แปลก พิบูลสงคราม

จาก วิกิคำคม
จอมพล ป. พิบูลสงคราม

จอมพล แปลก พิบูลสงคราม (14 กรกฎาคม พ.ศ. 2440–11 มิถุนายน พ.ศ. 2507) เป็นนักการเมืองชาวไทย เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 3 ของไทย

สุนทรพจน์[แก้ไข]

  • 15 สิงหาคม 2483 - ว่าด้วยการสู้กันของระบอบเก่าและระบอบใหม่

คำกล่าวบางส่วน[แก้ไข]

การยึดอำนาจจากพันตรี ควง อภัยวงศ์[แก้ไข]

หลังจากตั้งคณะรัฐมนตรีคณะที่ 11 แล้ว โดยมีพันตรี ควง อภัยวงศ์ เป็นนายกรัฐมนตรี จอมพล ป. พิบูลสงคราม ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นที่ทราบกันว่าจอมพล ป. นั้นมิได้เต็มใจที่จะลาออก แต่ต้องออกเพราะสถานการณ์บังคับ จอมพล ป. ขณะนั้นยังมีตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการทหารแห่งประเทศไทย และยังมีทหารจำนวนมากให้การสนับสนุนอยู่ ดังนั้น จึงเกิดความวิตกว่าจอมพล ป. จะเคลื่อนกำลังทหารจากลพบุรีเข้ากรุงเทพฯ เพื่อยึดอำนาจจาก พันตรี ควง อภัยวงศ์ นายกรัฐมนตรี หลายฝ่ายในขณะนั้นจึงมีความเห็นว่า พ.ต. ควง ควรจะขึ้นไปพบจอมพล ป. เพื่อเจรจาทำความเข้าใจกัน จอมพล ป. ได้ให้การต้อนรับอย่างดี และได้มีข้อความยืนยันถึงเจตนาของตน ซึ่งต่อมาได้ลงประกาศอย่างกว้างขวาง ความว่า[1]

Cquote1.png ฉันขอแจ้งให้พี่น้องชาวไทยที่รักทราบว่า ตามที่มีผู้พูดว่า ฉันจะยกกองทัพเข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน เพื่อแย่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจากพันตรีควง อภัยวงศ์ นั้น ฉันขอแจ้งว่าไม่มีมูลความจริงเลย เพราะฉันได้ลาออกมาแล้วตามวิถีทางรัฐธรรมนูญ เหตุใดเล่าฉันจะเข้าไปแย่งตำแหน่งจากพันตรีควง อภัยวงศ์ ซึ่งเท่ากับเป็นน้องชายที่รักของฉัน เมื่อพันตรีควง อภัยวงศ์ ได้มาพบฉัน ก็ได้สนทนาอย่างญาติและมิตรที่สนิท ฉันตั้งจิตอธิษฐานขอให้รัฐบาลใหม่นี้ได้บริหารราชการให้สำเร็จสมปรารถนาต่อไป Cquote2.png
จอมพล ป. พิบูลสงคราม

ความในใจก่อนสิ้นลม[แก้ไข]

เป็นคำพูดจากใจของจอมพล ป. พิบูลสงคราม ก่อนที่จะถึงแก่อสัญกรรมไม่นาน ที่บอกต่อนายเจริญ กนกรัตน์ ซึ่งเป็นคนสนิทของนายสังข์ พัธโนทัย ที่เดินทางไปเยี่ยมท่าน ณ บ้านพักที่ตำบลซากามิโอโนะ ชานกรุงโตเกียว หลังจากที่ท่านถูกรัฐประหารไปในในปี พ.ศ. 2500 โดยจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ และเดินจดหมายระหว่างท่านกับ นายปรีดี พนมยงค์ ที่พักอยู่ ณ เมืองกว่างโจว ประเทศจีน เพื่อฟื้นความสัมพันธ์อันดีที่เคยมีต่อกันในอดีต

ความตอนหนึ่งที่ จอมพล ป. ปรารภเรื่องบ้านเมืองว่า[2]

Cquote1.png ผมไม่เคยร่ำเรียนมาทางด้านเศรษฐกิจดอก

แต่ผมก็มีหลักการที่ได้มาจากการร่ำเรียนทางวิชาทหาร

รักชาติ รักประชาชนนั้น ประการหนึ่ง

ซื่อสัตย์ต่อบ้านเมืองเป็นอีกประการหนึ่ง

ผสมกับประสบการณ์และเสียงของประชาชน

คุณสังเกตประชาธิปไตยในช่วงสุดท้ายของผมหรือเปล่า?

เสรีภาพในการพูด อย่างเช่นที่พวกนักไฮปาร์คเขาทำกันที่สนามหลวง หรือข้างทำเนียบ เคยมีปรากฏมาก่อนบ้างไหม?

เรื่องความรักชาติเล่า?

คนไทยซึ่งเป็นเจ้าของแผ่นดินได้ถูกขับไล่ให้หนีไปอยู่ในป่าแล้ว

มีอะไรที่บ่งบอกเป็นสัญลักษณ์ของไทยที่มีอยู่ในตัวเมืองบ้าง?

