเริ่มงาน 09.00 น. โกงเวลาไป 1 ชั่วโมงแล้ว พอจะออกเวร 16.00 น. ก็หายตัวไปพักผ่อนตั้งแต่เวลา 15.00 น. ตรงนี้คือปัจจัยที่จะทำให้กำลังเพิ่มขึ้นมา 20 เปอร์เซ็นต์ ลองไปคิดดู สั่งกันตรงนี้พรุ่งนี้ขอให้เริ่มดำเนินการเลย ถ้า สว.จร.ทำไม่ได้ขอให้มาบอก ผมจะหาคนไปทำแทน ถ้าเหนื่อยก็ไปอยู่ฝ่ายอำนวยการ ผมยินดีรับฟังทุกคน แต่จะเชื่อหรือไม่ ผมจัดการเอง ประเภทที่ตั้งด่านถี่ยิบ ทำยอด อย่าให้เจอ บอกกันตรงนี้ต่อหน้าสาธารณะ ไม่ต้องอาย ความจริงไม่ต้องมาหลอกกัน ไม่ต้องมาโกหกกัน ขับรถไปในถนน 5 กิโลเมตร เจอ 3 ด่าน แล้วก็แอบตรวจกันเป็นอีแอบ ทำไมไม่กล้าทำให้เปิดเผย ไม่ต้องทำยอดทำเป้าอะไรกันนักหนา สงสารประชาชนตาดำๆ เขาบ้าง ฝากเอาไว้ด้วย ผมอาจจะพูดตรงไปหน่อย แต่นี่คือผม ผมเป็นอย่างนี้มานานแล้ว พูดตรงๆ ไม่อ้อมค้อม พูดไม่ต้องแปล ภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน ผมไม่ค่อยรู้ แต่ผมรู้ภาษาคน กับภาษาไทย ขอให้พูดภาษาคนกับผม ผมพูดรู้เรื่อง เพราะฉะนั้นคำเดียวสั้นๆ จบ ไม่ต้องเยิ่นเย้อ อ้อมค้อม ประเด็นที่ 2 ต้องเข้าใจว่าสถานีบางแห่งอยู่ในซอกในซอยลึก ชาวบ้านหาไม่เจอ เมื่อ 2 วันก่อน ผมลองขับผ่านถนนลาดพร้าว ตอนตี 1 ทั้งถนนมีผมขับรถมาคนเดียว ถ้ารถเสียแล้วไม่มีโทรศัพท์มือถือจะอ้างว้างมาก ไม่รู้จะไปบอกใคร โรงพักอยู่ไหนยังไม่รู้เลย ต่อไปไม่ต้องสิ้นเปลืองงบประมาณตั้ง สน.ย่อย ไว้รับแจ้งเหตุ ขอให้สารวัตรป้องกันและปราบปราม (สวป.) ไปสั่งรถสายตรวจ ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ให้ปฏิบัติหน้าที่ตามจุดต่างๆ ริมถนน ให้ชัดเจน แต่อย่าไปตั้งด่าน เปิดไฟให้เห็น แม้เขาจะไม่ประสบเหตุ แต่ก็อุ่นใจ ไม่เหงาหงอย ไม่ใช่ขับมาอย่างโดดเดี่ยวจะถูกจี้เมื่อไหร่ยังไม่รู้เลย ไม่ต้องไปแอบในมุมมืด ในซอกในซอย ยอมรับว่าต้องมีบ้างที่จอดแอบจอดหลับ แต่ถ้าจะจอดพักเหนื่อยขอให้จอดริมถนนได้ไหม เพราะจะทำให้ป้องปรามได้ด้วย คนร้ายที่ผ่านไปผ่านมา เห็นตำรวจ จะลดการกระทำผิด และชาวบ้านที่ขับขี่ผ่านไปมาจะเกิดความอุ่นใจไม่เงียบเหงา เปล่าเปลี่ยว ตอนนี้ยังไม่ต้องคิดตั้ง สน.ย่อย เอาสิ่งที่ทำได้ก่อน เราต้องบริหารจัดการสิ่งที่มีไว้ก่อน ส่วนจะขอกำลังเพิ่ม หรือขอตั้ง สน.ย่อย เป็นเรื่องที่ผู้บังคับบัญชากำลังคิดหาทางกันอยู่

”