ปิยบุตร แสงกนกกุล

จาก วิกิคำคม
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

รศ.ดร.ปิยบุตร แสงกนกกุล นักกฎหมายและนักการเมืองชาวไทย อดีตอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

คำคม[แก้ไข]

การให้คำสัมภาษณ์[แก้ไข]

  • ศาลพิเศษ ตั้งขึ้นเพื่อเอาผิดนักการเมืองทุจริต ทั้งๆ ที่มี ปปช.อยู่แล้ว เมื่อให้น้ำหนักในเรื่องที่จะจับกุมนักการเมืองทุจริตเป็นสำคัญ การรักษาไว้ซึ่งหลักความยุติธรรมจึงลดน้อยลงไป รวมทั้งองค์กรอิสระ ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบก็เช่นกัน กลายเป็นอำนาจที่ 4 แม้จะปลอดจากการแทรกแซงจากนักการเมืองแทรกแต่ก็มีอำนาจอื่นแทรกแซง องค์กรเหล่านี้สร้างปัญหาทั้งปัจจุบันและอนาคต[1]
  • ตลอด13ปีที่ผ่านมามีการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมืออย่างต่อเนื่อง ยุบพรรคการเมืองที่ครองเสียงข้างมากมาแล้ว 2 ครั้ง ซึ่งไม่ส่งผลดีต่อประชาธิปไตยแบบรัฐสภา[2]

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร[แก้ไข]

  • เรามาประชุมถามว่าเราได้เบี้ยประชุมหรือไม่ คำตอบคือไม่ครับ เพราะเรามาทำหน้าที่ หน้าที่ตามนิติบัญญัติ แม้เป็นเรื่องหลักความเป็นอิสระของตุลาการ แต่ไม่ได้หมายความว่าตุลาการศาลยุติธรรมอยู่เหนือการตรวจสอบ
  • ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักร และรัฐธรรมนูญไทยก็รับรองต่อเนื่องเรื่อยมา คือประเทศไทยเป็นราชอาณาจักร มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของรัฐ ประชาชนเป็นผู้ทรงอำนาจประชาธิปไตย พระมหากษัตริย์เป็นผู้ใช้อำนาจประชาธิปไตยผ่านทางรัฐสภา ครม.และศาล พระมหากษัตริย์ไม่ทรงกระทำอะไรผิด พระมหากษัตริย์ไม่ทรงต้องรับผิดชอบ แต่รัฐมนตรีผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ และไม่ใช่แบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ แต่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 3/2562 ในคดียุบพรรคไทยรักษาชาติ เนื้อหาของคำวินิจฉัยของศาลยืนยันว่ามีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของรัฐ พระมหากษัตริย์ทรงอยู่เหนือการเมือง ทรงเป็นกลางทางการเมือง และใช้คำว่าปกเกล้าแต่ไม่ปกครอง หนังสือตำราหลายเล่มของนักวิชาการด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญซึ่งก็อยู่ในรัฐมนตรีชุดนี้ด้วย ก็เขียนเรื่องนี้เช่นกันว่าระบอบนี้คือพระมหากษัตริย์ทรงปกเกล้าแต่ไม่ปกครอง รัฐมนตรีต้องรับผิดชอบ[3]

การประชุมรัฐสภา[แก้ไข]

  • การที่เปิดโอกาสให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้พูดจาอภิปรายเกี่ยวกับเรื่อง ของศาลนั้นสะท้อนให้ถึงว่าเรายังยืนยันเรื่องหลักการแบ่งแยกอำนาจระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร และฝ่ายตุลาการ ทั้ง ๓ ฝ่ายนี้ไม่มีใครใหญ่กว่าใคร ทั้ง ๓ ฝ่ายนี้ต่างก็เป็นองค์กร ผู้ใช้อำนาจอธิปไตยของประชาชน เราเพียงแต่ตรวจสอบถ่วงดุลซึ่งกันและกันเท่านั้นเอง และการอภิปรายวันนี้ก็เป็นหนึ่งในการทำหน้าที่ตรวจสอบของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แม้ว่าในท้ายที่สุดเรื่องนี้จะเป็นเพียงวาระแจ้งเพื่อทราบ ไม่มีการลงมติใดๆ[4]