ผมเสียดายเขาพระวิหารเป็นที่สุด

เมื่อผมบริหารอยู่ก็ไม่เคยมีปัญหาที่ว่านี้ เราเดินการทูตอย่างไร เราจึงสูญเสียของสำคัญของชาติไป

ผมกับเจ้านโรดมสีหนุนั้น ก็มีไมตรีกันดีอยู่

วันเกิดของท่าน ผมก็ได้รับโทรเลขอวยพรเป็นการส่วนตัวไปทุกปี

ท่านตอบมาอย่างไร คุณก็ได้เห็นอยู่แล้ว

แค่เขาพระวิหาร แค่กระผีกของนครวัด

ที่ไหนเจ้านโรดมจะไม่เห็นแก่มิตรภาพ

การเป็นศัตรูจีนนั้นเล่า คุณก็ย่อมรู้ดีว่ามันเป็นการฝืนธรรมชาติ

ฝืนประวัติศาสตร์

ฝืนข้อเท็จจริง

มันย่อมมีโทษมากกว่าคุณ

แค่เราเคาะประตู อันเป็นการยื่นมือออกไปสัมผัสเพียงห่าง ๆ

จีนก็ได้ให้ความช่วยเหลือเราแค่ไหน

ในฐานะผู้บริหารประเทศ เราจะหันหลังให้แก่ประโยชน์ของประชาชนได้อย่างไร

ผมถูกสฤษดิ์เขาทำรัฐประหารเพราะเหตุอะไร

ผู้สันทัดกรณีก็ย่อมรู้

การเมืองมันลึกลับซับซ้อนแค่ไหน?

การที่คณะราษฎรทำการปฏิวัติ นำประชาธิปไตยมาสู่ประชาชนนั้น แม้จะเป็นความสำเร็จก็ตาม แต่เราต้องยอมรับว่า คณะเราส่วนใหญ่ยังมีฐานะเป็นไก่อ่อนสอนหัดอยู่

เราจึงถูกมรสุมซัดเอาถึงขั้นแพแตก

คณะราษฎรจึงถูกแบ่งแยกออกเป็นฝักเป็นฝ่าย

ผู้ที่พอจะถือได้ว่าเจนจัดหน่อยก็มีท่านอาจารย์ นี้แหละ

เพราะแนวที่ท่านร่ำเรียนศึกษาได้ปูลาดไว้

ผมเองก็เรียนมาทางทหาร

สมาชิกส่วนอื่นก็มาจากเงื่อนไขทางสังคมที่แตกต่างกัน

เราร่วมงานกันได้ก็เพราะความรักระหว่างเพื่อนฝูงโดยแท้

มันอาจเป็นทฤษฎีแปลกใหม่ไม่ซ้ำแบบใคร

แต่คณะเราก็ได้ปฏิวัติจนเป็นผลสำเร็จ

ผมจะต้องกลับกรุงเทพฯ เร็ว ๆ นี้แหละ

ผมจะไปสานต่อประชาธิปไตย และงานที่ทำค้างอยู่

ไม่ว่าจะมีอุปสรรคแค่ไหน

ผมจะให้คุณดูด้วยตาว่า ถ้าผมกลับกรุงเทพฯ เขาจะกล้าจับผมไปขังไหม? หรือว่า จะตั้งแถวรับ ยาวเหยียด?

Cquote2.png
'

ปราศัยทางวิทยุ[แก้ไข]

Cquote1.png การเปลี่ยนแปลงการปกครองนั้น ใช่ว่าจะเปลี่ยนแปลงแต่ระบอบแล้วย่อมเป็นการเพียงพอ ยังต้องคอยควบคุมดูแลมิให้ถอยหลังกลับเข้าสู่ที่เดิมอีก ผู้เปลี่ยนการปกครองและประชาชนส่วนมากได้คอยควบคุมดูแลระบอบการปกครองใหม่ไว้อย่างดีแล้วก็ตาม ก็ยังไม่วายมีบุคคุลหรือคณะบุคคลคอยพลิกแพลงให้กลับเข้าสู่ระบอบเดิม Cquote2.png
จอมพลแปลก พิบูลสงครามปราศรัยทางวิทยุในวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2484 ในฐานะนายกรัฐมนตรีได้แถลงถึงความจำเป็นในการปราบปรามขบวนการต่อต้านการปฏิวัติ

อ้างอิง[แก้ไข]

  1. 61 ปี ประชาธิปัตย์ยังอยู่ยั้งยืนยง โดย จรี เปรมศรีรัตน์ ISBN 9789747046724
  2. อำนาจ 2 ต่อสู้กู้ชาติ เอกราษฎร์ อธิปไตย โดย รุ่งมณี เมฆโสภณ หน้า 123-125 ISBN 978-616-536-079-1

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้ไข]

w
วิกิพีเดีย มีบทความเกี่ยวกับ