การกล่าวถึง[แก้ไข]

สำนักงานศาลยุติธรรม[แก้ไข]

  • ผมคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่พอสมควรเลย ไม่แน่เหมือนกันนะครับ เรื่องลักษณะแบบนี้ที่ผ่านมาหัวหน้า คสช. ท่านอาจจะเคยใช้อำนาจตาม ม. ๔๔ สั่งไปย้าย ไปแขวนด้วยแล้วก็ได้ในเรื่องความผิดพลาดบกพร่องต่าง ๆ ในเรื่องแบบนี้ ดังนั้นมันเป็นเรื่องสำคัญ ผมจึงอยากจะตั้งประเด็นตรงนี้นิดหนึ่งต รงที่ว่าระบบ การตรวจสอบและความรับผิดชอบในเรื่องเกี่ยวกับการรายงานงบการเงินและการตรวจสอบ บัญชีนั้น ทางสำนักงานศาลยุติธรรมมีระบบการแสดงความรับผิดชอบอย่างไรในเรื่อง ที่เกิดขึ้น[4]

เสรี สุวรรณภานนท์[แก้ไข]

  • ท่านสมาชิกก่อนหน้านั้นพูดขึ้นมาตั้งข้อสงสัยว่า ข้อบังคับพรรคของพรรคอนาคตใหม่ ทำไมไม่มี คำว่ำ ระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จริง ๆ ท่านกล่าวไม่หมดนะครับ ในข้อบังคับพรรคของเรา เราใช้คำว่า เรายึดมั่นในประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยก็เขียนอยู่แล้วว่าปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แล้วถ้าเกิดว่าเรื่องนี้มีปัญหาจริง คณะกรรมการการเลือกตั้ง ไม่ปล่อยพวกผมมาจนถึงวันนี้หรอกครับ คณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นคนอนุมัติให้เรามีการ จัดตั้งพรรคการเมืองนี้ได้ ข้อบังคับพรรคนี้สอดคล้องตามรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองทั้งหมด เรายืนยันว่าคำว่า ประชาธิปไตยตาม รัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญก็เขียนเอาไว้แล้วว่า ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น พระประมุข นอกจากนั้นครับท่านประธาน เสียดายที่เมื่อสักครู่นี้เราไม่มีโอกาสให้แคนดิเดต (Candidate) นายกรัฐมนตรีได้เข้ามาแสดงวิสัยทัศน์ มิฉะนั้นตัวคุณธนาธรจะได้ชี้แจง ประเด็นเรื่องนี้ด้วย ผมขออนุญาตอ่านนิดหนึ่ง คุณธนาธรก็เลยลงไปแถลงข่าวจะได้เอา ประเด็นนี้ให้ตกกันไป คุณธนาธรได้แถลงข่าวและยืนยันอย่างนี้ว่า ตัวท่านเองแสดงวิสัยทัศน์ ไว้ว่า ผมจะเป็นนายกรัฐมนตรีที่พาประเทศไทยไปข้างหน้า และขอยืนยันหลักการ ประชาธิปไตยอย่างแน่วแน่อีกครั้งว่าผมจะขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงผ่านระบบรัฐสภา ใช้กลไกลที่ยึดโยงกับประชาชน มีกระบวนการตรวจสอบถ่วงดุล ยึดมั่นในระบบนิติรัฐ และมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขควบคู่กับระบอบประชาธิปไตยอย่างมั่นคงสถาพร ผมคิดว่าเรื่องนี้ชัดเจนอยู่ในตัวเองแล้ว เสียดายไม่ได้มีโอกาสเข้ามาอภิปรายในที่ประชุม[5]

อ้างอิง[แก้ไข]